
สธ.สั่งสำรองยา-เวชภัณฑ์ รับมือน้ำท่วม กทม.3สัปดาห์
วิทยา บุรณศิริ รมว.สาธารณสุข เปิดเผยว่า สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
วิทยา บุรณศิริ รมว.สาธารณสุข เปิดเผยว่า สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
และองค์การเภสัชกรรม จัดการสำรองยา เวชภัณฑ์ และออกซิเจนให้พร้อมทั้งหมดเพื่อไม่ให้เกิดการขาดแคลน และควบคุมคุณภาพราคายาด้วย ซึ่งต้องเพียงพอไม่น้อยกว่า 3 สัปดาห์ รวมไปถึงการสำรองอาหารเครื่องปั่นไฟฟ้าในโรงพยาบาลหากมีปัญหาน้ำท่วมเพื่อให้โรงพยาบาลสามารถให้บริการผู้ป่วยต่อไปตามปกติอย่างน้อย 2 เดือน
ทั้งนี้ จากสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นพบว่ามีผู้เจ็บป่วยเข้ารับการรักษาจากหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ 7.2 แสนราย ปัญหาอันดับ 1 คือโรคน้ำกัดเท้า หากประชาชนที่ได้รับยาสามัญประจำบ้านไปแล้วและยาหมด สามารถขอรับได้ที่หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ทุกแห่ง โดยหน่วยแพทย์จะให้บริการจนกว่าสถานการณ์จะเป็นปกติ และกำชับเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังป้องกันไม่ให้เกิดโรคติดต่อ
“ในการดูแลผู้ป่วยในโรงพยาบาล กระทรวงสาธารณสุขได้วางระบบสร้างความปลอดภัยให้ผู้ป่วยขั้นสูงสุดไว้แล้ว โดยเตรียมโรงพยาบาลในเขตปริมณฑลและโรงพยาบาลที่อยู่รอบนอกเพื่อรองรับผู้ป่วยหากโรงพยาบาลใน กทม.และปริมณฑลถูกน้ำท่วม ซึ่งการย้ายผู้ป่วยครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าน้ำจะท่วม กทม.ทั้งหมด ประชาชนไม่ต้องตกใจ ขอย้ำว่าเป็นกระบวนการสร้างความปลอดภัยผู้ป่วยทุกราย” วิทยา กล่าว
นพ.วิชัย โชควิวัฒน ประธานคณะกรรมการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ยอมรับว่า ขณะนี้มีโรงงานผลิตยาหลายแห่งที่ถูกน้ำท่วมจนไม่สามารถผลิตยาบางชนิดได้ เช่น น้ำเกลือและยาปฏิชีวนะต่างๆ ซึ่งในวันที่ 25 ต.ค.จะประชุมคณะกรรมการ อภ.เพื่อประเมินว่ามีโรงงานไหนที่ผลิตและไม่สามารถผลิตยาได้ หากยาชนิดใดไม่สามารถผลิตได้และมีแนวโน้มขาดแคลนอาจต้องเสนอกระทรวงสาธารณสุขให้นำเข้ายาเป็นกรณีเร่งด่วนโดยไม่ต้องขึ้นทะเบียนยา
“สำหรับกำลังการผลิตขององค์การเภสัชกรรมขณะนี้กำลังเร่งผลิตยาชุดน้ำท่วม เช่น ยาแก้ท้องร่วง ยารักษาน้ำกัดเท้า ฯลฯ อย่างเต็มที่เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ โดยหน่วยงานไหนประสานขอยาก็จะส่งให้โดยคิดค่าใช้จ่ายในภายหลัง” นพ.วิชัย กล่าว







