
รัฐจัดหนักฟื้นน้ำท่วม1.3แสนล้าน
เดินหน้าออกพรก.กู้เงินลงทุนวางโครงสร้างป้องกันภัยพิบัติ
เดินหน้าออกพรก.กู้เงินลงทุนวางโครงสร้างป้องกันภัยพิบัติ
ครม. รีดงบ 1.3 แสนล้านฟื้นน้ำท่วม เตรียมออก พ.ร.ก.กู้เงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐานป้องกันภัยพิบัติ
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 18 ต.ค. ได้เห็นชอบให้มีการปรับปรุงงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 โดยอนุมัติเพิ่มการขาดดุลงบประมาณเพิ่มขึ้นอีก 5 หมื่นล้านบาท ทำให้งบประมาณปี 2555 ขาดดุลเพิ่มเป็น 4 แสนล้านบาท หรือ 3.4% ของจีดีพี และให้กันงบของแต่ละกระทรวง กระทรวงละ 10% คิดเป็นวงเงิน 8 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ปีงบประมาณ 2555 มีงบกลางสำหรับฟื้นฟูเยียวยาเหตุการณ์น้ำท่วม 1.3 แสนล้านบาท
นอกจากนี้ ครม.ยังมีมติมอบหมายให้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ร่วมกับนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง จัดเตรียมแนวทางการออกกฎหมายเพื่อกู้เงินมาลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม น้ำแล้ง และดินโคลนถล่ม และนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการปัญหาอุทกภัย ดินโคลนถล่ม และภัยแล้ง จัดทำรายละเอียดโครงการและความต้องการการใช้งบประมาณเพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในการป้องกันภัยพิบัติทางธรรมชาติในระยะยาว
ครม.ยังมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รวบรวมโครงการฟื้นฟูและป้องกันภัยพิบัติ 4 ระยะ ได้แก่ 1.การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า 2.การบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมสูงและศูนย์อพยพ 3.การฟื้นฟูหลังน้ำลด และ 4.การป้องกันภัยพิบัติระยะยาวเพื่อดูแลประชาชนและสร้างความมั่นใจให้นักลงทุน โดยนายกรัฐมนตรีสั่งการให้ทุกหน่วยงานส่งโครงการให้ สศช. ภายในวันที่ 21 ต.ค.นี้
นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า ยังระบุไม่ได้ว่าต้องกู้เงิน 5 แสนล้านบาท เพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐานหรือไม่ แต่คาดว่าต้องใช้เงินหลายแสนล้านบาท และต้องออกเป็นกฎหมายใหม่ โดยอยู่ระหว่างรวบรวมโครงการลงทุนทั้งหมด
นายธีระชัย กล่าวว่า หากจะออกเป็น พ.ร.ก.กู้เงินก็ทำได้ทันที แต่ยังไม่ทราบว่าต้องกู้เงินเท่าไหร่
ทั้งนี้ คาดว่าภายใน 8 สัปดาห์นี้ระดับน้ำที่ท่วมอยู่จะลดลงสู่ภาวะปกติ และเดือน พ.ค.ปีหน้าจะเข้าสู่ฤดูฝนอีกครั้ง ดังนั้นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจะต้องเร่งดำเนินการโดยเร็วที่สุด และเป็นไปได้ว่าการลงทุนอาจจะเริ่มต้นก่อนสิ้นสุดภัยพิบัติรอบนี้ โดยจะเชิญผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศมาให้คำแนะนำด้วย







