posttoday
นายกฯยันป้องเขตเศรษฐกิจเต็มที่

นายกฯยันป้องเขตเศรษฐกิจเต็มที่

15 ตุลาคม 2554

ยิ่งลักษณ์" ขอปชช.อดทน สามัคคี สู้ภัยพิบัติน้ำท่วม มั่นใจรับมือได้ ยันป้องเขตเศรษฐกิจเต็มที่

ยิ่งลักษณ์" ขอปชช.อดทน สามัคคี สู้ภัยพิบัติน้ำท่วม มั่นใจรับมือได้ ยันป้องเขตเศรษฐกิจเต็มที่

นายกฯยันป้องเขตเศรษฐกิจเต็มที่

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ 'รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน ' ถึงสถานการณ์น้ำท่วม ว่า มีจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยรวม 56 จังหวัด โดยจังหวัดที่ได้รับผลกระทบรุนแรงมี 11 จังหวัด ซึ่งขณะนี้ได้มีการลดปริมาณการปล่อยน้ำจากเขื่อนต่างๆ ทำให้ระดับน้ำที่ จ.นครสวรรค์ คงที่ ส่วน จ.อยุธยา อาจะมีน้ำเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากมีน้ำไหลบ่าจากนครสวรรค์เข้ามาทำให้ปริมาณน้ำสูงขึ้น สำหรับแผนระบายน้ำนั้น เราต้องปกป้องพื้นที่ยุทธศาสตร์ เศรษฐกิจใหญ่ บริเวณที่มีผลกระทบกับประเทศ เขตเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม เมืองหลวงของทุกจังหวัด กทม. สนามบินสุวรรณภูมิ นิคมอุตสาหกรรม และศูนย์อพยพประชาชน โดยมอบให้ทุกฝ่ายเข้าไปปกป้องดูแลไม่ให้น้ำเข้าไป
         
ทั้งนี้ การระบายน้ำลงสู่ทะเลเป็นวิธีที่ดีที่สุด คือ จากเจ้าพระยาลงทะเล ทั้งด้านตะวันตกและออก โดยใช้เรือผลักดันน้ำทางคลองลัดโพธิ์ 800 ลำ ซึ่งขอขอบคุณประชาชนที่ช่วยน้ำเรือมาผลักดัน ส่วนแม่น้ำเจ้าพระยาขณะนี้ได้ติดเครื่องสูบน้ำ 216 ตัว มีการกำจัดวัชพืช ขุดลอกคลองสำคัญ 7 คลอง โดยดำเนินการไปแล้ว 3 คลองที่เหลือจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด ส่วนแม่น้ำท่าจีน เป็นการเชื่อมระหว่างเจ้าพระยาและท่าจีน โดยมีคลองมหาสวัสดิ์ คลองมหาชัย คลองสหกรณ์ และคลองซอยเล็กๆ ซึ่งแม่น้ำท่าจีนมีลักษณะคดเคี้ยว ดังนั้นจะต้องขุดคลองลัดเพื่อร่นระยะทางให้น้ำออกสู่ทะเลโดยเร็ว และในจุดต่างๆ ก็ได้มีการติดเครื่องผลักดันน้ำ 171 เครื่อง เรือดันน้ำอีก 100 ลำ เพื่อเร่งระบายน้ำออกทะเลทั้ง 3 ส่วน
         
ส่วนกรุงเทพฯ ที่คลองทวีวัฒนา ได้มีการสั่งการให้ขยายฐานเพิ่มความสูงแนวคันกั้นน้ำ รวมถึงการเสริมคันกั้นน้ำที่คลองระพีพัฒน์ คาดจะแล้วเสร็จเร็วนี้ ส่วนกทม.ฝั่งตะวันออกมีคันกั้นน้ำตามแนวพระราชดำริซึ่งส่วนนี้แข็งแรงอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วง และเพื่อให้เกิดความมั่นใจก็ได้สร้างคันกั้นน้ำฝั่งตะวันออกเพิ่มอีกทางหนึ่ง ส่วนคลองบ้านพร้าว จ.ปทุมธานี ที่แตกก็ได้ซ่อมแซมแล้วคาดเสร็จวันนี้ และขอพี่น้องประชาชนอย่าทำลายพนังกั้นน้ำเพราะจะเสียหายวงกว้าง นอกจากนี้ ได้มีการเสริมคันกั้นน้ำที่บริเวณคลองเปรมประชาอีกด้วย
         
นายกฯ กล่าวอีกว่า รัฐบาล และศปภ. มีความห่วงใยประชาชนทุกจังหวัด การดูแลต่างๆ ต้องให้มั่นใจว่าประชาชนที่ประสบอุทกภัยต้องทั่วถึง และความปลอดภัยในชีวิตเป็นความสำคัญประการแรก เราได้มีการแบ่งกลุ่มทำงาน 2 กลุ่มคือ หน่วยกู้ภัยเพื่อให้ติดต่อกับประชาชนได้เคลื่อนย้ายมายังศูนย์อพยพ และหน่วยดูแลประชาชนในศูนย์อพยพ โดยการทำงานต้องลงไปถึงหมู่บ้าน เพราะทราบดีว่าประชาชนได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัยมา 3 เดือนแล้ว ขณะเดียวกัน รัฐบาลก็มีความจำเป็นต้องเร่งระบายน้ำลงสู่ทะเลให้เร็วที่สุดเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน นอกจากนั้น จะมีการฟื้นฟูเยียวยาประชาชนที่บ้านเรือนเสียหาย กิจการ โรงงาน ต้องได้รับการช่วยเหลือฟื้นฟู และเป็นห่วงภาคประชาชนที่โรงงานถูกปิด เกษตรกร ปศุสัตว์ก็เสียหาย ว่าจะทำอย่างไรที่จะกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเดิม ดังนั้นจะเร่งฟื้นฟูให้กลับมาสู่สภาพเดิมให้เร็วที่สุด

สำหรับภารกิจ นายกรัฐมนตรีในวันนี้ (15 ต.ค.) จะเข้าร่วมประชุมที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย หรือ ศปภ. เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วม
        
ขณะที่ในช่วงเช้านายกรัฐมนตรีจะปล่อยกระบวนคาราวานอาสาสมัครหมู่บ้านในโครงการของกระทรวงสาธารณสุขออกช่วยเหลือประชาชน จากนั้นจะเดินทางเปิดศูนย์กู้ชีพ กระทรวงสาธารณสุข หรือ ศูนย์กู้ชีพนเรนทร ซึ่งก็เป็นที่ตั้งของศูนย์อพยพผู้ป่วยฉุกเฉินทางอากาศ บริเวณลานบินของสนามบินดอนเมือง
         

 

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI