
น้ำท่วมโรงงานอุตฯสูญแล้ว1.9แสนล้าน
ประธานอุตสาหกรรมภาคกลางเผยน้ำท่วมทำให้โรงงานสูญเสียแล้ว 1.9 แสนล้านบาท ชี้หากน้ำท่วมขังนานกว่า 2 เดือนตัวเลขเสียหายพุ่งกว่าเท่าตัว
ประธานอุตสาหกรรมภาคกลางเผยน้ำท่วมทำให้โรงงานสูญเสียแล้ว 1.9 แสนล้านบาท ชี้หากน้ำท่วมขังนานกว่า 2 เดือนตัวเลขเสียหายพุ่งกว่าเท่าตัว
นายสิงห์ ตั้งเจริญชัยชนะ ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคกลาง เปิดเผยถึงผลกระทบของโรงงานอุตสาหกรรมที่ประสบกับปัญหาอุทกภัยล่าสุดว่า หลังจากที่กระแสน้ำได้ไหลเข้าท่วมเข้าไปในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมไฮเทค จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีโรงงานจำนวนทั้งสิ้น 143 โรงงาน ส่งผลให้ขณะนี้โรงงานอุตสาหกรรมทั้งหมดไม่สามารถทำงานได้ เนื่องจากการคมนาคมถูกตัดขาด ต้องทำการอพยพพนักงานออกจากพื้นที่โรงงานทั้งหมด ซึ่งประเมินค่าเสียหายในเบื้องต้นไม่น้อยกว่า 3 หมื่นล้านบาท
ขณะที่ความเสียหายเดิมยังไม่ได้บรรเทาลงเลย เพราะเนื่องจากปริมาณน้ำยังคงอยู่เต็มพื้นที่ โดยเขตอุตสาหกรรมโรจนะ ได้รับผลกระทบ 300 โรงงาน นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน จำนวน 98 โรงงาน นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร จำนวน 46 โรงงาน รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 50,000 ล้านบาท ซึ่งหากปริมาณน้ำยังคงท่วมขังอยู่นานเกินกว่า 2 เดือน คาดว่าค่าเสียหายอย่างหนักเนื่องจาก จ.พระนครศรีอยุธยา จะเพิ่มขึ้นเป็นแสนล้านบาท เลยทีเดียว
นอกจากนี้สถานการณ์น้ำใน จ.สิงห์บุรี เดิมระดับน้ำได้ลดลงไปแล้ว แต่มวลน้ำจากตอนบนของประเทศได้ไหลลงมาอีกทำให้เกิดภาวะน้ำท่วมอำเภอรอบนอก สูงประมาณ 3 เมตร ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่เกษตร ส่วนโรงงานอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบมีจำนวนไม่มากนัก ที่จ.ปทุมธานี น้ำท่วมพื้นที่ อ.สามโคก เต็มพื้นที่ และบริเวณแถบคลองรังสิต ตลอดจนลำลูกกา โรงงานอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ได้มีการเตรียมพร้อมทำคันดินป้องกันน้ำเข้าโรงงาน ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้รับความเสียหาย เป็นแต่เพียงน้ำเข้าไปในพื้นโรงงานบางส่วนเท่านั้น แต่ที่เป็นปัญหาคือ บ้านของพนักงานส่วนใหญ่ประสบกับปัญหาน้ำท่วม จึงมีพนักงานมาทำงาน ประมาณ 60% เท่านั้น
นอกจากนี้ที่จ.นนทบุรี ขณะนี้กำลังเฝ้าระวังเพราะเนื่องจากปริมาณน้ำเข้ามาทางลาดบังหลวง และมีระดับน้ำสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทางโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ เกรงว่าจะเกิดปัญหาเช่นเดียวกับ จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.นครสวรรค์ จึงเร่งทำคันกั้นน้ำสูงขึ้น ประมาณ 6 เมตร พร้อมกับขนสินค้าและอุปกรณ์ต่างๆ ที่สามารถขนย้ายได้ ขึ้นไปไว้บนที่สูงกว่าพื้นประมาณ 10 เมตร ที่จ.นครปฐม น้ำได้เข้าท่วมพื้นที่ไปแล้วด้วยกัน 7 อำเภอ ซึ่งทำให้พื้นที่เกษตรได้รับความเสียหายไปแล้วกว่า 2,000 ไร่ ส่วนพื้นที่เศรษฐกิจก็ได้รับความเสียหายแล้วเช่นกัน ประเมินค่าเสียหายในเบื้องต้นประมาณ 3 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ตามเดิมค่าเสียหายโดยภาพรวมของพื้นที่ภาคกลางที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมตัวเลขอยู่ที่ 160,000 ล้านบาท แต่เมื่อนิคมอุตสาหกรรมไฮเทค, จ.นครปฐม และ จ.ปทุมธานี ได้รับความเสียหายเพิ่มขึ้น จึงทำให้มูลค่าความเสียหายเพิ่มขึ้นเป็น 190,000 ล้านบาทแล้ว แต่หากน้ำท่วมขังนานกว่า 2 เดือนตัวเลขเสียหายพุ่งกว่าเท่าตัว







