
บรรหารยัน 7 วันน้ำไม่ท่วมกทม.
"บรรหาร" ฟังธงน้ำไม่ท่วม กทม.ฝั่งตะวันออก ย้ำใน 7 วัน แต่หากมีพายุเข้าฝนตกลงมาเพิ่มต้องประเมินสถานการณ์ใหม่
"บรรหาร" ฟังธงน้ำไม่ท่วม กทม.ฝั่งตะวันออก ย้ำใน 7 วัน แต่หากมีพายุเข้าฝนตกลงมาเพิ่มต้องประเมินสถานการณ์ใหม่
นายธีระ วงศ์สมุทร รมว. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายบรรหาร ศิลปะอาชา ประธานที่ปรึกษารมว.เกษตรฯ นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ได้เดินทางตรวจสอบระบบป้องกันและระบบระบายน้ำของฝั่งเจ้าพระยาตะวันออก โดยได้ตรวจดูการเสริมคันคลองของคลองระพีพัฒน์ ฝั่งใต้ คลอง 13 คลองรังสิต คลองประเวศ คลองด่าน และคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต รวมทั้งตรวจสอบประสิทธิภาพของสถานีสูบน้ำและประตูน้ำ ในฝั่งตะวันออกทั้งหมด เพื่อเร่งรัดการระบายน้ำลงสู่ทะเลโดยเร็ว ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้เพิ่มช่องทางระบายน้ำลงทะเลให้มากที่สุดและขุดลอกคูคลองทั้งหมด 6 คลอง
นายธีระกล่าวว่าการขุดลอกและทำคันคลองทั้งหมดจะให้แล้วเสร็จ ใน 2 วันนี้ และยืนยันว่าการควบคุมและการผันน้ำออกทางฝั่งตะวันออก จะเป็นผู้ควบคุมด้วยตนเอง และรับผิดชอบทั้งหมด หากเกิดอะไรขึ้น ซึ่งมั่นใจว่า จะสามารถระบายน้ำออกทะเลได้วันละ 269 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน และ ในช่วงที่น้ำทะเลไม่หนุนอาจจะได้ถึง 300 ลบ.ม.ต่อวัน จะพยายามป้องกันเต็มที่ไม่ให้น้ำเอ้อจากฝั่งตะวันออกท่วมพื้นที่ กทม.ชั้นใน และขณะนี้น้ำอยุธยา ยังเดินทางทางมาไม่ถึงกทม.จะใช้เวลาอีก 7 วัน จึงยังมีเวลาที่ดำเนินการเตรียมการป้องกันไว้ได้
นายธีระกล่าวว่า สำหรับสถานการณ์น้ำจากจังหวัดปทุมธานีที่ประตูระบายน้ำบางพร้าวพัง จะไม่กระทบต่อพื้นที่ย่านดังกล่าวเพราะมีคลองเปรมประชากร ระบายน้ำส่วนนั้น ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ดังนั้นขอให้ประชาชนกทม.มั่นใจว่า ในช่วงนี้จะไม่มีน้ำท่วมอย่างแน่นอน แม้กระทั่งฝั่งตะวันออกก็ตาม เพราะสถานการณ์ขณะนี้ อาจจะมีเอ่อล้นจากคลองต่างๆ เข้ามาบ้าง แต่จะไม่ท่วมสูงขึ้นเป็นเมตรอย่างที่เป็นข่าวขอให้ประชาชนอย่าตื่นตกใจ โดยเฉพาะมวลน้ำทั้งหมดที่มีปริมาณ 1.8หมื่นลบ.ม.ที่อยู่ในทุ่งและพื้นที่อุทกภัยทั้งหมด จะค่อยๆทยอยลงมา โดยเฉพาะน้ำในทุ่งทั้งหมด 1 หมื่นล้านเศษ น้ำตรงนี้ เมื่อมีการทำคันเสริมและคูคลองก็จะบรรเทาความรุนแรงของการไหลของน้ำลงไปได้ ฉะนั้นอาจมีน้ำเอ้อล้นในพื้นที่ริมฝั่งเจ้าพระยาเข้าไปบ้าง แต่ไม่น่าจะสูงเกิน 50-60 เซนติเมตร ซึ่งการเดินทางของน้ำจะใช้เวลาประมาณ 2 อาทิตย์ในการออกสู่ทะเล ดังนั้นในจุดที่เสี่ยงระหว่างรอยต่อ ของพื้นที่ กทม. –ปทุมธานี หรือ นนทบุรี- ปทุมธานี ยังมีเวลาที่จะเสริมคันกั้นน้ำให้แข็งแรงทั้ง 3 ด้าน คือ ด้านรังสิต ทวีวัฒนา ศาลายา และด้านเมืองเอก ซึ่งประชาชนในกทม.ชั้นใน ขอให้อุ่นใจได้ถ้าไม่มีฝนตกลงมาพื้นที่ จะมีแต่มีเพียงน้ำท่วมขังเท่านั้น ซึ่งตามศักยภาพพื้นที่ของกทม.จะสามารถระบายได้ทัน
นายบรรหาร ให้สัมภาษณ์หลังเดินทางตรวจเยี่ยมที่หนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง ว่า น้ำที่เห็นท่วมถนนคือน้ำฝนไม่ใช้น้ำเหนือที่ล้นเข้าพื้นที่แต่อย่างใด เพราะศักยภาพของการระบายน้ำคลองต่าง ๆสามารถดำเนินการได้ทันท่วงที กับปริมาณน้ำที่ไหลเข้าพื้นที่ทั้งหมดฝั่งตะวันออก ที่มาจากอ.อุทัย 120- 130 ล้านลบ.ม. และจากนครนายก 180 ล้านลบ.ม.ต่อวัน รวมมวลน้ำที่ไหลเข้าพื้นที่ฝั่งตะวันออก 300 ล้าน ลบ.ม.ต่อว่า เท่านั้น ซึ่งศักยภาพการระบายน้ำสามารถดึงน้ำออกทะได้วันละ 200 ล้าน และขณะนี้ได้เร่งติดเครื่องสูบน้ำที่คลองชายทะเลเพิ่ม
“ เพราะฉะนั้น ขอฟันธงว่าน้ำ จะไม่ท่วมฝ่ายตะวันออกใน 7 วันนี้อย่างแน่นอน รวมทั้ง รังสิต ดอนเมือง เพราะมีแนวคันกั้นน้ำตามแนวกระราชดำริ ซึ่งสามารถที่จะกั้นปริมาณน้ำไม่ให้เข้าท่วมกทม.อย่างแน่นอน และขณะนี้ได้เสริมคันคลองเพิ่มขึ้นอีก 1.5 เมตร จะแล้วเสร็จใน 6-7 วันนี้ และมั่นใจว่าน้ำที่หนนุวันที่ 16 ต.ค. จะไม่มีผลกระทบให้เกิดน้ำท่วมในฝั่งตะวันออกแน่นอน ที่มาวันนี้ เพราะไม่ต้องการให้ประชาชนตื่นตกใจกับข่าวลือต่างๆและยืนยันว่ากรมชลสามารถคุมปริมาณน้ำบริเวณรอบนอกได้ ส่วนกทม .ผู้ว่ากทม.ก็ยืนยันว่า จะคุมสถานการณ์ได้ ว่าน้ำจะไม่เข้ากทม. ดังนั้นขอให้ประชาชนสบายใจได้ แต่ถ้ามีฝนตนหนักจากพายุ ตรงนั้นก็จะต้องดูกันอีกครั้ง ว่าจะเร่งระบายน้ำออกอย่างไร “ นายบรรหารกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณพื้นที่ลำลูกกา มีนบุรี หนองจอก ลาดกระบังยังมีน้ำเอ้อล้นในพื้นที่หลายแห่ง บ้านเรือนประชาชน พื้นที่การเกษตรได้ถูกน้ำท่วมไปแล้ว ฝั่งตะวันออกของพื้นที่ คลองต่างๆ บ้านประชาชนถูกน้ำท่วมทั้งหมด ในขณะที่บางหลังน้ำท่วมประมาณ 50-60 เซนติเมตร ซึ่งส่วนใหญ่ยอมรับสภาพของน้ำท่วมเนื่องจากรู้ว่าเป็นพื้นที่รองรับน้ำทุกปี ซึ่งนายบรรหารได้ลงตรวจการขุดลอกคูคลองเป็นระยะ และให้ขุดลอกผักตบชวาที่ขวางทางน้ำขึ้นมาทั้งหมด ในทุกจุด และกระสอบทรายให้เจ้าหน้าที่กรมชลประทาน ซื้อกระสอบทรายและเครื่องสูบน้ำ ที่ใดไม่พอให้ซื้อลงเพิ่มทันที โดยเฉพาะกระสอบทราย นายบรรหารย้ำว่า สมัยตนเองเป็นนายกรัฐมนตรีกระสอบทราบจะเต็มอัดแน่น 2 คนยกไม่ไหว แต่กระสอบทราย ที่ใช้ตอนนี้มีเพียงครึ่งถุง ทำให้อัดไม่แน่น จึงได้เน้นให้กรมชลฯซื้อที่อัดแน่น และเมื่อตักดินทำคันแล้วต้องเสริมกระสอบทรายมิเช่นนั้นจะพังหมด ทั้งนี้นายบรรหารเล่าว่า สมัยเป็นนายกฯปี25 38 ได้ลงมาบัญชาการการทำคันกั้นน้ำด้วยตนเองทุกพื้นที่ทำให้สถานการณ์ลดลงอย่างรวดเร็วต่อจากนั้น นายบรรหารได้ตรวจประตูน้ำคลอง สามวา ได้เรียกผู้สื่อข่าว ทีวี 3-5-7-9 มาสัมภาษณ์ เพราะต้องการให้มีภาพข่าวออกไปให้ประชาชนเห็นว่า โดยนายบรรหารกล่าวว่า คนจะได้เห็นว่า ตนมาตรวจงานด้วยตนเอง และสถานการณ์ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เป็นข่าว จะได้เห็นว่า สถานการณ์ไม่ได้เลวร้ายลง ไม่อยากให้ประชาชนตื่นกระหนก ประชาชนจะได้เห็นว่าการทำว่างานของรัฐบาลโดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และคุมสถานการณ์น้ำ
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่านายบรรหาร ไม่ยอมให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวนสพ.จนกว่าทีวีจะมาถึง โดยนายบรรหารกล่าวว่าจะไม่ให้สัมภาษณ์ มีแต่โจมตีตนเองเรื่องน้ำไม่ท่วมสุพรรณบุรี ฉะนั้นจะไม่ให้สัมภาษณ์ นสพ.อีกแล้ว เพราะเวลาพูดว่าจะป้องกันเมืองอย่างไร ก็ไม่เคยลง ลงแต่ข่าวโจมตี
เมื่อถามว่าที่ศูนย์ศปภ แถลงข่าวแจ้งประชาชนอพยพ ทำให้ประชาชนตกใจและต่อมาแก้ข่าว นายบรรหาร กล่าวว่า ตนได้บอกนายกฯแล้วว่า ให้แถลงแค่ 2 ส่วนคือสถานการณ์น้ำให้กรมชลฯแถลง เพราะไม่มีใครรู้เรื่องน้ำและเชี่ยวชาญเท่ากับกรมชลประทาน จะให้คนอื่นมาพูดจะเกิดปัญหา เหตุการณ์แบบนี้ต่อไปนี้จะไม่มีแล้ว ได้บอกนายกฯไปแล้ว และ ในกทม.ให้ผู้ว่ากทม.แถลงเพราะเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงหากเกิดอะไรขึ้นผู้ว่าก็รับผิดชอบ ก็เชื่อว่าจะไม่มีเหตุการณ์อย่างเมื่อคืนเกิดขึ้นอีก จะมาแถลงอะไรให้วุ่นวาย ปวดหัว และที่บอกว่าน้ำสูง 1 เมตร ให้อพยพ ทีฝั่งตะวันออกนี้เขาก็ไม่อพยพ เพราะเขารู้ว่าสูง 1 เมตรทุกปี เขาจะอพยพไปไหน







