
ลาดกระบังพร้อมเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่
เขตลาดกระบังเชื่อรับมือปริมาณน้ำได้ ระบุขณะนี้สถานการณ์ปกติยังคงระบายน้ำตาแผน พร้อมสั่งเจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง 24ชม.
เขตลาดกระบังเชื่อรับมือปริมาณน้ำได้ ระบุขณะนี้สถานการณ์ปกติยังคงระบายน้ำตาแผน พร้อมสั่งเจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง 24ชม.
นายเชาวฤทธิ์ ทรงนวรัตน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตลาดกระบังเปิดเผยว่า พร้อมเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ โดยอาศัยการประเมินสถานการณ์เป็นหลัก ซึ่งขณะนี้ ยังคงใช้แผนระบายน้ำตามแผนการระบายน้ำในสถานการณ์ปกติ คือ ระบายเข้าสู่คลองประเวศบุรีรมย์ คลองจระเข้ใหญ่ ก่อนมาสู่คลองลาดกระบัง และคลองจระเข้ใหญ่
ทั้งนี้ มวลน้ำทั้งหมดจากคลองดังกล่าว จะไหลต่อไปผ่านประตูระบายน้ำไป ยังคลองสำโรง สู่คลองสุวรรณภูมิในระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร โดยมีเครื่องสูบ ขนาด 25 ลูกบาศก์เมตร/วินาที จำนวน 4 เครื่อง เพื่อระบายออกสู่อ่าวไทย
นายเชาวฤทธิ์ กล่าวว่า เขตลาดกระบังต้องรับน้ำมาจากเขตอื่น จากคลองสามวา มีนบุรี หนองจอก ก่อนมาถึงลาดกระบังซึ่งเป็นพื้นที่สุดท้าย ขณะนี้ จึงบอกไม่ได้ว่าปริมาณน้ำที่จะมามายังพื้นที่ลาดกระบังเป็นปริมาณเท่าใด อย่างไรก็ตามเชื่อว่าแต่ละพื้นที่ จะไม่ปล่อยน้ำมาอย่างรวดเร็วในคราเดียว หรือเป็นปริมาณมาก จนจัดการไม่ได้
“ตอนนี้ ที่เร่งด่วนคือ สั่งการให้ฝ่ายโยธาเร่งบล็อกพื้นผิวจราจรของถนนอ่อนนุช หัวตะเข้ให้รถสามารถสัญจรไปมาได้ อย่างไรก็ดี ทางเขตไม่ได้ประมาท ให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์ 24 ชั่วโมง และเตือนประชาชนเมื่อมีสถานการณ์ที่ต้องระวังเป็นระยะๆ”นายเชาวฤทธิ์ กล่าว
นางอาภรณ์ สมปาน ครูโรงเรียนอนุบาลยุพลพัฒน์วัฒนา ชุมชนบึงบัว กล่าวว่า ยังไม่เคยได้ข่าวคราวอะไรจากทางการ กทม.เรื่องการเตรียมการรับมือน้ำท่วมติดตามข่าวคราวจากโทรทัศน์และสื่อต่างๆ ตลอดเวลา
นายดำรงค์ ม่วงรอด เจ้าหน้าที่ฝ่ายดูแลสถานที่ของวิทยาลัยช่างศิลป์ ใกล้กับสถานีรถไฟหัวตะเข้ กล่าวว่า พื้นที่ลาดกระบังเคยถูกน้ำท่วมมาแล้วหลายครั้งแต่ครั้งนี้ น่าจะรุนแรงที่สุดในรอบ 50 ปี และหากจะมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอีกก็ ครั้งนี้ก็น่าจะเป็นครั้งที่รุนแรงที่สุด







