
แอลพีจีเถื่อนลอบส่งออกทะลักชายแดน
พลังงานสั่งคุมเข้มส่งออกแอลพีจีนขายเพื่อนบ้าน
พลังงานสั่งคุมเข้มส่งออกแอลพีจีนขายเพื่อนบ้าน
นายพีระพล สาครินทร์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ได้หารือร่วมกับนายอดิศักดิ์ เทพอาสน์ รองผวจ.หนองคาย หัวส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในจังหวัดหนองคายเพื่อหาแนวทางในการควบคุมและดูแลปัญหาการลักลอบส่งออกก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือ แอลพีจี หรือ แก๊สหุงต้ม ตามแนวชายแดนเนื่องจากได้ราคาสูงกว่า
นายพีระพล กล่าวว่า เดิมทีประเทศไทยผลิตแก๊สแอลพีจีใช้ในประเทศอย่างเพียงพอและส่งออกได้บ้าง แต่นับตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมาที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นถึง 110 เหรียญ/ดอลล่าร์สหรัฐ และผันผวนอยู่ตลอดเวลา ทำให้ปริมาณความต้องการใช้แก๊สแอลพีจีสูงขึ้นตามไปด้วย ทำให้ประเทศไทยจึงต้องสั่งนำเข้าแก๊สแอลพีจีจากต่างประเทศ เพื่อป้อนความต้องการทั้งในครัวเรือน, อุตสาหกรรม, ปิโตรเคมี และการใช้ในรถยนต์
ทั้งนี้ปัจจุบันรัฐบาลตรึงราคาแก๊สแอลพีจีอยู่ที่ ก.ก.ละ 18.13 บาท ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านไม่มีการตรึงราคา เช่น ประเทศลาว แก๊สแอลพีจี ก.ก.ละ 38.50 บาท, พม่า ก.ก.ละ 31 บาท, กัมพูชา ก.ก.ละ 39.19 บาท, เวียดนาม ก.ก.ละ 5.45 บาท และมาเลเซีย ก.ก.ละ 17.27 บาท
ดังนั้นจึงมีโอกาสสูงในการลักลอบส่งออกแก๊สแอลพีจีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนต้องเฝ้าระวังควบคุมไม่ให้มีการลักลอบนำถังแก๊สหุงต้มออกนอกประเทศ แต่ก็ต้องพิจารณาดูตามสภาพความเหมาะสมด้วย หากนำไปใช้ในครัวเรือนซึ่งนิยมใช้แก๊สหุงต้มขนาดบรรจุ 15 ก.ก. 1 – 2 เดือน/ครั้ง ก็สามารถทำได้ แต่หากเปลี่ยนบ่อยจนผิดสังเกต หรือมีการขนย้ายในลักษณะกองทัพมดออกนอกประเทศ ก็ต้องตรวจสอบเข้มงวด หากพบกระทำผิดสามารถดำเนินการจับกุมตาม พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 รวมทั้งให้ประชาชนในพื้นที่ตามแนวชายแดนช่วยสอดส่องดูแลอีกทางหนึ่ง แต่ต้องไม่ให้กระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ







