
กทม.โต้ 13 พื้นที่เสี่ยงภัยหนองจอกอ่วม 300 ครัวเรือน
วิสูตร สำเร็จวาณิชย์ สก.ลาดกระบัง เสนอญัตติต่อที่ประชุมสภากรุงเทพมหานคร (กทม.)
วิสูตร สำเร็จวาณิชย์ สก.ลาดกระบัง เสนอญัตติต่อที่ประชุมสภากรุงเทพมหานคร (กทม.)
ให้ผู้บริหาร กทม.เร่งรัดแก้ปัญหาน้ำท่วมและช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมทั้งวางแผนแก้ไขทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยเฉพาะฝั่งตะวันออก ได้แก่ เขตคลองสามวา เขตหนองจอก เขตลาดกระบัง และเขตมีนบุรี ซึ่งเป็นแอ่งกระทะ
วิรัช อินช่วย สก.คลองสามวา กล่าวว่า พื้นที่เขตคลองสามวาได้รับผลกระทบน้ำท่วมและมีประชาชนเดือดร้อนจากโรคน้ำกัดเท้าจำนวนมาก และยังขาดแคลนสิ่งของจำเป็นต่อการดำรงชีวิต ผู้บริหาร กทม.ควรเข้าไปช่วยเหลือให้ทั่วถึง
ขณะที่ ประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สก.ห้วยขวาง กล่าวว่า หน่วยงาน กทม.ช่วยเหลือประชาชนล่าช้าและยังขาดความพร้อมทั้งอุปกรณ์และอัตรากำลัง
“เป็นไปได้ว่าในอนาคตจะมีปริมาณน้ำเหนือมากขึ้นในแต่ละปี โดย กทม.จำเป็นจะต้องสร้างเขื่อนและแก้มลิงเพื่อรองรับปริมาณน้ำในอนาคตเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำท่วมอีก” ประเดิมชัย กล่าว
ด้าน พรเทพ เตชะไพบูลย์ รองผู้ว่าฯ กทม. ชี้แจงว่า ที่ผ่านมา กทม.สามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการก่อสร้างแนวป้องกันเขื่อนเจ้าพระยาและอุโมงค์ยักษ์ รวมทั้งติดตั้งเครื่องสูบน้ำในจุดพื้นที่เสี่ยง อีกทั้งได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาทางป้องกันและจัดสรรงบประมาณเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหาในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวจากสำนักการระบายน้ำ กทม. เปิดเผยว่า พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน 13 จุด ตามที่สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (สทอภ.) สังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ออกมาระบุก่อนหน้านี้นั้น เป็นข้อมูลคลาดเคลื่อน เนื่องจากเป็นการทำแบบจำลองน้ำท่วมโดยการป้อนข้อมูลปริมาณน้ำที่ไหลมาจากทางตอนเหนือลงสู่ด้านล่างเท่านั้น
ทั้งนี้ ไม่ได้รวมข้อมูลแนวป้องกันน้ำท่วมของ กทม. ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ได้แก่ คันกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย และคลองมหาสวัสดิ์ รวมถึงพื้นที่แก้มลิง ซึ่งการระบุพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน 13 จุดของ สทอภ. ที่มีตัวเลขตรงกับพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมริมแม่น้ำตามที่ กทม.ได้สำรวจไว้ 13 เขต อาจทำให้ประชาชนเกิดความสับสนและวิตกกังวลได้
สำหรับภาพดาวเทียมแสดงพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมฉับพลัน 13 จุดใน กทม. ของ สทอภ. คือ หนองค้างพลู ทุ่งสองห้อง สายไหม คลองถนน อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จรเข้บัว ลาดพร้าว คลองกุ่ม คลองจั่น หัวหมาก สะพานสูง คลองสองต้นนุ่น ลาดกระบัง และบริเวณปริมณฑล ได้แก่ จ.นนทบุรี จ.นครปฐม จ.สมุทรปราการ และ จ.ฉะเชิงเทรา
ด้าน อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการ สทอภ. เปิดเผยว่า พื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมฉับพลัน 13 จุด เป็นข้อมูลที่ยืนยันว่าต้องเฝ้าระวังต่อไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย โดยเฉพาะฝั่งตะวันออกของ กทม.ทั้งหมด
ขณะที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ก็ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมประชาชนที่เดือดร้อนจากน้ำท่วมขังที่ชุมชนฮาซานฮุนดีลและชุมชนเกาะกลาง เขตหนองจอก ซึ่งน้ำในคลองแสนแสบและคลองนครเนื่องเขต เอ่อล้นเข้ามาในพื้นที่ชุมชน มีประชาชน 290 ครัวเรือนได้รับความเดือดร้อน พื้นที่เกษตรกรรมเสียหายกว่า 5,000 ไร่ ทางสำนักงานเขตจึงนำกระสอบทรายเสริมเป็นแนวคันกั้นน้ำและทำสะพานไม้ชั่วคราว
นอกจากนี้ กทม.ได้ประสานกับกรมชลประทานบริหารจัดการน้ำและทำแนวคันกั้นน้ำชั่วคราวตั้งแต่ จ.ปทุมธานี จนถึงเขตหนองจอก และเร่งระบายน้ำผ่านคลองนครเนื่องเขต คลองลำปลาทิว คลองลาดกระบัง ออก จ.สมุทรปราการ
“ขณะนี้มั่นใจว่าพื้นที่ชั้นในของ กทม.ยังสามารถรับมือสถานการณ์น้ำท่วมได้” ผู้ว่าฯ กทม.ยืนยัน







