
สั่งอพยพ20จ.
‘นายกฯ’สั่งย้ายคนใต้เขื่อนภูมิพลปิดอีก198โรงงานอุตฯตั้งวอร์รูมกู้อยุธยา
‘นายกฯ’สั่งย้ายคนใต้เขื่อนภูมิพลปิดอีก198โรงงานอุตฯตั้งวอร์รูมกู้อยุธยา
นายกฯ สั่งอพยพคนในพื้นที่เสี่ยงหลังปริมาณน้ำเหนือไหลบ่าส่อเค้าให้ระดับน้ำในอยุธยาและลพบุรีเพิ่มสูงขึ้นอีก 1 เมตร
การประชุมคณะกรรมการศูนย์ประมวลและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ ที่กรมชลประทาน เมื่อวันที่ 6 ต.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวยอมรับว่า ปัญหาน้ำท่วมในขณะนี้เข้าขั้นวิกฤตแล้ว และจากภาพถ่ายดาวเทียมพบว่าอาจจะมีพายุเข้ามาอีก 5 ลูก
ดังนั้น จึงได้สั่งให้กระทรวงมหาดไทยประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดที่อยู่ท้ายเขื่อนภูมิพล 20 จังหวัด เตรียมรับมือกับการระบายน้ำของเขื่อนภูมิพล ที่ยังระบายน้ำออกจากเขื่อน 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน และยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะหยุดระบายน้ำได้เมื่อไหร่
นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า สถานการณ์ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และลพบุรี ภายใน 37 วันข้างหน้าคาดว่าระดับน้ำจะสูงขึ้นมากกว่า 1 เมตร เนื่องจากน้ำในเขื่อนสิริกิติ์ และแม่น้ำสะแกกรัง กำลังไหลมาบรรจบกันที่ปากน้ำโพ คาดว่าจะมีปริมาณสูงสุดตั้งแต่เวลา 24.00 น. วันที่ 7 ต.ค.เป็นต้นไป ซึ่งทำให้ปริมาณน้ำจะสูงขึ้นมากกว่าเกณฑ์ปกติจากวันละ 10 เซนติเมตร เป็น 30 เซนติเมตร
นายพระนาย สุวรรณรัฐ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้ทุกจังหวัดที่อยู่ใต้ จ.นครสวรรค์ ลงมา เพิ่มคันดินให้สูงมากขึ้น และหากไม่สามารถทำได้ทัน ขอให้วางแผนอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยด่วน เพราะหากน้ำทะลักเข้ามาภายใน 510 นาที จะเกิดความเสียหายอย่างหนักถ้าไม่เตรียมการรองรับให้ดี สถานการณ์น้ำท่วมยังบานปลายไปยังเขตเศรษฐกิจ
นายพากร วังศิราบัตร ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ ที่มีโรงงานอุตสาหกรรม 198 แห่ง มีแรงงานมากกว่า 1 หมื่นคน จะปิดดำเนินการเพื่ออุดรอยรั่วของพนังกั้นน้ำและจะเปิดในวันที่ 13 ต.ค.
สำหรับนิคมอุตสาหกรรมไฮเทค และนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน ยังเฝ้าระวังต่อเนื่อง หากพบว่ามีรอยรั่วก็จะปิดนิคมเพื่อซ่อม โดยทางการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) จะเข้าตรวจในวันที่ 7 ต.ค.อีกครั้ง
ด้านกระทรวงอุตสาหกรรมได้สั่งตั้งวอร์รูมสกัดน้ำท่วมนิคมอุตสาหกรรมที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เบื้องต้นพบว่ามีถึง 520 โรงงานใน 19 จังหวัด ได้รับความเสียหายแล้ว
สถานการณ์น้ำในเขต กทม.นั้น นายกฯได้สั่งการให้ทหารช่าง ไปขุดลอกคลองสำโรงอย่างเร่งด่วนเพื่อใช้ผันน้ำออกทะเลฝั่งตะวันออก ซึ่งถ้าออกได้ประมาณ 100 ล้าน ลบ.ม. ก็จะช่วยให้สถานการณ์น้ำท่วมของคนกรุงเทพฝั่งตะวันออก ในพื้นที่หนองจอก มีนบุรี ปทุมธานี และรังสิตได้ ถึงแม้ว่าจะปริมาณน้อยแต่ก็สามารถช่วยลำน้ำเจ้าพระยาได้ เพราะเริ่มน่าเป็นห่วงว่าจะประสบกับน้ำท่วมแน่หากปริมาณน้ำมากและระบายน้ำไม่ทัน







