
วิกฤตน้ำ
ไม่กี่ปีก่อนองค์การสหประชาชาติออกโรงเตือนมาตลอดหลายครั้งถึงภาวะวิกฤตน้ำที่โลกกำลังเผชิญหน้า
ไม่กี่ปีก่อนองค์การสหประชาชาติออกโรงเตือนมาตลอดหลายครั้งถึงภาวะวิกฤตน้ำที่โลกกำลังเผชิญหน้า
ในยามที่โลกกำลังประสบกับภาวะสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงอยู่ในขณะนี้ ซึ่งเราห้ามฟ้า ห้ามฝน ไม่ได้ ดังนั้นการจัดการน้ำนั้นถือว่าเป็นเรื่องวาระเร่งด่วน ที่รัฐบาลทั่วโลกต้องให้ความสนใจ
เรื่องนี้เป็นประเด็นดัง ในช่วงที่แม่น้ำโขงเกิดภาวะแล้งหนักเมื่อราวๆ 3 ปีก่อน เนื่องจากแม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำนานาชาติที่ไหลผ่านหลายประเทศ ดังนั้นจำเป็นต้องมีการจัดการน้ำร่วมกันของแต่ละประเทศ ในครั้งนั้นเสียงเตือนได้กล่าวถึงการแบ่งสรรปันน้ำระหว่างกัน
แต่จากปรากฏการณ์ลานินญา หรือโลกร้อนอะไรก็แล้วแต่ ทำให้ในช่วง 2 ปีนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป คือ น้ำมากผิดปกติในหลายประเทศ แต่กระนั้น การจัดการน้ำก็ยังถือเป็นวาระเร่งด่วน ซึ่งผมเห็นว่าน่าจะเป็นวาระแห่งชาติที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับ 1 ด้วยซ้ำ
เห็นได้ชัด ประเทศไทยยังขาดระบบการจัดการน้ำอย่างเป็นบูรณาการทั้งประเทศ เราทำได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่ดีพอ เพราะภูมิประเทศของประเทศไทยนั้น เป็นหุบเขาตอนบน ตอนกลางเป็นที่ลุ่มและอยู่ต่ำ และเรียดน้ำทะเล การระบายน้ำออกสู่ทะเลใช้เวลานานกว่าประเทศอื่น
อย่างเวียดนาม เขาเจอไต้ฝุ่นกันทุกปี แต่เนื่องจากเป็นภูเขาสูง การระบายน้ำลงทะเลทำได้รวดเร็ว ผิดจากไทย พายุเข้าเหนือ-อีสานหนักๆ ทีไร เกิดวิกฤตน้ำทุกที
แต่ก็เป็นเรื่องแปลกครับ ที่เกิดปัญหาลักษณะคล้ายๆ กันทุกปีๆ ปีไหนแล้ง ก็แย่งผันน้ำเข้าที่ตัวเองกันอุตลุด แต่ปีไหนเยอะ ก็กั้นน้ำ ปล่อยน้ำเข้าไปที่คนอื่นกันอุตลุดเหมือนกัน
ปัญหาความแตกแยกที่เกิดขึ้นนั้น รุนแรงทั้งในระดับระหว่างหมู่บ้านกับหมู่บ้าน อำเภอกับอำเภอ และระดับจังหวัดกับจังหวัด ดังที่เราได้ยินข่าวอยู่ทุกวันนี้ ว่าบางจังหวัดปิดกั้นน้ำเอาไว้ไม่ให้น้ำไหลเข้ามา ทำให้น้ำไปเอ่อท่วมอยู่จังหวัดอื่นสร้างความเดือดร้อนอย่างหนัก
ปัญหาเหล่านี้ ไม่ใช่เรื่องใหม่เลย และภาวะน้ำท่วมในประเทศไทยก็เป็นธรรมชาติที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่โบราณ พม่ายกทัพมาปิดล้อมกรุงศรีอยุธยา เราก็รอให้ถึงฤดูน้ำหลากทำให้พม่าต้องยกทัพหนีน้ำกันไปเอง
แต่เมืองไทยในวันนี้ นอกเหนือจากการจัดการน้ำที่ยังไม่บูรณาการอย่างเพียงพอ
หนำซ้ำยังมีการถมที่สร้างสิ่งก่อสร้างขวางทางน้ำ พื้นที่ที่เป็นจุดรับน้ำธรรมชาติในหลายจังหวัดก็ถูกนำไปใช้ประโยชน์ด้านอุตสาหกรรมอื่นๆ แทน นอกเหนือจากต้นไม้ป่าเขาถูกทำลายเหี้ยนเตียนกินภูเขากันเป็นลูกๆ แล้ว พื้นที่รับน้ำด้านล่างก็ถูกขวาง ถูกเปลี่ยนสภาพกันเข้าไปอีก
เราต้องตื่นกับปัญหานี้ได้แล้วครับ ต้องทำให้เป็นวาระแห่งชาติอย่างจริงๆ จังๆ ได้แล้ว







