
นายกฯถกพม่าชื่นมื่นเชิญเต็ง เส่งเยือนไทย
นายกฯเชิญเต็ง เส่งเยือนไทยขอเปิดด่านแม่สอดจับมือ2ชาติปราบยาเสพติดดันเส้นทางเชื่อมโยงทวาย-เมืองกาญจน์
นายกฯเชิญเต็ง เส่งเยือนไทยขอเปิดด่านแม่สอดจับมือ2ชาติปราบยาเสพติดดันเส้นทางเชื่อมโยงทวาย-เมืองกาญจน์
เมื่อเวลา16.20 น. ตามเวลาท้องถิ่น ณ นครเนปิดอร์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้เข้าเยี่ยมคารวะนายเต็ง เส่ง ประธานาธิบดีพม่าและหารือข้อราชการเต็มคณะนายกฯกล่าวแสดงความขอบคุณและแสดงความชื่นชมในพัฒนาการกระบวนการพัฒนาประชาธิปไตยและความปรองดองโอกาสนี้เชิญประธานาธิบดี เต็ง เส่ง เยือนไทยอย่างเป็นทางการ
นายกรัฐมนตรีได้ย้ำนโยบายของไทยต่อพม่า ซึ่งไทยยึดมั่นในนโยบายไม่ให้กลุ่มต่อต้านรัฐบาลพม่าใช้ไทยเป็นฐานในการเคลื่อนไหวต่อต้านและพร้อมส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือในทุกระดับและทุกมิติ เพื่อร่วมกันก้าวสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558
สำหรับประเด็นด้านความร่วมมือระหว่างไทย-พม่า ทั้งสองฝ่ายต่างยินดีที่จะส่งเสริม และสานต่อความร่วมมือระหว่างกันที่มีอยู่ และแสวงหาแนวทางพัฒนาความร่วมมือใหม่ ซึ่งในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้ขอความร่วมมือรัฐบาลพม่า เปิดจุดผ่านแดนเมียวดี – อ.แม่สอด จ.ตาก ซึ่งปิดมาตั้งแต่ 18 ก.ค 2553 เพื่อให้เปิดการค้า และไปมาหาสู่ระหว่างกันของประชาชนทั้งสองประเทศ โดยประธานาธิบดีเมียนพม่ายินดีที่จะเร่งเปิดจุดผ่านแดนทันทีหลังซ่อมแซมบริเวณตอหม้อสะพานเสร็จสิ้น
นายกรัฐมนตรียังได้สอบถามความคืบหน้าการยกระดับด่านสิงขร เป็นจุดผ่านแดนถาวร เพื่อการค้าและการขนส่ง โดยไทยสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมเชื่อมโยงในอนุภูมิภาค ด้านการค้าการลงทุน ทั้งสองฝ่ายได้หารือเพื่อหาแนวทางเพิ่มพูนการค้าระหว่างกันโดยจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อสานต่อแนวทางและความร่วมมือต่อไป และช่วยผลักดันโครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย นิคมอุตสาหกรรม และเส้นทางคมนาคมเชื่อมโยงทวาย – กาญจนบุรี ให้สำเร็จลุล่วงโดยเร็ว
นอกมีการหารือเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหายาเสพติด ทั้งสองประเทศต่างกำหนดให้การแก้ปัญหา และการปราบปรามยาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดทั้งการแลกเปลี่ยนข้อมูล การทำลายแหล่งผลิต การสกัดกั้นการลำเลียงข้ามพรมแดน สานต่อความร่วมมือด้านพัฒนาเพื่อแก้ปัญหาการปลูกฝิ่น ตามแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
สำหรับความร่วมมือด้านแรงงาพม่าไทยจะดูแลแรงงานให้ได้รับการปฏิบัติที่เป็นธรรม และจะเร่งรัดกระบวนการพิสูจน์สัญชาติให้เสร็จตามที่กำหนดไว้คือ 28 ก.พ 2555 นอกจากนี้ ไทยจะให้ความร่วมมือในการดูแลผู้หนีภัยการสู้รบที่มีจำนวนกว่า 100,000 คนตามหลักมนุษยธรรม และจัดฝึกอาชีพที่จำเป็น เพื่อกลับประเทศอย่างมีศักดิ์ศรีและปลอดภัย
นอกจากนี้ ไทยได้ส่งมอบอุปกรณ์พื้นฐานด้านอุตุนิยมวิทยา มูลค่า 40 ล้านบาท ระหว่างการเดินทางเยือนเมียนมาร์ครั้งนี้ด้วย
หลังการหารือ นายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีพม่าร่วมกันเป็นสักขีพยาน ในพิธีแลกเปลี่ยนหนังสือลงนามเรื่องการก่อสร้างถนนสายเชิงเขาตะนาวศรี – กอกะเร็ก การปรับปรุงถนนสายเมียวดี – เชิงเขาตะนาวศรีและการซ่อมแซมถาวรสะพานมิตรภาพไทย – พม่าซึ่งลงนามโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองชาติ.







