
แรงกว่า 2008
นักวิเคราะห์ ผู้เชี่ยวชาญ และอีกหลายๆ คนในแวดวงเศรษฐกิจโลก ออกมาบอกเตือนอยู่เสมอๆ
โดย...ธนพล ไชยภาษี
แรงกว่า 2008นักวิเคราะห์ ผู้เชี่ยวชาญ และอีกหลายๆ คนในแวดวงเศรษฐกิจโลก ออกมาบอกเตือนอยู่เสมอๆ
ครับ ว่า วิกฤตหนี้ในยุโรปที่กำลังใกล้ถึงจุดไคลแมกซ์อยู่ในขณะนี้นั้นมีความรุนแรง และเป็นปัญหาที่ยากลำบากกว่าเมื่อครั้งวิกฤตการเงินในสหรัฐเมื่อ 3 ปีก่อน
ฟังดูเผินๆ อาจจะบอกว่าเกินจริงไปหน่อย แต่หากฟังจริงๆ มองดูจริงๆ ก็ต้องบอกว่าเป็นเช่นนั้นครับ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาที่เกิดขึ้นในยุโรปนั้น ไม่ใช่ปัญหาด้านเศรษฐกิจเพียวๆ ไม่ใช่เป็นปัญหากรีซแบบเพียวๆ เท่านั้นที่จะต้องตามแก้กันทีละเปลาะ
ใช่ครับ ผมกำลังบอกว่า วิกฤตที่ยุโรปกำลังเผชิญหน้าอยู่นั้น ที่ทำให้แก้ยากเพราะมีปัจจัยทางการเมืองเข้ามาผสมปนเปอยู่ด้วย
การรวมกลุ่มของยูโรโซนนั้น ประกอบไปด้วย 17 ชาติสมาชิกที่ใช้ค่าเงินร่วมกัน แต่ทว่าการที่ยูโรโซนจะทำอะไรร่วมกันก็ต้องปรึกษาหารือกันก่อน และจะต้องผ่านการรับรองจากรัฐสภาของทั้ง 17 ชาติสมาชิกกันก่อน
นั่นคือเหตุผลหลักประการหนึ่ง ที่ทำให้การแก้ปัญหาของยูโรโซนนั้นล่าช้า
นอกจากนั้น ต้องยอมรับว่าในยุโรปเอง สหภาพแรงงานในแต่ละประเทศมีความแข็งแกร่ง และความเป็นรัฐสวัสดิการชั้นยอด และการใช้นโยบายประชานิยมสุดขั้วในแต่ละประเทศก็ทำให้ความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกันของยุโรปอย่างแท้จริงนัก ก็ไม่ใช่ว่าจะดีเด่ไปกว่าภูมิภาคอื่นๆ ในโลกเท่าใดนัก
เห็นชัดครับว่า หลายประเทศเริ่มต่อต้านการควักเงินช่วยเหลือให้กับกรีซ เพราะแต่ละชาติก็ไม่ต้องการจะควักเนื้อด้วยกันทั้งนั้น
เห็นได้ชัดอย่างในเยอรมนี ที่แม้ว่ารัฐสภาเมืองเบียร์จะผ่านมติขยายกองทุนเพื่อเสถียรภาพการเงินยุโรปไปเป็น 4.4 ล้านยูโร ซึ่งจะทำให้เยอรมนีต้องสมทบทุนช่วยเพิ่มจาก 1.2 แสนล้านยูโร เป็น 2.1 แสนล้านยูโร เยอรมนีก็รีบออกมาประกาศลั่นว่าจะไม่สมทบใดๆ ในกองทุนนี้อีกแล้ว
การแก้ปัญหาในยุโรปจึงมีความต่างกับการแก้ปัญหาในสหรัฐอย่างชัดเจนครับ เมื่อปี 2008 เป็นปีที่สหรัฐเพิ่งได้ผู้นำใหม่คือ ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ที่ทั้งประเทศกำลังเห่อ ในสภาคองเกรสก็เป็นพรรคเดโมแครต ครองเสียงข้างมากอยู่ สหรัฐจึงออกสารพัดมาตรการ ออกมาได้ทันทีอย่างรวดเร็วและง่ายดาย
ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ก็มีความคล่องตัวในการทำงานสูง และถึงแม้ว่าจะเป็นอิสระจากภาคการเมือง แต่นโยบายของเฟดก็สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลเสมอ
และสุดท้าย ซึ่งสำคัญยิ่งปัญหาขาดสภาพคล่องในภาคการเงินของสหรัฐนั้นทำได้ง่ายและรวดเร็วกว่าในยุโรป ก็เพราะอย่าลืมว่าสหรัฐเป็นชาติเดียวในโลกล่ะครับ ที่สามารถพิมพ์แบงก์ออกมาหว่านได้ทันทีอย่างอิสระ ไม่ต้องมีทองคำเป็นตัวอ้างอิง เพราะถือว่าตัวเองมีเครดิตเยอะ และทั่วโลกก็ยอมรับในค่าเงินดอลลาร์อยู่แล้วครับ







