posttoday
โต้งท้าลาออก

โต้งท้าลาออก

03 ตุลาคม 2554

หากจำนำข้าว1.5หมื่นแล้วขาดทุนกว่าเจ๊งประกัน6หมื่นล.ยันส่งออกเงินไม่ลด

หากจำนำข้าว1.5หมื่นแล้วขาดทุนกว่าเจ๊งประกัน6หมื่นล.ยันส่งออกเงินไม่ลด

“กิตติรัตน์” ท้าชน รับจำนำข้าว 1.5 หมื่น จ่ายชดเชยน้อยกว่าประกัน ที่เจ๊งไป 6 หมื่นล้าน แจงหากล่ม รัฐบาลอยู่ไม่ได้

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ถ้ารัฐบาลทำโครงการรับจำนำข้าวแล้ว ทำให้รัฐเสียหายมากกว่า 6 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นงบที่รัฐบาลชุดก่อนใช้ชดเชยในระบบประกันรายได้เกษตรกร รัฐบาลพรรคเพื่อไทยคงอยู่ไม่ได้ ไม่ต้องตั้งคำถามเลยว่า ในฐานะรองนายกฯ เศรษฐกิจจะรับผิดชอบอย่างไร

อย่างไรก็ตาม ถ้าโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ฤดูกาล 2554/2555 ที่จะเริ่มรับจำนำวันที่ 7 ต.ค. รัฐบาลสามารถรับจำนำแล้ว ขาดทุนน้อยกว่า 6 หมื่นล้านบาท และยังทำให้เกษตรกรขายข้าวเปลือกเจ้าได้ราคาตันละ 1.5 หมื่นบาท ข้าวหอมมะลิตันละ 2 หมื่นบาท ต้องถือว่ารัฐบาลสอบผ่าน ส่วนการทุจริตที่จะเกิดขึ้นในกระบวนการรับจำนำแต่ละขั้นตอนตามที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกต คงมีอยู่บ้างแต่จะให้น้อยกว่าการประกัน ขอยืนยันว่า โครงการรับจำนำข้าวทุกเมล็ดจะเดินหน้าต่อไป

การกำหนดวงเงินรับจำนำข้าวไว้ที่ 4 แสนล้านบาท ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลจะใช้งบทั้งหมด เพราะการตั้งวงเงินดังกล่าวจะเกิดขึ้นในกรณีที่ไม่มีการซื้อขายข้าวในตลาด และรัฐบาลจำนำข้าวทุกเมล็ด ซึ่งความเป็นจริงตลาดต้องมีการซื้อขายข้าวในระบบปกติ เมื่อรวมกับข้าวที่รัฐบาลได้มาจากการรับจำนำ ซึ่งคาดว่าการระบายข้าวในสต๊อกรัฐบาลจะมีกำไรจากการระบายข้าว เท่ากับว่านโยบายเดินมาถูกทาง

กรณีรับจำนำข้าวราคาสูง 1.5 หมื่นบาท และการที่รัฐบาลซื้อข้าวไว้ ทำให้เอกชนไม่มีข้าวในมือจะกระทบการส่งออกข้าวให้ลดลง แพ้ประเทศเวียดนาม รัฐบาลมองเรื่องนี้ว่าถ้าส่งออกน้อย แต่ได้เงินเท่ากับหรือมากกว่าส่งออกข้าวมาก ถ้าผลออกมาแล้วได้เงินมากอย่างนี้ไม่ดีกว่าหรือ นอกจากนั้น วิธีนี้อาจจะทำให้ส่งออกได้เพิ่มขึ้น ทั้งเป็นมูลค่าเงินและปริมาณข้าว

สำหรับเรื่องที่ประเทศอื่นจะฟ้องไทยทำผิดกฎเกณฑ์องค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) เพราะการอุดหนุนข้าวของไทย เป็นการทำให้ราคาข้าวปรับตัวสูงขึ้น แต่สิ่งที่ดับเบิลยูทีโอจ้องมอง คือการนำเงินไปอุดหนุนผู้ผลิต และทำให้ราคาสินค้าต่ำกว่า ซึ่งหากตนเป็นเวียดนามก็คงไม่ไปฟ้องว่าไทยทำผิดดับเบิลยูทีโอ เพราะนโยบายของไทย คือการทำให้ราคาข้าวในตลาดโลกราคาดีขึ้น แล้วไทยจะผิดกฎเกณฑ์ดับเบิลยูทีโอได้อย่างไร

นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า ส่วนการดูแลผู้บริโภคที่จะต้องซื้อข้าวสารในราคาแพงขึ้นนั้น ตามหลักการของรัฐบาลคือ เมื่อข้าวสารแพง ข้าวเปลือกก็ต้องแพง เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ ไม่เหมือนอดีตข้าวสารแพง แต่ข้าวเปลือกถูก โดยการให้ข้าวสารขึ้นราคา จะต้องเป็นธรรมกับคนกิน และได้เจรจากับเอกชน ให้นำข้าวหัก 20% ที่ส่วนใหญ่ขายเป็นข้าวร้านอาหารตามสั่งมาบรรจุถุงขายราคาถูก ดังนั้นหากรัฐบาลทำให้ข้าวเปลือกราคาแพงได้ และคนจะต้องซื้อข้าวสารแพงแต่มีกำลังซื้อมากขึ้นจากการเพิ่มรายผ่านค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท/วัน และเงินเดือนปริญญาตรี 1.5 หมื่นบาท/เดือน อีกทั้งรัฐบาลยังมีการแทรกแซงผ่านข้าวถุงธงฟ้า โดยจะนำข้าวหัก 20% ที่ส่วนใหญ่ร้านขายอาหารจานด่วน หรืออาหารสำเร็จรูปจะใช้กัน นำมาทำเป็นข้าวสารบรรจุถุงขายให้กับประชาชนในราคาถูกลง เชื่อว่าจะดูแลประชาชนได้อย่างครอบคลุมทุกกลุ่ม

สำหรับนโยบายปรับขึ้นค่าแรงงาน 300 บาท/วัน ที่จะนำร่องใน 7 จังหวัดก่อน ซึ่งเชื่อว่าเอกชนส่วนใหญ่เห็นด้วยและดำเนินการ และรัฐบาลยังมีทางเลือกบังคับค่าแรงผ่านคณะกรรมการไตรภาคี ที่ประกอบด้วยภาครัฐ ภาคแรงงาน และภาคนายจ้าง ซึ่งหากภาครัฐจะสนับสนุนภาคแรงงานในครั้งนี้ ภาคเอกชนก็ต้องเห็นด้วย ซึ่งเมื่อรวมกับการขึ้นเงินเดือน 1.5 หมื่นบาท/เดือน นำร่องข้าราชการและรัฐวิสาหกิจในวันที่ 1 ม.ค. 2555 หรือทั้งหมด 40% ของการจ้างงาน รวมกับนโยบายจำนำที่ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มนั้น จะช่วยกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศที่ทำให้จีดีพีปีหน้าปรับเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 2.5% หรือ 2.5 แสนล้านบาทต่อระบบเศรษฐกิจไทย กรณีทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว ยืนยันว่าจะพยายามอุดรูรั่วทุกจุด ซึ่งยอมรับว่ากระบวนการที่จะทุจริตในโครงการเกิดขึ้นได้ ดังนั้นสิ่งที่ทำได้ คือใครทำผิด ก็จับ และรัฐบาลชุดนี้ก็จริงจังกับการปราบปรามการทุจริต ซึ่งได้มีการแต่งตั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงมหาดไทย กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มาช่วยดูแลตรวจสอบการทุจริตทุกรูปแบบตั้งแต่การปลอมปนข้าว การสวมสิทธิ์ข้าว รวมถึงการะบายสต๊อกข้าวของรัฐบาล ที่จะใช้วิธีเพื่อเกิดความโปร่งใสกับทุกฝ่าย


 

 

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน