posttoday
กูรูคาดญี่ปุ่นจ่อซื้อยูโรบอนด์อีกรอบ

กูรูคาดญี่ปุ่นจ่อซื้อยูโรบอนด์อีกรอบ

02 ตุลาคม 2554

ใช้เป็นกลยุทธ์ฉุดเงินเยนอ่อนลดแรงต้านจากทั้งสหรัฐยุโรป

ใช้เป็นกลยุทธ์ฉุดเงินเยนอ่อนลดแรงต้านจากทั้งสหรัฐยุโรป

นักวิเคราะห์คาดญี่ปุ่นเดินหน้าซื้อยูโรบอนด์ ช่วยฉุดเงินเยนอ่อน ลดแรงต้านจากฝั่งสหรัฐและยุโรป ด้านยิ่งลักษณ์ ย้ำวิกฤตครั้งนี้ไม่กระทบไทย

หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีตเจอนัล รายงานโดยอ้างคำกล่าวของนักวิเคราะห์จากหลายสถาบันซึ่งระบุตรงกันว่า รัฐบาลญี่ปุ่นมีแนวโน้มแทรกแซงตลาดการเงินเพื่อให้ค่าเงินเยนที่แข็งค่าจนกระทบการส่งออกในปัจจุบันอ่อนตัวลงมากอีกครั้ง โดยมีอัตราอยู่ที่ 103.28 เยนต่อยูโร ในตลาดนิวยอร์ก เมื่อครึ่งวันเช้าในวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ เป็นที่คาดกันว่า การแทรกแซงค่าเงินเยนของรัฐบาลญี่ปุ่นในครั้งนี้ จะเป็นการใช้เงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่มีอยู่ 1.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เข้าไปซื้อพันธบัตรยูโรที่จะออกโดยกองทุนรักษาเสถียรภาพทางการเงินแห่งยุโรป (อีเอฟเอสเอฟ) เพื่อช่วยบรรเทาวิกฤตหนี้ในภูมิภาคยุโรป หลังจากที่ไม่กี่วันก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรี โยชิฮิโกะ โนดะ ส่งสัญญาณว่า รัฐบาลญี่ปุ่นยินดีที่จะซื้อพันธบัตรยุโรปเพิ่มเติมอีกครั้ง จากเดิมที่ซื้อไปแล้ว 2,700 ล้านยูโร

นักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งเห็นว่า การที่ญี่ปุ่นเข้าไปถือในสินทรัพย์เสี่ยงทำให้สกุลเงินเยนไม่ได้อยู่ในสถานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัยอีกต่อไป จนน่าจะลดความร้อนแรงจากแรงซื้อขายของนักลงทุนในตลาด พร้อมๆ กับที่ลดแรงต้านจากฝั่งสหรัฐและยุโรปในการที่รัฐบาลญี่ปุ่นเข้าแทรกแซงตลาดค่าเงินด้วยมาตรการที่เด็ดขาด

มาซาฟูมิ ยามาโมโต นักกลยุทธ์จากบาร์คเลย์ แคปิตอล กล่าวว่า ยุโรปมีแนวโน้มฟื้นตัวจากปัญหาหนี้แน่นอน หากญี่ปุ่นประเทศที่มีทุนสำรองระหว่างประเทศแข็งแรงมากที่สุดประเทศหนึ่งมาร่วมให้การสนับสนุน

ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน” ว่า วิกฤตการณ์คลังของยุโรปน่าจะคลี่คลายไปได้ ส่วนไทยแม้จะมีรายได้จากการส่งออกเป็นหลัก แต่ไม่ต้องห่วง รัฐบาลจะเดินหน้าดูแลประชาชน โดยทำให้เศรษฐกิจดีและรักษาวินัยการคลังควบคู่กันไป ทั้งนี้ แม้ว่าโลกมีการเปลี่ยนผ่านจากมหาอำนาจสหรัฐ และความไม่แน่นอนในยุโรป แต่ฐานเศรษฐกิจ กำลังเคลื่อนมาที่จีนและเอเชีย จึงเป็นโอกาสสำคัญสำหรับประเทศไทย

ด้าน นายสิงห์ ตั้งเจริญชัยชนะ ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคกลาง กล่าวว่า วิกฤตเศรษฐกิจทั้งในสหรัฐและยุโรปไม่ส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของประเทศไทย เนื่องจากผู้ประกอบการได้ระมัดระวังเกี่ยวกับสถานการณ์ของสหรัฐและยุโรปมาเป็นเวลา 3 ปีแล้วโดยเฉพาะกลุ่มประเทศ PIIGs (โปรตุเกส อิตาลี ไอร์แลนด์ กรีซ และสเปน) ขณะเดียวกันยังหันไปทำตลาดเกิดใหม่ เช่น กลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกกลางและรัสเซีย  

 

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้