
เขื่อนใหญ่วิกฤตเร่งระบายน้ำรับเนสาดถล่ม
ระดับน้ำปิงบริเวณสถานี P.67 บ้านแม่แต อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ เพิ่มสูงต่อเนื่อง
ระดับน้ำปิงบริเวณสถานี P.67 บ้านแม่แต อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ เพิ่มสูงต่อเนื่อง
โดย...ทีมข่าวภูมิภาค
ระดับน้ำปิงบริเวณสถานี P.67 บ้านแม่แต อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ เพิ่มสูงต่อเนื่อง โดยเที่ยงวันที่ 29 ก.ย.ที่ผ่านมา วัดได้ 4.60 เมตร ปริมาณน้ำ 527 ลบ.ม./วินาที หลังจากที่ทยอยลดระดับลงมาตั้งแต่คืนวันที่ 28 ก.ย. ซึ่งมวลน้ำระลอกใหม่ได้ทะลักเข้าท่วมตัวเมืองเชียงใหม่ หรือบริเวณสถานีวัดระดับน้ำ P.1 เชิงสะพานนวรัฐ ทำให้น้ำท่วมตัวเมืองเชียงใหม่ขยายวงกว้างมากขึ้น
จากเดิมตั้งแต่วันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่น้ำปิงเริ่มล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ตัวเมืองเชียงใหม่ ตั้งแต่เขต ต.หนองหอย ต.ป่าแดด สะพานนวรัฐไปตามถนนสันป่าข่อยถึงตลาดหนองหอย ถนนเจริญประเทศ สะพานเม็งราย ไนท์บาซาร์ ถนนช้างคลานตลอดสาย จนถึงบ้านป่าพร้าวนอก หมู่บ้านเชียงใหม่แลนด์ น้ำปิงยังได้ทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน สำนักงาน ร้านค้า รวมถึงพื้นที่ “เวียงกุมกาม” โบราณสถานชื่อดัง ฯลฯ ที่อยู่ด้านในถนนวงแหวนรอบกลางของเมืองเชียงใหม่
ขณะที่น้ำท่วม จ.ลำพูน ยังคงถือว่าอยู่ในขั้นวิกฤต เช่น อ.เมือง น้ำได้เริ่มเข้าท่วมชุมชนบ้านหลวย และลำน้ำทา ที่ไหลผ่านในเขตพื้นที่ อ.ป่าซาง ได้เอ่อล้นไหลเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรในชุมชนต่างๆ ของ อ.ป่าซาง มากกว่า 500 หลังคาเรือน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องนำธงแดงไปปักเป็นสัญลักษณ์เตือนภัยเพื่อเตือนประชาชนให้ทราบว่าเป็นพื้นที่อันตราย พร้อมทั้งให้ชาวบ้านเร่งอพยพสิ่งของ สัตว์เลี้ยง ไปไว้ในที่ปลอดภัย เนื่องจากน้ำแม่ทาท่วมสูงเป็นระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร ที่ จ.เชียงราย แม่น้ำ 3 สาย คือ แม่น้ำกวง แม่น้ำทา และแม่น้ำปิง ที่ไหลผ่าน อ.แม่สรวย มีปริมาณน้ำมากทะลักเข้าท่วมพื้นที่จนชาวบ้านต้องขนข้าวของหนีน้ำขึ้นที่สูง
พระนาย สุวรรณรัฐ รักษาการปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์สนับสนุนการอำนวยการและการบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศอส.) กล่าวว่า ได้สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับมือฝนตกหนักจากพายุไต้ฝุ่นเนสาดที่จะพัดเข้าถล่มประเทศไทย ซึ่งจะทำให้ฝนตกหนัก เขื่อนใหญ่หลายแห่งต้องเร่งระบายน้ำออกเนื่องจากน้ำในเขื่อนยังอยู่ในภาวะวิกฤต โดยเฉพาะเขื่อนภูมิพล มีปริมาณน้ำ 92% เขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำ 99% เขื่อนแควน้อย มีปริมาณน้ำ 94% เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำ 135%
วิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า ขอเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ราบลุ่มริมแม่น้ำ รวม 42 จังหวัด ได้แก่ บึงกาฬ หนองคาย อุดรธานี สกลนคร เลย หนองบัวลำภู นครพนม มุกดาหาร ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ชัยภูมิ นครราชสีมา แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ตาก พิษณุโลก สุโขทัย เพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา และสตูล เตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม ในช่วงวันที่ 29 ก.ย.-3 ต.ค.นี้
ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมภาคกลางหลายจังหวัดจมบาดาล โดยเฉพาะตัวเมือง จ.สิงห์บุรี และ อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี หลังจากประตูระบายน้ำบางโฉมศรี ต.ชีน้ำร้าย อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี แตก ทำให้น้ำทะลักท่วมอย่างหนัก ทำให้รถยนต์สัญจรไปมาอย่างยากลำบาก อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่จากกรมชลประทานและทหารช่างกว่า 200 นาย ทำการซ่อมแซมประตูระบายน้ำบางโฉมศรี คาดใช้เวลา 1015 วันจึงแล้วเสร็จ ซึ่งจะช่วยบรรเทาสถานการณ์น้ำท่วมในบริเวณใกล้เคียงและในพื้นที่ จ.ลพบุรี ได้
ด้านชลประทานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำในทุ่งและนอกคันกั้นน้ำ เร่งเก็บข้าวของไว้ในที่สูง เนื่องจากขณะนี้มวลน้ำจากแม่น้ำลพบุรีมีปริมาณเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในเขต อ.บ้านแพรก มหาราช บางปะหัน และพระนครศรีอยุธยา
ที่ จ.กาฬสินธุ์ น้ำจากลำน้ำพานและปาวทะลักเข้าท่วม อ.เมือง ทำให้บ้านเรือนราษฎรกว่า 80 หลังคาเรือนจมน้ำ ต้องอพยพชาวบ้านมาอาศัยอยู่ในที่สูง ที่ จ.อุบลราชธานี น้ำท่วมนานกว่า 1 เดือน ส่งผลให้เกิดน้ำเน่าเหม็นทำให้ชาวบ้านกุดชุม ต.หนองกินเพล อ.วารินชำราบ ล้มป่วยเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ จ.ชัยภูมิ และสุรินทร์ น้ำท่วมหนักชาวบ้านเดือดร้อนกว่าแสนคน
&<2288;
&<2288;







