
ปู พลาดบ่อยมีสิทธิเสื่อม
ความน่าเชื่อถือเป็นเรื่องสำคัญในการสร้าง “ภาวะผู้นำ” ของประเทศ
ความน่าเชื่อถือเป็นเรื่องสำคัญในการสร้าง “ภาวะผู้นำ” ของประเทศ
โดย...ทีมข่าวการเมือง
ความน่าเชื่อถือเป็นเรื่องสำคัญในการสร้าง “ภาวะผู้นำ” ของประเทศ
ช่วงเดือนกว่าที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศ ถูกวิจารณ์หนักถึงการพูดที่ผิดๆ ถูกๆ
ล่าสุดเป็นข่าวครึกโครมเมื่อ ยิ่งลักษณ์ ปล่อยไก่ตอบคำถามผิดหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงโครงการจัดซื้ออาวุธของกองทัพว่า ครม.ได้อนุมัติจัดซื้อเรือดำน้ำ แต่ที่สุดไม่มี จนทีมโฆษกรัฐบาลต้องแก้ข่าวจ้าละหวั่น
“จำไม่ได้ วันนี้ ครม.พิจารณา 37 ข้อ จริงๆ แล้วในส่วนของ ครม.นั้นไม่ได้ติดขัด ในส่วนของเรือดำน้ำผ่านเรียบร้อยแล้วค่ะ ส่วนของแบล็กฮอว์กนั้นยังติดในเรื่องของเทคนิค เรื่องของรายละเอียดราคาเท่านั้น ก็ให้ไปหารือกับทางด้านของสำนักงบฯ ใหม่ค่ะ”
คำยืนยันของ ยิ่งลักษณ์ แว่วว่า ผบ.ทร.ได้ยินถึงกับดีใจเก้อ เพราะผลักดันโครงการเรือดำน้ำมาตั้งแต่ช่วงปลายรัฐบาลอภิสิทธิ์ ก่อนยุบสภา
เมื่อข้อเท็จจริงไม่มีวาระเรือดำน้ำเข้า ครม. มีแต่ 2 โครงการใหญ่ กล่าวคือ การจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธ 8 ลำ และการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์แบล็กฮอว์กแบบทั่วไป ซึ่งมติ ครม.ได้เห็นชอบเฉพาะโครงการแรก ส่วนโครงการที่สองให้ไปหารือกับสำนักงบประมาณอีกครั้ง
สุดท้ายทีมโฆษกแก้ข่าวทางออกให้นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ไม่เสียหน้า “ฐิติมา ฉายแสง” โฆษกรัฐบาล ได้เรียกทีมโฆษกหารือก่อนจะชี้แจงกับสื่อว่า นายกฯ ท่านอาจเผลอ
ส่วน อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด และชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา รองโฆษกรัฐบาล ก็อธิบายออกแนวผ่อนคลายว่า “สงสัยนายกฯ ต้องการบอกกับสื่อถึงเรื่องเรือดันน้ำที่ ครม.เห็นชอบเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อนำมาดันระบายน้ำลงสู่ทะเลไม่ให้ท่วมขัง”
วันเดียวกันมีสีสันเกิดขึ้นอีกเรื่อง หลังจากนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ออกจากทำเนียบฯ เพื่อเข้าประชุมพรรคเพื่อไทยในช่วงบ่าย ตัวแทนภาคประชาชนจากปากช่องเดินทางมามอบเงินช่วยเหลือน้ำท่วม แต่ยิ่งลักษณ์บอกไปคนละเรื่องว่า “ต้องกลับไปทบทวนก่อนนะคะ” ก่อนที่ป้ารายนี้บอกว่า ไม่ใช่ มามอบเงินช่วยเหลือน้ำท่วม
อาจเป็นไปได้ว่านายกฯ ยิ่งลักษณ์ เบลอ ทำงานหนัก เพิ่งประชุม ครม.เสร็จ จึงพูดผิด เข้าใจผิด
แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรก มีตัวอย่างก่อนหน้านี้ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 16 ก.ย. ระบุว่า “ไม่ยืนยันพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตรรอบปราสาทพระวิหารเป็นของไทย” ทว่าต่อมากลับมีการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กนายกฯ ยิ่งลักษณ์ “พื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรเป็นของประเทศไทย” หรือที่เจ้าตัวตอบคำถามเรื่องความรุนแรงในภาคใต้ว่า “ขอวิเคราะห์ปัญหาก่อนค่ะ”
กระนั้น เข้าใจได้ว่าเพราะยิ่งลักษณ์ไม่ได้เตรียมตัวเป็นนายกฯ และไม่เคยเล่นการเมืองมาก่อน จึงไม่รอบรู้ปัญหาประเทศ หาเสียงเพียงแค่ 49 วัน ก็ก้าวขึ้นสู่เก้าอี้ผู้นำประเทศทันที โดยการผลักดันของพี่ชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ย้ำว่ายิ่งลักษณ์คือโคลนนิงของเขา
ถ้าผู้นำไม่ว่าประเทศไหนพูดผิดบ่อย ก็ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของตัวเอง เพราะคำพูดของผู้นำเปรียบเหมือนมติ ครม.น้อยๆ โดยเฉพาะหากคำพูดนั้นเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ประเทศชาติอย่าง “ไทยเขมร” ยิ่งละเอียดอ่อน ยิ่งต้องพึงระวัง
อย่างไรก็ตาม ความผิดพลาดของยิ่งลักษณ์ตลอดช่วงเดือนกว่าที่ผ่านมา เป็นเรื่องที่เข้าใจได้หากมองในมิติว่านี่คือ “การเมืองยุคนอมินี” ซึ่งเป็นผลพวงจากที่พรรคไทยรักไทย และพรรคพลังประชาชนถูกยุบ จนทักษิณเหลือคนที่ไว้ใจจริงๆ ไม่มาก จึงต้องไปคว้าน้องสาวมานำทัพพรรคเสื้อแดงชิงอำนาจกับอีกขั้ว
รัฐบาลพรรคเพื่อไทยจึงมีทีมเบื้องหลังแกนนำไทยรักไทย และพลังประชาชนคอยช่วยอยู่ เป็นกุนซือคอยประสานลงลึกด้านนโยบาย อาทิ พันศักดิ์ วิญญรัตน์ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ภูมิธรรม เวชยชัย จาตุรนต์ ฉายแสง พงศ์เทพ เทพกาญจนา ยงยุทธ ติยะไพรัช วราเทพ รัตนากร สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ฯลฯ จากกลุ่ม 111 และกลุ่ม 109 นำโดย สมชายเยาวภา วงศ์สวัสดิ์
โดยเฉพาะ ทักษิณ เป็นซูเปอร์นายกฯ คอยสั่งการ “ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ” โดยเพิ่งเรียกประชุมคณะรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยนอกรอบเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน แนะนำการบริหารประเทศในภาวะวิกฤต เร่งทำเมกะโปรเจกต์ เดินหน้าโครงการประชานิยมช่วยรากหญ้าเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
เมื่อไม่ใช่ตัวจริงเล่น ทำให้นโยบายที่หาเสียงไม่ว่าจะเป็นรถยนต์คันแรก บ้านหลังแรก จึงสับสนเปลี่ยนแปลงแก้ไขนำเสนอ ครม.ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนไม่รู้ว่าใครมีอำนาจจริงที่ทำนโยบายแต่ละเรื่อง
ทีมงานที่แข็งแกร่งที่คอยแบ็กอัพเมื่อยิ่งลักษณ์พลาด จึงไม่กระทบภาพรวมของรัฐบาล เพราะคนที่เลือกพรรคเพื่อไทยมาจากหลายส่วน ไม่ใช่เพราะ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” คนเดียว แต่ชอบในนโยบายทักษิณ กระแสคนเสื้อแดง ไม่เอาการรัฐประหาร สงสารพรรคเพื่อไทยที่ถูกกระทำ และอยากเห็นนายกฯ หญิงของประเทศ
ทั้งหมดนำมาสู่ชัยชนะถล่มทลาย 265 เสียง ทิ้งขาดประชาธิปัตย์ที่ได้ 159 เสียง
ดังนั้น ถึงแม้นายกฯ ยิ่งลักษณ์ จะถูกเย้ยหยันว่าท่องสคริปต์ ไม่กล้าออกสด ไม่กล้าดีเบต ตอบกระทู้ฝ่ายค้านในสภา พูดผิด ตอบไม่ตรงคำถาม ฯลฯ แต่ถ้ารัฐบาลมีผลงาน แก้ปัญหาเศรษฐกิจและปากท้อง ทำตามสัญญาเป็นรูปธรรมชัดเจน และไม่คอร์รัปชัน รัฐบาลเพื่อไทยก็ยังได้รับการสนับสนุนเป็นกำแพงเหล็ก
ว่าไปแล้วรัฐบาลยิ่งลักษณ์มีปัญหาเรื่องการสื่อสาร รัฐมนตรีมือใหม่ไม่ถึงกึ๋น นอกจาก กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ที่ดูเข้าตาหลายคน ส่วนทีมโฆษกรัฐบาลก็ถูกวิจารณ์ว่าทำงานรุกไม่เป็น อธิบายมติ ครม.ก็มีปัญหา
กระนั้น ถ้ายิ่งลักษณ์ผิดพลาดบ่อย ภาวะผู้นำอาจเสื่อมเร็ว คนที่หนักก็คือทีมกุนซือ และทักษิณที่ต้องทำงานหนักคอยโอบอุ้มนารีไม่ให้เป๋ไปกว่านี้







