posttoday
อสส.เมินปชป.เล็งถอดถอน

อสส.เมินปชป.เล็งถอดถอน

28 กันยายน 2554

โฆษกอัยการ ออกตัว อัยการสูงสุด สั่งไม่ฎีกาคดีเลี่ยงภาษีตามอำนาจหน้าที่ ไม่ตอบโต้ ปชป.เล็งทำเรื่องถอดถอน อสส.ปชป.เตรียมบุกขอข้อมูล อสส.ไม่ฎีกาคดีหญิงอ้อ

โฆษกอัยการ ออกตัว อัยการสูงสุด สั่งไม่ฎีกาคดีเลี่ยงภาษีตามอำนาจหน้าที่ ไม่ตอบโต้ ปชป.เล็งทำเรื่องถอดถอน อสส.ปชป.เตรียมบุกขอข้อมูล อสส.ไม่ฎีกาคดีหญิงอ้อ

นายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ และโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้นำฝ่ายค้าน เรียกร้องให้นายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุด ชี้แจงและตอบคำถาม กรณีที่มีคำสั่งไม่ฎีกาคดีเลี่ยงภาษีหุ้นบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด ( มหาชน) ขณะที่ฝ่ายกฎหมาย พรรคประชาธิปัตย์ เตรียมเข้าชื่อถอนถอนอัยการสูงสุดว่า แม้ ส.ส.จะมีอำนาจเข้าชื่อขอถอดถอนอัยการสูงสุด ได้ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ฯ ปี 2550 มาตรา 270ประกอบ 271 ก็ตาม แต่การจะกล่าวหาเพื่อเข้าชื่อถอดถอน ต้องให้ปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีพฤติการณ์ส่อไปในทางที่กระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรมหรือไม่ โดยการมีความเห็นสั่งไม่ฎีกาคดีนี้อัยการได้พิจารณาข้อกฎหมายทุกประการอย่างครบถ้วนแล้ว อัยการไม่อยากบอกว่ากลัวหรือไม่กลัวหากจะมีการตรวจสอบ เพราะไม่ต้องการตอบโต้ แต่ขอชี้แจงว่า ตามรัฐธรรมนูญ ฯ ฉบับเดียวกัน ในมาตรา 255 วรรค 2 บัญญัติว่า อัยการมีอิสระในการพิจารณาสั่งคดี ขณะที่พระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ.2553 มาตรา 21ประกอบมาตรา 22 ให้การคุ้มครองอัยการในการทำความเห็นสั่งคดี

ดังนั้นการพิจารณาสั่งไม่ฎีกาคดีดังกล่าวจึงไปตามอำนาจหน้าที่ และเป็นดุลพินิจที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย ขณะที่การทำความเห็นคดีนี้ก่อนที่อัยการสูงสุดจะชี้ขาด ก็ได้ผ่านการพิจารณาสำนวนเพื่อทำความเห็นของคณะกรรมการกลั่นกรอง ที่มีตน ซึ่งเป็นอธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ นายวินัย ดำรงค์มงคลกุล อธิบดีอัยการฝ่ายคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ นายเศกสรรค์ บางสมบุญ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร รวมทั้งผู้แทนอัยการสำนักงานที่ปรึกษากฎหมายด้วย

ปชป.เตรียมบุกขอข้อมูล อสส.ไม่ฎีกาคดีหญิงอ้อ

ด้าน นายถาวร เสนเนียม สส.สงขลา ในฐานะคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์  เปิดเผยว่า ​ในวันที่ 29 ก.ย. นี้ ​ นายสกลธี ภัททิยะกุล  คณะทำงานด้านกฎหมายจะทำหนังสือไปถึง นายจุลสิงห์  วสันตสิงห์ อัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อขอ 1.สำเนาคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่ฎีกาคดีเลี่ยงภาษีการซื้อขายหุ้นของคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภรรยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ 2. สำเนาความคิดเห็น อสส.ที่มีความเห็นไม่ฎีกาในคดีดังกล่าว และ 3. หนังสือของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ทำหนังสือถึงอสส.เพื่อ ให้ยื่นฎีกาในทุกข้อหาและกับจำเลยทุกคน  เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดมาประกอบการตัดสินใจที่จะดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไป  ​โดยอสส. ไม่ควรอ้างว่าเป็นข้อมูลลับที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะไม่เช่นนั้นก็จะต้องใช้ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ มาดำเนินการนายถาวร  กล่าวว่า คดีลักษณะดังกล่าวตามหลักการต้องมีการฎีกาเนื่องจากความเห็นของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มีความขัดแย้งกันในประเด็นข้อเท็จจริงเรื่องกฎหมาย  โดยเฉพาะในกรณีที่ศาลอุทธรณ์โต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นถึงประเด็นอำนาจในการทำหนังสือเรียกจำเลยมาชี้แจงของกรมสรรพากรไม่เป็นไปตามกฎหมายส่งผลให้คำให้การดังกล่าวของจำเลยเป็นเท็จ ซึ่งเมื่อเกิดความเห็นต่างเช่นนั้น โดยหลักจะต้องให้ศาลฎีกาเป็นผู้พิจารณาชี้ขาดเพื่อเป็นบรรทัดฐานต่อไป

นอกจากนี้ ประธานศาลอุทธรณ์ยังทำความคิดเห็นแย้งคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ โดยไม่เห็นด้วยกับการรอลงอาญาของนายบรรณพจน์  ดามาพงศ์ เพราะคดีนี้เกี่ยวข้องกับการหลบเลี่ยงภาษีที่มีจำนวนเงินสูงถึง 273 ล้านบาท ซึ่งเมื่อในหน่วยงานเดียวกันยังมีความเห็นขัดแย้งกัน ก็ควรจะส่งให้ศาลฎีกาเป็นผู้ชี้ขาด  อีกทั้งเป็นที่น่าสังเกตว่า ในช่วงปี 2540 อสส.​มีความเห็นว่าจำเลยทั้งหมดมีความผิดจึงนำคดีขึ้นฟ้องศาล แต่ระยะเวลาผ่านไปไม่นาน อัยการสูงสุดกลับมองว่าคุณหญิงพจมานไม่มีความผิด

นายถาวร กล่าวว่า คดีนี้ถือว่าจบไปแล้วเนื่องจากอัยการสูงสุดไม่อุทธรณ์ภายใน 30 วัน  ทำให้คดีหมดอายุความ และทำให้รัฐสูญเสียรายได้ 273 ล้าน ที่จะนำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่น เช่นแก้ปัญหาน้ำท่วม  และ  ป.ป.ช. ได้แต่ทำตาปริบๆ  เพราะไม่ได้มีอำนาจทำเรื่องนี้ตั้งแต่แรก เนื่องจากคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ (คตส.) เป็นผู้ดำเนินการและส่งให้อัยการดำเนินส่งฟ้อง  ดังนั้นที่ทำได้คือ รอให้ประชาชน 2 หมื่นคน หรือ สส.จำนวน 1 ใน 4 ในสภา เข้าชื่อถอดถอน อสส. ในฐานะที่เป็นอัยการเก่ามา 19 ปี การทำเรื่องนี้ไม่ได้เป็นการรังแกบ้านเก่า แต่ต้องการให้อัยการรักษาความเป็นธรรมให้กับคนทุกคนไม่ว่าจะเป็นคนจนคนรวย จะเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน  ไม่ว่าอำมาตย์หรือไพร่

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI