
5 ต้องรู้วิกฤตยุโรป
เว็บไซต์ซีเอ็นเอ็นมันนี่ ดอตคอม สรุปสถานการณ์วิกฤตหนี้ยุโรปไว้น่าสนใจมากครับ ซึ่งมี 5 สิ่งที่เราต้องติดตามกันดังนี้
เว็บไซต์ซีเอ็นเอ็นมันนี่ ดอตคอม สรุปสถานการณ์วิกฤตหนี้ยุโรปไว้น่าสนใจมากครับ ซึ่งมี 5 สิ่งที่เราต้องติดตามกันดังนี้
1.กองทุนของยุโรปยังไม่แกร่งจริง ตรงนี้แหละครับคือปัญหาใหญ่ที่ทำให้นักลงทุนในตลาดผวากันหนัก ว่ายุโรปจะไม่มีเงินพอถ้าวิกฤตหนี้ในกรีซลุกลามไปยังอิตาลีและสเปน เศรษฐกิจอันดับ 3 และ 4 ของกลุ่มยูโรโซน ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่ากรีซหลายเท่าตัวนัก
กองทุนที่ว่าคือกองทุนเพื่อเสถียรภาพทางการเงินแห่งยุโรป (European Financial Stability Fund) ซึ่งปัจจุบันกองทุนนี้มีเงินอยู่ราว 4.4 แสนล้านยูโรเท่านั้น แต่โชคดีที่ผู้นำยูโรโซนเตรียมแผนที่จะขยายกองทุนดังกล่าวขึ้นแล้วคาดว่าจะมากถึง 3 ล้านล้านยูโร
2.กรีซและอิตาลีจ่อปากเหว ผู้แทนจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศและสหภาพยุโรป จะเดินทางไปยังกรีซเพื่อตรวจสอบความคืบหน้าการปฏิรูปเศรษฐกิจและการคลัง เพื่อตัดสินใจว่าจะให้เงินช่วยเหลือกรีซก้อนต่อไป 8,000 ล้านยูโรหรือไม่ ซึ่งหากกรีซไม่ได้รับเงินดังกล่าวให้ทันภายในกลางเดือน ต.ค. กรีซก็เสี่ยงที่จะเป็นหนี้เน่าในที่สุด
ส่วนอิตาลี ประเทศนี้มีขนาดจีดีพีถึง 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนกรีซมีขนาดแค่ราวๆ 3 แสนล้านเหรียญสหรัฐ อีกทั้งอิตาลียังมีหนี้สาธารณะสูงถึง 120% ของจีดีพี หากเกิดอะไรขึ้นกับอิตาลี ยุโรปจะสั่นสะเทือนขนาดไหน ต้องลองนึกภาพดู
3.ภาคธนาคารกำลังเจอแรงกดดันอย่างหนัก เป็นปัญหาต่อยอดมาจากวิกฤตกรีซ ธนาคารรายใหญ่ของยุโรปจำนวนมากโดยเฉพาะในฝรั่งเศสและอิตาลีถือครองพันธบัตรกรีซอยู่ในปริมาณมาก หากกรีซล้มธนาคารเหล่านี้ก็จะต้องหั่นมูลค่าสินทรัพย์ลงในปริมาณมหาศาลเช่นกัน จะส่งแรงกระเพื่อมทางจิตวิทยาไปทั่วยุโรปจนกลายเป็นวิกฤตการเงินยุโรป และอาจจะลุกลามไปทั่วโลกอีกครั้ง
4.เศรษฐกิจยุโรปไม่โต เป็นเรื่องเศร้าอีกประการหนึ่ง ที่การเติบโตทางเศรษฐกิจของกลุ่มยูโรโซนในปีนี้เชื่องช้ามาก โดยธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) คาดว่าปีนี้ยูโรโซนจะโตแค่ 1.4-1.8% เท่านั้น และในปีหน้าการเติบโตจะอยู่ที่ 0.4-2.2% เมื่อแรงผลักดันทางเศรษฐกิจอ่อนแรง ก็ทำให้การแก้ปัญหาหนี้ยากมากขึ้น
5.อนาคตของการรวมกลุ่มยูโรโซนสั่นคลอน แน่นอนที่สุดวิกฤตที่เกิดขึ้นครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันที่ชัดเจนที่สุดนับตั้งแต่ยูโรโซนรวมตัวกันในปี 1999 และใช้เงินสกุลยูโรร่วมกัน เห็นได้ชัดครับว่าหลายประเทศเริ่มเบื่อหน่ายที่จะต้องจ่ายเงินให้กับส่วนกลางเพื่อไปช่วยเพื่อนสมาชิกที่กำลังมีปัญหา หากการแตกแยกในครั้งนี้ถึงขั้นเลวร้ายที่สุด ยูโรโซนอาจจะเหลือเพียงแต่ชื่อเท่านั้นก็ได้ครับ







