
ภูเก็ตเปิดน้ำพุดนตรีใหญ่ที่สุดในประเทศ
ภูเก็ตสร้างน้ำพุดนตรีเทิดพระเกียรติในหลวงใหญ่ที่สุดในประเทศหวังเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ในเขตเมือง
ภูเก็ตสร้างน้ำพุดนตรีเทิดพระเกียรติในหลวงใหญ่ที่สุดในประเทศหวังเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ในเขตเมือง
องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เนรมิต น้ำพุดนตรี หวังเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่กลางเมืองภูเก็ต เปิดอย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อค่ำวันที่ 26 กันยายน 2554 ที่ บริเวณ สะพานหิน เมือง ภูเก็ต โดย นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ประธานในพิธีเปิดฯ ผู้ร่วมงาน ประกอบด้วย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต คณะผู้บริหาร อบจ.ภูเก็ต สมาชิกสภาอบจ.ภูเก็ต จังหวัด ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ อบจ.ภูเก็ต และ ประชาชน นักท่องเที่ยว
นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต(อบจ.ภูเก็ต) เปิดเผยว่า อบจ.ได้ร่วมกับประชาชน จัดโครงการน้ำพุดนตรีเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา นำภาพพระราชกรณียกิจมาแสดงในรูปแบบวีดีทัศน์ ประกอบม่านน้ำขนาดใหญ่ให้ประชาชนได้ชื่นชมพระบารมี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย
อบจ.ภูเก็ตได้ก่อสร้างน้ำพุดนตรี บริเวณสระน้ำ และพัฒนาสวนสาธารณะสะพานหินให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ในเขตเมือง ปรับปรุงภูมิทัศน์สิ่งแวดล้อมให้สวยงามดึงดูดใจนักท่องเที่ยวที่เข้าไปเที่ยวชม โดยเริ่มดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่เดือนธันวาคม 2553 และก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือนกันยายน 2554 รวมระยะเวลาดำเนินการ 270 วัน มีขนาดกว้าง 20 เมตร ยาว 50 เมตร รวมพื้นที่ 1,000 ตารางเมตร ถือได้ว่าเป็นน้ำพุดนตรีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า นับเป็นความภาคภูมิใจที่จังหวัดภูเก็ตและองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต พร้อมประชาชน ได้ร่วมกันเทิดทูนและแสดงออกถึงความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จังหวัดภูเก็ตมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม แต่ส่วนใหญ่อยู่นอกเขตเมือง ทำให้เศรษฐกิจการท่องเที่ยวในตัวเมืองซบเซา เนื่องจากไม่มีจุดเด่นและเอกลักษณ์ที่จะดึงดูดใจนักท่องเที่ยว
ดังนั้น การสร้างระบบน้ำพุดนตรี และปรับปรุงภูมิทัศน์สิ่งแวดล้อมบริเวณสวนสาธารณะสะพานหินจะสร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวสนใจเข้ามาเยี่ยมชมหรือพักผ่อนหย่อนใจเป็นจำนวนมาก อันเป็นการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ในเขตเมือง จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชนในท้องถิ่น







