
สภาทนายฯค้านแนวคิดนิติราษฎร์
สภาทนายความออกแถลงการณ์ ค้านกลุ่มนิติราษฎร์ ยัน ไม่เห็นด้วยกับการใช้อำนาจบริหารครอบงำองค์กรอิสระ
สภาทนายความออกแถลงการณ์ ค้านกลุ่มนิติราษฎร์ ยัน ไม่เห็นด้วยกับการใช้อำนาจบริหารครอบงำองค์กรอิสระ
เมื่อเวลา 11.00 สภาทนายความได้จัดแถลงข่าวเรื่องข้อเสนอขของคณะนิติราษฏรขึ้น นำโดย นายสัก กอแสงเรือง นายกสภาทนายความ พร้อม นายเกรียงศักดิ์ วรมงคลชัย อุปนายกฝ่ายปฏิบัติการ นายเจษฎา อนุจารี อุปนายกฝ่ายนโยบายและแผนงาน นายไสว จิตเพียร อุปนายกฝ่ายกิจการพิเศษ
นายสัก เปิดเผยว่า แถลงการณ์ของกลุ่มนิติราษฏร์ที่ออกมา อาจทำให้ปชช.สับสนในความเข้าใจในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สภาทนายความ ซึ่งมีหน้าที่เผยแพร่ความรู้ทางกฎหมาย จึงได้ออกแถลงการณ์ขึ้นมาเพื่อให้ประชาชนเข้าใจกลไกทางการเมือง และกลไกของนักวิชาการบางท่านมากขึ้น โดยได้แบ่งข้อเสนอ ออกมาตอบโต้กลุ่มนิติราษฏร์ โดยแบ่งออกเป็น 7 ข้อ ได้แก่
1.สภาทนายความไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร ล้มรัฐบาล ที่ใช้อำนาจโดยชอบธรรม แต่ก็ ไม่เห็นด้วยกับการใช้อำนาจบริหารครอบงำ จนเป็นเผด็จการรัฐสภา อย่างไรก็ตามรัฐประหารที่ผ่านมามีการตรากฎหมายที่เป็นประโยชน์ให้กับประชาชน จึงไม่ควรทำให้กฎหมายทั้งหมดเป็นโมฆะ หรือเสียเปล่า
2.การแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ (คตส.) ที่เกิดขึ้นหลังการรัฐประหารนั้น เป็นกลไกเพื่อช่วยให้การสอบสวนในคดีที่ฉ้อราษฎร์บังหลวง แต่ก็ต้องผ่านกลไกของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ก็อาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญที่บังคับใช้ก่อนการรัฐประหาร พร้อมกับเปิดโอกาสให้จำเลยมีโอกาสต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ จึงไม่สมควรที่จะต้องแก้ไข
3.ความผิดทางอาญามาตรา 112 หรือกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพนั้น สภาทนายความเห็นว่าเกี่ยวกับความมั่นคงในราชอาณาจักร และเป็นตัวบทกฎหมายที่มาจากรากฐานประวัติศาสตร์ ที่เกี่ยวพันกับพระมหากษัตริย์ในรัฐธรรมนูญ คือเมื่อพระมหากษัตริย์อยู่ใต้รัฐธรรมนูญ และไม่ใช้พระราชอำนาจโดยลำพัง จึงเห็นควรให้มีกฎหมายดังกล่าวต่อไป เพื่อคุ้มครองพระมหากษัตริย์มิให้ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย และคงไว้ซึ่งโทษรุนแรงต่อไป
4.การประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ได้มีการแก้ไขสิ่งที่เคยเกิดขึ้น และเป็นข้อผิดพลาดหรือช่องโหว่ของกฎหมายในอดีตมาปรับใช้ หากจะยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว ก็ย่อมทำให้ประสบการณ์ในอดีตที่ผ่านมาสูญเปล่าไปอย่างน่าเสียดาย
5.การใช้รธน.เพื่อลบล้างบทบัญญัติ เนื่องจากมีการนิรโทษกรรมการรัฐประหาร สภาทนายความเห็นว่า เป็นการเลือกใช้หลักการที่เป็นประโยชน์กับฝ่ายนักการเมืองที่เป็นประโยชน์ต่อกลุ่มที่ตนเองต้องการสนับสนุน ไม่ได้ยึดถือหลักการที่ต้องใช้เป็นการทั่วไป
6. ตัวอย่างที่นิติราษฏร์ชี้แจงว่ามีการลบล้างคำพิพากษา เพืและการกระทำที่เสียเปล่าในต่างประเทศ โดยยกตัวอย่างในประเทศเยอรมัน ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ประเทศกรีก และประเทศตุรกีนั้น สภาทนายความเห็นว่าเกิดขึ้นภายใต้สภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน เพราะประเทศเหล่านี้ล้วนมีการฆ่าเข่นฆ่ากันจนเสียเลือดเนื้อ แต่ประเทศไทยไม่เคยเกิดขึ้น แต่กลับมีนักการเมืองบางคนทุจริต และคิดมิชอบต่อทรัพย์สินของรัฐมาอย่างต่อเนื่อง
และ 7. สภาทนายความเห็นว่า สิ่งที่กลุ่มนิติราษฏร์เสนอจะทำให้ส่วนที่เป็นผลร้ายต่อนักการเมืองในอดีตสูญเปล่า และเป็นประโยชน์กับอดีตนักการเมืองมากกว่าจะแสวงหาความยุติธรรมให้กับสังคม ซึ่งถือว่าการฉ้อราษฎร์บังหลวงของนักการเมืองแต่ละคนนั้น เลวร้ายกว่าการรัฐประหารอย่างแน่นอน
ทั้งนี้ นายสักยังได้เปิดเผยภายหลังการแถลงข่าวอีกว่า หากกลุ่มนิติราษฏร์อยู่เฉย ๆ ไม่ออกแถลงการณ์ดังกล่าวออกมา บ้านเมืองก็มีความสงบอยู่แล้ว แต่พอภายหลังกลุ่มนิติราษฏร์ออกแถลงการณ์มาก็ทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นอีกครั้ง จึงขอเรียกร้องให้นักวิชาการกลุ่มนี้ออกไปพบปะประชาชน และหาประสบการณ์ในการรับใช้ประชาชนในแง่มุมทางกฎหมายมากกว่าที่จะออกข้อเสนอให้เกิดความแตกแยกเช่นนี้
ส่วนข้อเสนอของกลุ่มนิติราษฏร์จะเอื้อประโยชน์ให้กับพ.ต.ท.ทักษิณชินวัตร อดีตนายกฯหรือไม่นั้น นายสักกล่าวว่า ประชาชนสามารถพิจารณาได้เอง และทางสภาทนายความจะยังไม่ขอเคลื่อนไหวต่อ แต่จะรอดูการเคลื่อนไหวของกลุ่มนิติราษฏร์และรัฐบาลต่อไป พร้อมกับขอยืนยันว่าข้อเสนอทั้ง 7 ข้อเป็นเพียงการให้ข้อมูลกับประชาชน ในฐานะองค์กรที่มีการทำงานรับใช้ประชาชนมาโดยตลอดเท่านั้น







