
แบล็ก มันเดย์ 'หุ้นร่วง-ทองลง-เงินดิ่ง'เจ๊งยับล้านล้านบาท
ผลจากความปั่นป่วนเนื่องจากทั่วโลกไม่เชื่อมั่นว่าวิกฤตเศรษฐกิจยุโรปจะได้รับการเยียวยา
ผลจากความปั่นป่วนเนื่องจากทั่วโลกไม่เชื่อมั่นว่าวิกฤตเศรษฐกิจยุโรปจะได้รับการเยียวยา
ทำให้ตลาดทุนโลกและไทยปั่นป่วนเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ผสมกับผลการประชุมประเทศผู้นำเศรษฐกิจ 20 แห่ง (จี20) เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่มีมาตรการแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรม ทำให้การซื้อขายหุ้นและโลหะมีค่าเมื่อวันจันทร์ที่ 26 ก.ย. กลายเป็นวันจันทร์ทมิฬ หรือแบล็กมันเดย์
ทันทีที่ตลาดหุ้นและตลาดสินค้าโลหะมีค่า ทั้งทองและเงินเปิดทำการ ราคาก็ร่วงลงหนักเป็นวันที่สาม ตลาดหุ้นไทยลงไปลึกสุดถึง 867.86 จุด ใกล้ 10% จนทำให้ระบบการซื้อขายหยุดชะงักชั่วคราวในช่วงเวลาประมาณ 14.00 น.เศษ
ช่วงเวลาเดียวกับที่ตลาดทองคำทั่วโลกหยุดชะงักเพราะส่งคำสั่งซื้อขายไม่ทัน มีผลให้การซื้อขายทองในประเทศชะงักงันไปด้วย เพราะกำหนดราคาไม่ได้ ตลาดอนุพันธ์ (ประเทศไทย) ต้องประกาศหยุดซื้อขายซิลเวอร์ ฟิวเจอร์ส ชั่วคราวเป็นรอบที่ 2 ใน 3 วัน
ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ออกแถลงการณ์ว่า การหยุดชะงักชั่วคราวนั้นไม่ใช่มาตรการเซอร์กิต เบรกเกอร์ หรือระงับคำสั่งซื้อขายชั่วคราว แต่เป็นเพราะคอมพิวเตอร์ขัดข้อง สุดท้ายดัชนีกลับมาปิดตลาดที่เหนือ 900 จุดได้
รวม 3 วัน มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด หรือมาร์เก็ต แคป หายไปแล้ว 1 ล้านล้านบาท ต่างชาติขายออกเกือบ 9,000 ล้านบาท เฉพาะวันที่ 26 ก.ย. ตลาดหุ้นไทยลดลงหนักสุดในตลาดหุ้นเอเชีย ต่างชาติขายกว่า 3,000 ล้านบาท
ด้านสภาตลาดทุนไทยออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลไทยทบทวนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะเกรงว่าจะมีผลซ้ำเติมจากวิกฤตต่างประเทศ
ฝ่ายบริษัทหลักทรัพย์ทั้งไทยและเทศระบุตรงกันว่า ถ้าไม่มีมาตรการรูปธรรมในการแก้ไขปัญหาหนี้ยุโรปและเศรษฐกิจสหรัฐ คงหาอนาคตไม่เจอ
เบื้องต้นต้องจับตาเยอรมนี ซึ่งจะมีมติในวันที่ 29 ก.ย. ว่าจะมีมติให้เติมเงินเข้ากองทุนสหภาพยุโรปเพื่อช่วยเหลือหนี้สมาชิกหรือไม่ แต่เชื่อว่าในกลางเดือน ต.ค.นี้ สมาชิกอียูจะพร้อมใจลงขันกองทุนนี้แน่ แต่ถ้ากู้ศรัทธาจากนักลงทุนทั่วโลกไม่ได้ วิกฤตอาจเริ่มจากตลาดทุน ลุกลามไปธนาคาร และภาคการผลิตฉุดให้เศรษฐกิจถดถอย







