posttoday
นสัมพันธ์รากหญ้าไทย-กัมพูชา รับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

นสัมพันธ์รากหญ้าไทย-กัมพูชา รับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

26 กันยายน 2554

ปัญหาขัดแย้งเขตแดนไทยกัมพูชา ที่ลุกลามบานปลายถึงขั้นใช้กำลังทางทหารและนำขึ้นสู่ศาลโลก

ปัญหาขัดแย้งเขตแดนไทยกัมพูชา ที่ลุกลามบานปลายถึงขั้นใช้กำลังทางทหารและนำขึ้นสู่ศาลโลก

ส่งผลต่อความสัมพันธ์สองประเทศอย่างยิ่ง แม้หลังพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ความหมางใจของผู้นำสองประเทศจะผ่อนคลายลงและมีสัญญาณเชิงบวกมากขึ้น แต่ก็เป็นความสัมพันธ์บนความเสี่ยงทางการเมือง เปลี่ยนรัฐบาลเมื่อไหร่ ความหมางใจต่อกันก็อาจปะทุขึ้นอีก

ในฐานะประเทศเพื่อนบ้านใกล้ชิด จึงจำเป็นต้องสานสัมพันธ์กันในระดับประชาชนต่อประชาชนให้แน่นแฟ้น ซึ่งนี่คือแนวคิดของสมาคมมิตรภาพไทยกัมพูชา และเมื่อช่วงต้นเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ปกศักดิ์ นิลอุบล อดีตเอกอัครราชทูตสวีเดนและเลขานุการ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะนายกสมาคมมิตรภาพไทยกัมพูชา ได้นำคณะกรรมการสมาคม เยี่ยมเยือนจังหวัดชายแดนกัมพูชา ด้านภาคตะวันออก เพื่อหารือกรอบความร่วมมือต่อกัน

นสัมพันธ์รากหญ้าไทย-กัมพูชา รับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

“กิจกรรมของสมาคมเน้นความร่วมมือ 6 ด้าน คือ การศึกษา วัฒนธรรม สาธารณสุข ท่องเที่ยวและกีฬา เศรษฐกิจ และประวัติศาสตร์” ปกศักดิ์ อธิบายถึงนโยบายของสมาคม โดยเฉพาะกิจกรรมหนึ่งของการเดินทางครั้งนี้ คือ การร่วมจัดงานสัมมนา “การดำเนินธุรกิจระหว่างไทยกัมพูชา เมื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน”

“จากการเยี่ยมเยือน เราพบว่าเศรษฐกิจชายแดนของทั้งสองประเทศมีความก้าวหน้าและขยายตัวไปอย่างรวดเร็วมาก โดยเฉพาะที่ จ.จันทบุรี และด้าน จ.ตราด แสดงถึงความสัมพันธ์ที่ดีของประชาชนตามแนวชายแดนทั้งสองประเทศ ยิ่งกว่านั้นในการสัมมนาที่จัดขึ้น ฝ่ายกัมพูชาก็ได้ส่งตัวแทนหอการค้า 7 จังหวัด ประกอบด้วย เสียมราฐ พระตะบอง พนมเปญ บันเตียเมียนเจย เกาะกง สีหนุวิลล์ และกำปอด เข้ามาร่วมสัมมนาด้วย ซึ่งถือเป็นความสัมพันธ์อันดีที่จะร่วมกันศึกษากฎระเบียบ รองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 นี้”

และเพื่อให้กิจกรรมที่ดำเนินไว้มีความต่อเนื่อง ในโอกาสต่อไปสมาคมมิตรภาพไทยกัมพูชา จะสนับสนุนให้มีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการหอการค้าของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะการค้าชายแดน เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสองฝ่ายได้เรียนรู้ร่วมกันว่า ควรมีการพัฒนากฎระเบียบการค้าระหว่างประเทศอย่างไร

“การเยือน จ.จันทบุรี พบว่าที่ อ.โป่งน้ำร้อน ซึ่งติดกับจังหวัดพระตะบอง และไพลิน ของกัมพูชา โรงเรียนตามแนวชายแดนของไทยก็มีการสอน 2 ภาษา คือ ไทยและกัมพูชา ซึ่งสมาคมก็ยินดีที่จะสนับสนุน ขณะที่การท่องเที่ยว เชื่อว่าหากท่าเรือที่ อ.แหลมสิงห์ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะเป็นจุดเชื่อมการท่องเที่ยวไทยกัมพูชาที่เกาะกงและสีหนุวิลล์ รวมทั้งเวียดนาม ขณะเดียวกันก็จะเป็นจุดขนส่งสินค้าที่สำคัญแห่งหนึ่ง ในการเชื่อมต่อการค้าจากไทยไปยังจีน ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าปีละกว่า 3,000 ล้านบาท”

ขณะที่การร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา เพื่อเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 ทูตปกศักดิ์ เห็นว่า กิจกรรมต่างๆ ของสมาคมจะสอดคล้องกับเป้าหมายของอาเซียน โดยเน้นความสัมพันธ์ในระดับประชาชนกับประชาชน เพราะรัฐบาลมีวาระมาแล้วก็ไป แต่ประชาชนจะอยู่ตลอดไป ดังนั้นหากความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนต่อประชาชนดี ก็จะช่วยให้ด้านอื่นๆ ดีไปด้วย

“จริงๆ แล้วในแง่ของภาคประชาชน ในจังหวัดชายแดนก็อยู่กันมานานไม่มีปัญหาอะไร นโยบายรัฐบาลก็เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินไป แต่ระดับประชาชนคงต้องดำเนินไปอย่างราบรื่น โดยมีความเข้าใจอันดีต่อกัน”

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI