
สคบ.คุมไทม์แชร์ริงลงโทษแพ่ง-อาญา
สคบ.ล้อมคอกคุม ธุรกิจไทม์แชร์ริงเป็นธุรกิจควบคุมสัญญา โทษหนักจำคุก 1 ปี
สคบ.ล้อมคอกคุม ธุรกิจไทม์แชร์ริงเป็นธุรกิจควบคุมสัญญา โทษหนักจำคุก 1 ปี
นายไพโรจน์ คนึงทรัพย์ ผู้อำนวยการกองคุ้มครองผู้บริโภคด้านสัญญา สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ สคบ.ได้เร่งที่จะออกประกาศให้ธุรกิจระบบไทม์แชร์ริง หรือการขายสิทธิการเข้าพักโรงแรมหรือการบริการต่างๆ ให้เป็นธุรกิจควบคุมสัญญา และหากมีการทำผิดสัญญาก็จะมีโทษทั้งทางแพ่งและอาญาคือ โทษจำคุก 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสน หรือทั้งจำและปรับ คาดว่าจะออกประกาศได้ภายใน 2 เดือนนี้
การดำเนินการดังกล่าว เป็นผลมาจาก สคบ.ได้รับการร้องเรียนจากผู้บริโภคจำนวนมากว่า สมัครเป็นสมาชิกหรือซื้อสิทธิการเข้าพักหรือใช้บริการโรงแรมชื่อดังระดับ 5 ดาว หรือใช้สินค้าและการบริการตามที่กำหนดไว้ เมื่อพนักงานขายได้แจ้งสิทธิให้ทราบ เมื่อมาขายสมาชิกรายปี
อย่างไรก็ดี เมื่อโทรไปจองใช้สิทธิมักจะถูกปฏิเสธอ้างว่า ห้องพักเต็มบ้างหรือเปลี่ยนให้ไปใช้บริการโรงแรมระดับ 2-3 ดาวแทนระดับ 5 ดาว ตามที่ตกลงไว้แต่แรก
สำหรับแนวทางการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า จำนวนสมาชิกไม่สัมพันธ์กับจำนวนห้องและวัน ซึ่งบางบริษัทไม่มีการกำหนดจำนวนสมาชิก ทำให้มีจำนวนสมาชิกมาก กว่าทำให้มีปัญหา ซึ่งอาจจะต้องมีกำหนดมาตรฐานจำนวนสมาชิก ห้องพัก และจำนวนที่ให้ใช้สิทธิการเข้าพักให้มีความสัมพันธ์
“ที่ผ่านมามีร้องเรียนเรื่องดังกล่าวจำนวนมาก ส่วนใหญ่ สคบ.จะเชิญผู้ประกอบการและผู้เสียหายมาไกล่เกลี่ย ซึ่งหากไม่สามารถที่จะตกลงกันได้ สคบ.จะดำเนินการฟ้องร้องแทนผู้บริโภคในข้อหาละเมิดสิทธิผู้บริโภค” นายไพโรจน์ กล่าว
ทั้งนี้ การออกประกาศให้เป็นธุรกิจไทม์แชร์ริงเป็นธุรกิจควบคุมสัญญา จะเป็นการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ และสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้บริโภค และทำให้ธุรกิจนี้มีมาตรฐาน ทั้งนี้หากออกเป็นประกาศให้เป็นธุรกิจควบุคมสัญญาแล้ว การมีโทษทั้งทางแพ่งและอาญา จะทำให้ผู้ประกอบธุรกิจนี้มีความรับผิดชอบต่อลูกค้ามากขึ้น







