
'ทักษิณ'ส่าย'ปู'กระดิก 'กล้องวงจรปิด'จับผิด'ปชป.'
ข่าวสารรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่ามีความคึกคักเป็นอย่างมาก
ข่าวสารรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่ามีความคึกคักเป็นอย่างมาก
โดยเฉพาะประเด็นทางการเมือง หลังจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เริ่มเดินเกมการเมืองมากขึ้น ท่ามกลางภาวะของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เริ่มเผชิญกับปัญหารุมเร้า รวมไปถึงปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในจังหวัดทุกภาคของประเทศไทย ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นจำนวนมาก
ประเด็นที่เป็นที่กล่าวขานมากที่สุด คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เรียกประชุมคณะรัฐมนตรีในส่วนของพรรคเพื่อไทย วันที่ 21 ก.ย. โดยมี ยิ่งลักษณ์ ร่วมเป็นประธานการประชุม ทั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้สไกป์เข้ามากลางวงที่ประชุมประมาณ 1 ชั่วโมง โดยได้แนะนำให้เดินหน้าช่วยประชาชนหลังน้ำท่วม ไม่ว่าจะเป็นกองทุนตั้งตัวได้ รวมถึงกำชับให้เร่งทำนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น กองทุนหมู่บ้าน และนโยบายเอสเอ็มแอล
นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เสนอต่อพรรคเพื่อไทย ให้ประชุมรัฐมนตรีในส่วนของพรรคทุกวันจันทร์ เพื่อกำหนดวาระของพรรคก่อนเข้าประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันอังคาร โดย พ.ต.ท.ทักษิณ จะพูดคุยทางสไกป์ด้วย
ปรากฏว่าได้เกิดเสียงท้วงติงทันทีถึงการดำเนินการดังกล่าวของ พ.ต.ท.ทักษิณ โดย จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานคณะกรรมการประสานงาน (วิป) พรรคร่วมฝ่ายค้าน ระบุว่า เป็นการตอกย้ำให้เห็นความเป็นนายกฯ หุ่นเชิดของยิ่งลักษณ์ชัดเจน และชี้ว่าประเทศไทยมีนายกฯ 2 คน คือนายกฯ ตัวจริงกับนายกฯ หุ่นเชิด ซึ่งไม่ควรเกิดขึ้น ยิ่งลักษณ์ต้องรักษาศักดิ์ศรีสถาบันนายกรัฐมนตรีประเทศไทย โดยต้องตระหนักว่า ครม.ทั้งคณะเป็น ครม.ประเทศ ไม่ใช่ ครม.ครอบครัว
ด้านยิ่งลักษณ์ ชี้แจงว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ เข้ามาพูดคุยในช่วงท้ายเพียงแค่ให้กำลังใจรัฐบาลเท่านั้น ทุกอย่างยังอยู่ที่การตัดสินใจของ ครม. เราไม่ได้มีวาระอะไร ปกติก็เป็นการแลกเปลี่ยน เพราะหลังจากที่รับตำแหน่งรัฐบาลมา 1 เดือน ก็ถือโอกาสมาคุยกันเฉพาะในส่วนของรัฐมนตรีเพื่อไทย เป็นการคุยกันนอกรอบจริงๆ ส่วนการทำงานก็เป็นตัวเองอยู่แล้ว
เช่นเดียวกับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ แค่ทักทายและให้กำลังใจธรรมดา ไม่ได้แนะนำการทำงานหรือพูดเรื่องรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ รู้ว่า ครม.ของพรรคได้รวมตัวกัน และการโทรศัพท์คุยกับแต่ละคนนั้นค่อนข้างยาก เมื่อรวมกันจึงคุยง่ายกว่า
อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าจะมีแต่ประเด็นข่าวเพียงแต่ฝ่ายรัฐบาลเท่านั้น เพราะประเด็นข่าวในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ก็มีความเข้มข้นไม่แพ้กัน เนื่องจากมีการเปิดเผยถึงการติดตั้งกล้องวงจรปิดของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ไม่มีกล้องจริงมีเพียงกล่องเปล่าเท่านั้น ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ในฐานะเป็นผู้ดูแลการบริหารราชการ กทม. ต้องมาชี้แจงเป็นพัลวัน ซึ่งเป็นจังหวะให้พรรคเพื่อไทยเข้ามาโจมตีพร้อมกับยื่นเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้ามาตรวจสอบแล้ว
งานนี้ เป้าอยู่ที่ อภิรักษ์ โกษะโยธิน สส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งยอมรับว่าในช่วงต้นปี 2550 ได้มีการติดตั้งกล้องวงจรปิด (ซีซีทีวี) ที่เป็นกล้องเปล่าไม่มีระบบสัญญาณจับภาพ เนื่องจากช่วงนั้นเกิดเหตุลอบวางระเบิดใน กทม.
ขณะที่กล้องวงจรปิดมีอยู่แค่หลักร้อยและเป็นกล้องจราจรเท่านั้น ทั้งนี้ถือเป็นสถานการณ์เร่งด่วนและมีงบประมาณจำกัดไม่สามารถติดตั้งอุปกรณ์ให้ครบทุกจุดได้ จึงได้สำรวจจุดและติดตั้งกล่องเปล่าไว้ก่อนแล้วค่อยจัดซื้ออุปกรณ์เพื่อติดตั้งกล้องจริงเมื่อมีงบประมาณ ที่สำคัญการดำเนินการดังกล่าวก็เป็นไปตามหลักสากลที่ทั่วโลกก็กระทำเช่นกัน
ส่วน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. สั่งการให้ตรวจสอบการติดตั้งกล้องซีซีทีวีหลอกในบางจุดแล้ว รวมถึงให้ติดตั้งอุปกรณ์พร้อมเชื่อมสัญญาณให้ใช้งานได้จริงทุกตัว โดยที่ผ่านมาได้ติดตั้งกล้องไปแล้วทั้งสิ้น 1 หมื่นตัว และปี 2555 จะติดตั้งให้ครบทั่วพื้นที่ จำนวน 2 หมื่นตัว
ขณะเดียวกันสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการโยกย้ายข้าราชการระดับผู้บริหารกระทรวงอีกครั้ง ทั้งที่เมื่อไม่นานมานี้เพิ่งโยกย้ายไปหลายตำแหน่ง ครั้งนี้ถึงคิวของกระทรวงมหาดไทย หวยไปออกที่ วิเชียรชวลิต ปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่ง ยิ่งลักษณ์ มีคำสั่งให้ไปช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี ใน ตำแหน่งหัวหน้าส่วนงาน และเลขาธิการคณะกรรมการบูรณาการบริหารจัดการน้ำ พร้อมกันนี้ ยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯ รมว.มหาดไทย ได้ลงนามให้ พระนาย สุวรรณรัฐ รองปลัดมหาดไทย รักษาการปลัดมหาดไทยแทน
สำหรับความขัดแย้งในการโยกย้ายนายทหารที่ยืดเยื้อมานานในที่สุดได้ข้อยุติแล้ว โดย พล.อ.คณิต สาพิทักษ์ นั่งเป็นประธานที่ปรึกษา รมว.กลาโหม ตามเดิม หลังจากคณะรัฐมนตรีไม่อนุมัติให้เปิดอัตรานี้ให้นายทหารคนอื่น เมื่อมีการเสนอย้าย พล.อ.คณิต เป็นรอง ผบ.สส. และ พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ประธานคณะที่ปรึกษากองบัญชาการกองทัพไทย จะไปเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม
ไม่ต่างอะไรกับปัญหาคาราคาซังอย่างการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญประจำสภาผู้แทนราษฎร 35 คณะ ซึ่งสองพรรคใหญ่ทั้งพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทยเล่นชักเย่อกันอยู่นานสองนาน ล่าสุดได้ข้อยุติแล้วและมีการแบ่งโควตาดังนี้ พรรคเพื่อไทยได้ 19 คณะ อาทิ ประกอบด้วย กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษย์ กมธ.กิจการสภา กมธ.การเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน กมธ.การต่างประเทศ กมธ.การทหาร เป็นต้น
พรรคประชาธิปัตย์ ได้ 11 คณะ เช่น กมธ.การคมนาคม กมธ.การตำรวจ (ตร.) กมธ.ติดตามการบริหารงบประมาณ กมธ.การที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น พรรคภูมิใจไทย 2 คณะ ประกอบ ด้วย กมธ.ปกครอง กมธ.การสาธารณสุข พรรคชาติไทยพัฒนา 1 คณะ คือ กมธ.เกษตรและสหกรณ์ พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ได้ 1 คณะ คือ กมธ.อุตสาหกรรม และพรรคพลังชล 1 คณะ คือ กมธ.ศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม
ขณะที่ความเคลื่อนไหวเรื่องการปรองดองล่าสุด คณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ก็เสนอรายงานให้รัฐบาลดำเนินหลายมาตรการ อาทิ ให้หยุดคดีเหลืองแดง การเยียวยา ซึ่งรัฐบาลรับลูกทันทีโดยตั้ง ยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เป็นประธานคณะกรรมการการประสานและติดตามการดำเนินงานตามข้องเสนอของ คอป.
ขณะที่ คณิต ก็ได้เปิดตัวคณะที่ปรึกษาคณะกรรมการ คอป. ที่ประกอบไปด้วยชาวต่างชาติ 4 คน ได้แก่ พริสซิลลา เฮย์เนอร์ เดนิส เดวิส เดวิด เคนเนดี และฮัสซัน วิรายูดา คนไทยอีก 2 คน คือ ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ และสุรเกียรติ์ เสถียรไทย ในการนี้ คณิต กล่าวว่า การที่มีที่ปรึกษาเป็นชาวต่างชาติจะช่วยให้การทำงานของ คอป.ดีขึ้น ยืนยันว่า คอป. ยังมีความเป็นอิสระและจะพยายามทำทุกวิธีให้เกิดความสันติปรองดอง
ปิดท้ายด้วยสถานการณ์น้ำท่วม วิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รองผู้อำนวยการศูนย์สนับสนุนการอำนวยการและการบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศอส.) ระบุว่า มีสถานการณ์อุทกภัยใน 23 จังหวัด ได้แก่ จ.สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก นคร สวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี สุพรรณ บุรี นครปฐม ปทุมธานี นนทบุรี อุบลราชธานี ชัยภูมิ ยโสธร ขอนแก่น อำนาจเจริญ ฉะเชิงเทรา นครนายก และปราจีนบุรี ราษฎรเดือดร้อน 573,160 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรเสียหาย 5,110,327 ไร่ และระหว่างวันที่ 26–28 ก.ย. ต้องเฝ้าระวังพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นพิเศษ เนื่องจากอิทธิพลของหย่อมความกดอากาศ ต่ำ ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่







