
พะเยาคิดค้น “ยางอบไอน้ำ”แห่งแรกภาคเหนือ
ผวจ.พะเยาสั่งบูรณาการ 9 สหกรณ์ ฯ นำยางเข้าเตาอบลำไย คาดโกอินเตอร์รายได้สะพัดเข้าพะเยาปีละกว่า 30 ล้านบาท
ผวจ.พะเยาสั่งบูรณาการ 9 สหกรณ์ ฯ นำยางเข้าเตาอบลำไย คาดโกอินเตอร์รายได้สะพัดเข้าพะเยาปีละกว่า 30 ล้านบาท
นายพงษ์ศักดิ์ วังเสมอ ผวจ.พะเยา กล่าวว่า ทีมงานฝ่ายบริหารของสหกรณ์ชาวสวนยางพะเยา จำกัด ได้ทำการทดลองนำยางพาราแผ่นดิบอบไอน้ำด้วยตู้อบลำไยที่มีจังหวัดพะเยา ซึ่งเป็นแห่งแรกของภาคเหนือ โดยพบว่าสามารถทำให้ยางพาราแผ่นดิบที่ผ่านการอบมีคุณภาพ ยางแผ่นใสสีเหมือนน้ำผึ้ง ไม่มีกลิ่นเหม็นของยาง และที่สำคัญทีมงานที่ทดลองแจ้งว่ายางที่ผ่านการอบไอน้ำแล้วสามารถเก็บไว้ได้นาน ไม่มีเชื้อราทั้งด้านนอกและในแผ่น ยิ่งกว่านั้นคือมีราคาสูงขึ้นกว่ายางแผ่นดิบปกติอย่างมาก และกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศ ซึ่งหลังจากได้เชิญตัวแทนของสหกรณ์ ฯ กลุ่มเกษตรกร ในจังหวัดพะเยาที่มีเตาอบลำไยจำนวน 8 แห่ง ทั้งหมด 29 ตู้ มาหารือปรากฏว่าทุกแห่งเห็นด้วยในหลักการและสนับสนุนยินดีที่จะให้ความร่วมมือกัน ตนจึงได้มอบหมายให้ทางสหกรณ์ยาง ฯ เป็นผู้ดำเนินการศึกษาต้นทุนเรื่องค่าใช้จ่ายเพื่อเป็นต้นแบบแก่ทุกสหกรณ์ ฯ และกลุ่มเกษตรกรที่มีเตาอบได้นำไปใช้
ผวจ.พะเยา กล่าวอีกว่า ได้มีการสำรวจของราชการแล้ว พบว่าขณะนี้ทั้งจังหวัดพะเยา มีเตาอบลำไยจำนวน 8 แห่ง 29 ตู้ โดยแต่ละตู้ทางทีมงานของสหกรณ์ยางฯ แจ้งว่าสามารถนำยางแผ่นเข้าอบได้ประมาณ 3-5 ตัน ซึ่งทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของตู้อบด้วย อย่างไรก็ตามเมื่อจังหวัดพะเยาสามารถทำยางอบไอน้ำได้แล้ว ถือว่าเป็นโอกาสดีของเกษตรกรยางพาราจังหวัดพะเยา ที่จะให้ชีวิตดีขึ้นจากการทำสวนยางพารา ซึ่งหากราคาของยางพาราแผ่นดิบยังมีราคาไม่ต่ำกว่า กก.ละ 100 บาท คาดว่าแต่ละปีจังหวัดพะเยาจะมีรายได้จากการทำยางแผ่นของเกษตรกรทั้งจังหวัดไม่น้อยกว่า 20 ล้านบาทเป็นอย่างต่ำ และจะสูงยิ่งขึ้นหากเป็นยางแผ่นอบไอน้ำ
“เรื่องนี้มอบหมายให้ทางสหกรณ์ยางฯเป็นผู้รับไปทดลองและศึกษาเรื่องต้นทุนการอบไอน้ำเพื่อเป็นต้นแบบให้แก่สหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกรที่จะทำยางพาราอบไอน้ำ ซึ่งกระบวนการตั้งแต่เริ่มจนถึงผลผลิตที่สำเร็จแล้ว ทุกสหกรณ์จะร่วมกันศึกษาทุกขั้นตอนอย่างละเอียด โดยให้นัดหมายกันทำอย่างสะดวก ทางจังหวัดและสหกรณ์จังหวัดพะเยา ยินดีที่จะเป็นผู้สนับสนุนอย่างเต็มที่” นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว
ด้านนายสุบิน สมฤทธิ์ ประธานสหกรณ์ชาวสวนยางพะเยา ฯ กล่าวว่า สำหรับเรื่องการตลาดนั้นทางสหกรณ์ยาง ฯ จะเป็นผู้รับผิดชอบในการรับซื้อและส่งตลาดปลายน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งยางพาราอบไอน้ำจะได้รับการประกันราคาโดยสหกรณ์ยาง ฯ ทุกสัปดาห์ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่กลุ่มเกษตรกร หรือสหกรณ์ต่าง ๆ ในจังหวัดพะเยา ที่จะทำการอบและนำมาจำหน่ายให้แก่สหกรณ์ยาง ฯ
ขณะที่นายเจตพร สังข์ทอง ผู้จัดการสหกรณ์ยาง ฯ กล่าวว่า โดยปกติทุกเดือนสหกรณ์ยาง ฯ ได้ส่งขายยางพาราแผ่นดิบเดือนละประมาณ 150 ตัน หรือ 150,000 กิโลกรัม มีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่าเดือนละ 15-20 ล้านบาท และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีผลผลิตยางพาราอบไอน้ำ ซึ่งคาดว่าหากสามารถมีผลผลิตจากทุกเตาอบคาดว่าจะมีปริมาณยางพาราอบไอน้ำทั้งจังหวัดไม่น้อยกว่า 120 ตัน จะทำให้มูลค่าเม็ดเงินที่เป็นรายได้เข้าสู่จังหวัดพะเยาไม่น้อยกว่า 12-15 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นจากราคาของยางพาราแผ่นดิบ กก.ละประมาณ 5-10 บาท ตามคุณภาพของแผ่นยางพารา รวมแล้วเฉลี่ยแต่ละเดือนจะมีเงินสะพัดเข้าสู่จังหวัดพะเยาจากผลผลิตยางพาราแผ่นดิบและอบไอน้ำไม่น้อยกว่า 30 ล้านบาทเป็นอย่างต่ำ







