
ดร.สินีนาถ ไพสิฏฐานันท์ ใช้ชีวิตให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ดร.สินีนาถ ไพสิฏฐานันท์ รองผู้อำนวยการสำนักกลยุทธ์และแผนงาน ธนาคารธนชาต
ดร.สินีนาถ ไพสิฏฐานันท์ รองผู้อำนวยการสำนักกลยุทธ์และแผนงาน ธนาคารธนชาต
โดย.. อณุศรา ทองอุไร
ดร.สินีนาถ ไพสิฏฐานันท์ รองผู้อำนวยการสำนักกลยุทธ์และแผนงาน ธนาคารธนชาต โดยหน้าที่การงานเป็นผู้กำหนดทิศทางขององค์กร เรียกว่าเป็นลูกมือให้กับ CEO นั่นเอง
เธอถือว่าเป็นลูกหม้อตั้งแต่ยุคบุกเบิกของธนชาต เพราะทำงานที่นี่มาเกือบ 20 ปี และเห็นถึงนโยบายของบริษัทที่ให้ความสำคัญในเรื่องของสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด และยิ่งนับวันก็ยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเล็งเห็นว่าโลกกำลังป่วยหนักมากขึ้นทุกวัน ทั้งน้ำท่วม แผ่นดินไหว พายุโหมกระหน่ำ พายุฤดูร้อน ฝนฟ้าผิดฤดูกาลไม่เป็นปกติ ทุกประเทศแทบไม่มีใครรอดพ้น
ถึงเวลาที่ทุกองค์กรต้องช่วยๆ กันคนละไม้คนละมือ ใครทำอะไรได้ก็ลงมือทำทันที ในระดับองค์กรของเธอนั้นก็มีเรื่อง CSR หลายโครงการทั้งเรื่องการพาพนักงานไปปลูกป่าตามสถานที่ต่างๆ ย่านมหาชัย การไปขุดลอกคูคลองให้คลองสวยน้ำใสสะอาด น้ำจะได้ไม่เน่าและไม่ท่วม แถวซอยเรวดี ย่านบางซื่อ ล่องคลองเพื่อเก็บขยะแถวชุมชนบางระมาด คลองลัดมะยม การไปปลูกป่า ไปดูแลฝาย เปลี่ยนไปในแต่ละปี ตามความต้องการของชุมชน
ทางธนาคารทำอย่างต่อเนื่องมาตลอด 5 ปีที่ผ่านมา โดยธนาคารได้ตั้งงบสำหรับสนับสนุนเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นเรื่องเป็นราว บางปีหากมีโครงการพิเศษก็จัดสรรงบเพิ่มให้อีกตามความเหมาะสมในแต่ละปี บางปีธนาคารก็จะรณรงค์ให้แต่ละสาขาของธนาคารคิดกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมของตัวเองขึ้นมา เพื่อให้มีความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ เพราะหากสำนักงานใหญ่คิดและออกเป็นนโยบายก็อาจจะไม่ได้ประโยชน์แบบตรงตามต้องการอย่างแท้จริง ธนาคารเป็นส่วนหนึ่งของสังคมจะทำอะไรก็อยากให้ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์
นอกจากนี้ ในองค์กรก็ยังมีกิจกรรมร่วมกันในหมู่พนักงาน เพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนและสร้างการตระหนักรู้เพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วมกันในโครงการต่างๆ “เวลาธนาคารไปออกบูธจัดกิจกรรมต่างๆ เราก็จะใช้วัสดุที่ทำมาจากวัสดุรีไซเคิลและสามารถนำกลับไปรีไซเคิลได้ เช่น ฟิวเจอร์บอร์ดต่างๆ ไม้อัด เพื่อนำไปมอบให้กับโรงเรียนในต่างจังหวัด ให้เขาเอาไปทำอุปกรณ์การเรียนต่างๆ ได้อีก”
สำหรับเรื่องส่วนตัวนั้น ก็ให้ความสำคัญในเรื่องการใช้ชีวิตให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการขับรถ คือขับไม่เร็วมากจะช่วยประหยัดพลังงานได้ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ไปซื้อของใกล้บ้านก็เอาถุงผ้าไปเองจะได้ไม่ต้องให้ร้านค้าใส่ถุงพลาสติกให้ ไปไหนใกล้ๆ บ้านก็ขี่จักรยานไปแทนขับรถ จะไปประชุมที่ไหนหลายๆ คนก็ไปด้วยกันด้วยรถคันเดียว ขึ้นลิฟต์ชั้นเดียวก็เดินแทนถือว่าเป็นการออกกำลังกายไปในตัว
ส่วนข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว ก็พยายามเลือกที่ผลิตจากธรรมชาติให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นครีม ยาสระผม สบู่ ใช้สินค้าที่ย่อยสลายได้ ใช้ชีวิตให้ใกล้ชิดธรรมชาติมากยิ่งขึ้น วันหยุดก็จะเลือกใส่ผ้าฝ้าย ผ้าทอมือ ของไทยๆ ที่ช่วยระบายอากาศได้ดี ทุกภาคส่วนต้องเกื้อกูลกัน สิ่งแวดล้อมดี สังคมดี มนุษย์ก็อยู่ได้อย่างมีความสุข
“จริงๆ เราชอบวิถีชีวิตความเป็นอยู่อย่างรุ่นปู่ย่าตายาย ที่มีความอบอุ่นเอื้ออาทรต่อกัน ทำอาหารกินเอง ของบางชิ้นเสียก็เอาไปซ่อมไม่ใช่ทิ้งเลย รู้จักกินรู้จักใช้ ไม่ฟุ้งเฟ้อเกินจำเป็น แต่โอกาสของคนใช้ชีวิตในเมืองทำแบบนั้นยาก หากหลังเกษียณก็อยากกลับไปใช้ชีวิตแบบนั้นบ้าง” เธอกล่าวทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้ม







