
เครียดนาล่ม-หนี้พุ่งชวดจำนำข้าว
ฝนถล่มหนักหลายวันต่อเนื่องและน้ำเหนือไหลทะลักไม่หยุด ทำให้ยากที่จะป้องกันน้ำเอ่อท่วมนาข้าวสูง 80-100 ซม.
ฝนถล่มหนักหลายวันต่อเนื่องและน้ำเหนือไหลทะลักไม่หยุด ทำให้ยากที่จะป้องกันน้ำเอ่อท่วมนาข้าวสูง 80-100 ซม.
โดย...ทีมข่าวภูมิภาค
ฝนถล่มหนักหลายวันต่อเนื่องและน้ำเหนือไหลทะลักไม่หยุด ทำให้ยากที่จะป้องกันน้ำเอ่อท่วมนาข้าวสูง 80-100 ซม. ในเขตรอยต่อ จ.พระนครศรีอยุธยาสระบุรี 5 อำเภอ ได้แก่ อ.นครหลวง มหาราช ท่าเรือ บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา และ อ.ดอนพุด จ.สระบุรี ได้รับความเสียหายแล้วกว่า 1 แสนไร่ ชาวนาเริ่มทำใจพากันออกถ่ายรูปทำประวัติแจ้งนาข้าวเสียหายขอเงินชดเชยไร่ละ 2,222 บาท ดีกว่าจะจ้างแรงงานลอยคอเกี่ยวข้าว เนื่องจากไม่คุ้มค่ากับการลงทุน เนื่องจากเมล็ดข้าวจมน้ำเริ่มเน่าเสียเสี่ยงที่รัฐบาลไม่รับจำนำข้าวสาเหตุเพราะความชื้นสูง
ทองหยอด ศิรินาค ชาวนา ต.พระนอน อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา บอกว่า ได้ทำนาปรังกว่า 11 ไร่ เหลืออีกไม่เกิน 10 วัน ก็จะทำการเกี่ยวข้าว เพื่อนำข้าวไปเข้าร่วมโครงการรับจำนำ แต่จำใจต้องปล่อยทิ้งอย่างน่าเสียดาย เพราะน้ำจำนวนมากทะลักเข้าท่วมเสียหายหมด ความฝันที่จะมีเงินแสนบาทจากโครงการจำนำข้าวสำหรับนำไปใช้หนี้สิน กลับสลายไปกับสายน้ำภายในพริบตา
ทองหยอด กล่าวต่อว่า ชาวนาไม่สามารถป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้าท่วมเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากเป็นทุ่งขนาดใหญ่ ชาวนาแถบ อ.นครหลวง ได้ทำคันป้องกันน้ำที่จะไหลมาทางคลองชลประทานไปแล้ว แต่จุดอื่นไม่มีการป้องกันและน้ำมาเร็วจึงไหลทะลักเข้าท่วมเต็มพื้นที่
“ขณะนี้ชาวนาทั้งหมดทำได้เพียงเข้าไปถ่ายภาพทำประวัติแปลงนาทุกแปลงเพื่อขอรับเงินชดเชยจากทางรัฐบาลไร่ละ 2,222 บาทเท่านั้น ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวไม่คุ้มกับตันทุนเลย และยังไม่ทราบว่าในฤดูทำนาครั้งต่อไปพวกเราจะนำเงินที่ไหนมาทำนาต่อ” ทองหยอด กล่าว
ขณะที่ บุญลือ สาระกูล ชาวนา ต.แม่ลา อ.นครหลวง บอกว่า ทำนาเกือบ 100 ไร่ แต่ต้องปล่อยให้นาจมน้ำทั้งหมดเช่นเดียวกัน เพราะหากเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วจะเบิกรับเงินชดเชยไม่ได้ เนื่องจากไม่ได้เสียหายทั้งหมด อีกทั้งหากเกี่ยวข้าวจะมีค่าใช้จ่ายสูง ทำได้ตอนนี้คือรอเงินชดเชยจากรัฐบาลเท่านั้น
บุญลือ บอกอีกว่า หากปริมาณน้ำเหนือมาช้ากว่านี้สัก 1 สัปดาห์ ก็สามารถเกี่ยวข้าวทั้งหมด โดยจะเกี่ยวข้าวได้ 1 ไร่ต่อ 1 ตัน หรืออาจเกี่ยวได้ 100 ตัน หากได้เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลตันละ 1.5 หมื่นบาท นั้นก็หมายความว่าจะได้เงินทั้งหมด 1.5 ล้านบาท หักต้นทุนประมาณ 50% ก็จะมีเงินเหลือในรอบการผลิตนี้กว่า 5.25 แสนบาท
ทั้งนี้ เมื่อมาถูกน้ำท่วมทุกอย่างมีรายได้เป็นศูนย์ทันที ซึ่งก็สงสัยว่ากรณีจ่ายเงินชดเชยนาล่มไร่ละ 2,222 บาทนั้น ให้ตามจริงตามจำนวนที่เพาะปลูกหรือมีเพดานบนเท่าไร ทำนา 100 ไร่ จะเบิกได้ครบ 100 ไร่หรือไม่ ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนทำนาไว้ 80 ไร่เท่านั้น หากเบิกเงินชดเชยนาล่มได้ครบ 100 ไร่ ก็จะได้เงิน 222,200 บาทเท่านั้น ก็ยังไม่พอหนี้สินที่กู้มาทำนาเลย ทำให้รู้สึกเครียดอยากจะผูกคอตายหนีหนี้สิน
ด้าน สราวุฒิ สุภัคคะ รองประธานสภาเทศบาลตำบลอรัญญิก อ.นครหลวง บอกว่า ชาวนาทั้งหมดทำได้เพียงเข้าไปถ่ายภาพทำประวัติแปลงนาทุกแปลงเพื่อขอรับเงินชดเชยจากทางรัฐบาลไร่ละ 2,222 บาท แต่เห็นใจชาวนา เพราะว่าไม่คุ้มกับตันทุน หากน้ำไม่เอ่อท่วมอย่างรวดเร็วคาดว่าไม่เกิน 1 สัปดาห์ ชาวนาจะจ้างรถเกี่ยวข้าวเสร็จทันอย่างแน่นอน แต่ขณะนี้น้ำท่วมนาข้าวสูงเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 80100 ซม. รถเกี่ยวไม่สามารถลงเกี่ยวข้าวได้ และที่สำคัญน้ำที่ท่วมทำให้โคนต้นข้าวเริ่มเน่าหมดทั้งทุ่งทำให้ชาวนาขาดทุนยับ
ส่วนน้ำท่วมที่ จ.กาฬสินธุ์ เข้าขั้นวิกฤต สาเหตุมาจากปริมาณฝนที่ยังคงตกหนักในทุกพื้นที่ อีกทั้งยังได้รับอิทธิพลน้ำไหลหลากจาก อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี และเทือกเขาภูพาน จ.สกลนคร ส่งผลให้ปริมาณน้ำในเขื่อนลำปาวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และล่าสุดมีปริมาณน้ำอยู่ที่ 1,910 ล้านลูกบาศก์เมตร เหลืออีกเพียง 70 ล้านลูกบาศก์เมตร ก็จะเต็มปริมาณกักเก็บ ซึ่งเขื่อนลำปาวยังคงเร่งระบายน้ำลงแม่น้ำปาว จนทำให้พื้นที่ราบลุ่ม นาข้าว ถูกน้ำท่วมเสียหายกว่า 6 หมื่นไร่ ทำให้ชาวนาจนไปตามๆ กัน เนื่องจากไม่มีข้าวเปลือกเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าว







