
รถเครื่องยนต์ 2000 ซีซี จ่อขอเอี่ยวรถคันแรก
อาซึชิ ฟูจิโมโตะ ประธานบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย)
อาซึชิ ฟูจิโมโตะ ประธานบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย)
กล่าวว่า การที่รัฐบาลจะพิจารณาปรับเงื่อนไขรถยนต์ที่เข้าโครงการรถยนต์คันแรกจาก 1500 ซีซี เป็น 1600 ซีซี นั้น ถือเป็นการย้ายปัญหาจากบีเซ็กเมนต์ หรือรถขนาดเล็ก ไปไว้ที่ซีเซ็กเมนต์ หรือรถขนาดกลาง เพราะเชื่อว่ารถซีเซ็กเมนต์ที่มีเครื่องยนต์ 1800 ซีซี หรือ 2000ซีซี ก็จะออกมาเรียกร้องในประเด็นนี้ตามมาในอนาคต จึงอยากเสนอให้รัฐบาลพิจารณาในเรื่องการยกเลิกข้อจำกัดเรื่องขนาดของเครื่องยนต์ และพิจารณารถยนต์ที่ราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาทเข้าโครงการทั้งหมด ซึ่งเป็นแนวคิดเดียวกับรถปิกอัพที่เข้าโครงการนี้
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่จะเข้ามากระตุ้นตลาดรถยนต์ให้ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะมียอดจำหน่ายในตลาดรวมกว่า 9 แสนคันในปีนี้ และมีแนวโน้มที่ตลาดจะขยายตัวเป็นไม่น้อยกว่า 1 ล้านคันในปีหน้า
“อยากเสนอให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาทั้งหมด ซึ่งเป็นวิธีคิดที่ไม่แตกต่างจากรถปิกอัพ ในส่วนของรถยนต์นำเข้านั้นต้องแล้วแต่รัฐบาลจะพิจารณาถึงความเหมาะสม ซึ่งฮอนด้าไม่ขอแสดงความเห็นในเรื่องนี้” ฟูจิโมโตะ กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทประเมินว่าในระยะสั้นตลาดรถยนต์มือสองจะได้รับผลกระทบจากการที่ลูกค้าตัดสินใจซื้อรถใหม่เพิ่มขึ้น แต่ในส่วนของรถใหม่น่าจะเติบโตในทุกเซ็กเมนต์ เนื่องจากลูกค้ามีความต้องการที่หลากหลาย ซึ่งฮอนด้ามีรถที่เข้าเงื่อนไขของโครงการ ได้แก่ แจ๊ซ ซิตี้ และบริโอ้
สำหรับฮอนด้าในประเทศไทยนั้น ได้มีการปรับกำลังการผลิตเพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยหลังจากประสบปัญหาเรื่องการส่งมอบในช่วงต้นปี ก็ได้มีการปรับไลน์การผลิตให้สามารถรองรับการผลิตได้ถึง 2.4 แสนคันตั้งแต่เดือน ก.ย.ที่ผ่านมา
ฮอนด้าคาดการณ์ว่าจะมียอดจำหน่ายในตลาดประเทศไทยถึง 1.27 แสนคันในปีนี้ และเพิ่มเป็นไม่น้อยกว่า 1.8 แสนคันในปี 2555 ขณะเดียวกันยอดส่งออกจากประเทศไทยในปีนี้จะลดลงเล็กน้อย เป็นผลมาจากการปรับไลน์ผลิตมาส่งมอบให้ลูกค้าในประเทศมากขึ้น
ล่าสุด บริษัทได้เปิดตัวฮอนด้า ซิตี้ รุ่นไมเนอร์เชนจ์ ที่มีการปรับเปลี่ยนรูปโฉมภายนอกและอุปกรณ์ต่างๆ โดยมีการปรับราคาจำหน่าย 2,000-2.5 หมื่นบาท โดยตั้งเป้าหมายการจำหน่ายที่ 7 หมื่นคัน และส่งออก 2 หมื่นคันในระยะเวลา 1 ปีหลังการเปิดตัว
ด้าน พยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 6 ต.ค.นี้ ทางคณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน (กกร.) ได้แก่ ส.อ.ท. สภาหอการค้าไทย และสมาคมธนาคารไทย จะหารือกับ กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เพื่อสอบถามถึงแนวนโยบายทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมจะไปทิศทางใด รวมทั้งผลของมาตรการหลายเรื่องที่ยังเป็นอุปสรรคธุรกิจ
ขณะเดียวกัน ส.อ.ท.จะเสนอยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมเข้มแข็ง และการเพิ่มสัดส่วนความสำคัญของอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปจากปัจจุบันคิดเป็น 9% ของจีดีพี ให้เป็น 20% ตลอดจนการยกระดับให้การค้าและการลงทุนของไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค







