
ชักน้ำเข้าลึก
เมื่อรู้ดีว่าอาวุธสำคัญของฝ่ายเหลืองคือการ “รัฐประหาร”
เมื่อรู้ดีว่าอาวุธสำคัญของฝ่ายเหลืองคือการ “รัฐประหาร”
โดย..จำลอง บุญสอง
วันนี้ฝ่ายเสนาธิการข้างแดงก็เลยใช้การชุมนุมมวลชนมาต่อต้านการรัฐประหาร ในขณะเดียวกันก็ใช้เป็นเครื่องมือในการกระชับมวลชน
ปัญหาชาติไม่ได้อยู่ที่การรัฐประหารหรือไม่รัฐประหาร รัฐประหารชั่วก็มี รัฐประหารดีก็มี การรัฐประหารเป็นเพียง “วิธีการ” ให้ได้มาซึ่งอำนาจอธิปไตยแบบเดียวกับ “การเลือกตั้ง” เลือกตั้งแล้วได้การปกครองชั่วก็มี ได้การปกครองดีก็มี แล้วแต่ระบอบว่าเป็นของใคร การที่ประชาชนก่นด่านักการเมืองที่มาจากเลือกตั้งกันอยู่ในทุกวันนี้ หมายถึงเรามีการปกครองที่ดีหรือ?
ปัญหาชาติ คือ ส่วนรวมหรือส่วนตัว ที่แปรออกมาเป็นการเมืองแบบประชาธิปไตยหรือเผด็จการนั่นแหละ ที่เขียนมานี่ไม่ได้เชียร์ให้พวกเหลืองออกมารัฐประหาร แต่เพื่อ “เตือนสติ” พวกที่ไปทำแนวร่วมกับชนชั้นแดง ได้สำนึกบ้างว่า การไปเป็นมือตีนให้เผด็จการฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งนั้นไม่ได้ตอบโจทย์ประชาชนหรอก พวกคุณไม่ต้องไปต่อต้านรัฐประหารหรอกครับ หันมาต่อต้านระบอบเผด็จการที่พวกคุณไปหนุนช่วยดีกว่า
มวลชนทั้งเหลืองทั้งแดงถูกชี้นำว่า อีกฝ่ายเป็นเผด็จการ แต่ก็ไม่รู้ว่าพวกที่ตัวเองไปหนุนก็เป็นเผด็จการเช่นกัน สันติอโศก พันธมิตรพังทางการเมืองไปแล้ว นปช. ก็กำลังพังลงเช่นกัน
ก็นกกระสา ไม่ว่าจะเอาเสื้อแดงมาสวมหรือจะเอาเสื้อเหลืองมาสวม ต่างก็ล้วน “กินปลา” ด้วยกันทั้งนั้นแหละ เช่นเคยเปรียบเทียบเรื่อง “ธงไหว” หรือ “ใจไหว” ให้อ่านยังไม่รู้กันอีก ธงแดงกับธงเหลืองนั่นเขาไหวอยู่แล้วตามธรรมชาติของชนชั้น ใจเราเองต่างหากที่ไหวไปยึดเอาว่า “ธงกู ของกู” ก็เพราะยึดเอาไว้นั่นแหละจึงไม่เห็นธาตุแท้ เห็นแต่ “หยิน” แต่ไม่เห็น “หยาง” เห็น “รูปธรรม” แต่ไม่เห็น “นามธรรม” เหมือนม้าที่ถูกปิดตา เหมือนตาบอดคลำช้างเถียงกัน
เรียน ชนชั้นสูง (เหลือง) ว่า ที่พวกท่านพ่ายแพ้ต่อชนชั้นกลาง (แดง) ก็เพราะว่า “คุณลักษณะ” ของ “ชนชั้น” ท่านนั้น “ล้าหลัง” กว่าคุณลักษณะของชนชั้นแดง แบบเดียวกับเครื่องพิมพ์ดีดกับคอมพิวเตอร์นั่นแหละ ทัศนะของ คุณอภิสิทธิ์ และ แกนนำในพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในขบวนนำของเหลืองนั้น ไม่ได้ก้าวหน้ากว่าพรรคเพื่อไทยเลย ยิ่งการเอาชนะคะคานกันด้วยวาจา การส่อเสียด การเกทับกันในเรื่อง “ประชานิยมกูดีกว่าประชานิยมมึง” “รัฐธรรมนูญฉบับกูดีกว่าฉบับมึง” ของทั้งคู่ เป็นเรื่อง “ตลก” สิ้นดี เพราะไม่ว่านกกระสาตัวใด จะเอาเสื้อประชานิยมสีใด ลายใดมาใส่ ก็กิน “ปลา” ทั้งนั้น ส่วนจะกินมากหรือกินน้อย “ปิยัมบาย” แบบชนชั้นสูงหรือ “จะรอมบาย” ตามภาษาของชนชั้นต่ำ ผลก็คือ “กิน” ด้วยกันทั้งนั้น
ปล. 1.แม้ว่ารัฐบาลจะแก้ “คำครหา” เรื่อง “ผลประโยชน์ต่างตอบแทน” ในการเข้าญี่ปุ่นของ คุณทักษิณ ด้วยการลดหย่อนภาษีในการซื้อรถญี่ปุ่น มาเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อรถมาเลเซียและ TATA ของอินเดีย รวมทั้งฟอร์ดของอเมริกาด้วยแล้วก็ตาม แต่กว่ารถบริษัทเหล่านั้นจะได้อานิสงส์จากนโยบายนี้ รถญี่ปุ่นก็ฟาดยอดจองไปแล้วจนจุก คิดถึง คุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ จัง?
2.ผมไม่สนใจเรื่อง “นิติราษฎร์” เพื่อย้อนเกล็ด “นิติ...” ที่ฝ่ายเหลืองผูกปมเอาไว้ป้องกันการตกอำนาจและกำจัดศัตรู เพราะรู้ดีว่า “ทีใครก็ทีมัน” พวกลัทธิคัมภีร์นี่ ชอบแก้ไขปัญหาด้วยกฎหมาย แต่ไม่รู้เรื่องว่า หลักการใดผิดหลักการใดถูก “หลักนิติธรรม” ก็ไม่รู้จักหา “หนวดเต่า” จากนิติโน่นนิตินี่กันแบบมืดบอด น่าสงสารแท้ๆ จะไปห้ามก็ไม่ได้ ขึ้นภูไปดูเขาแก้แค้นกันดีกว่า?
3.ใครที่ไปรับจ๊อบชักนำ พริสซิลลา เฮย์เนอร์ ที่ยกก้นกันว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการ “ค้นหาความจริงเพื่อการปรองดอง” ผู้ก่อตั้ง “ศูนย์ศึกษาว่าด้วยกระบวนการยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน” มาช่วยแก้ปัญหาความขัดแย้งในประเทศเราล่ะ รู้ไหมว่าท่านกำลัง “ชักศึกเข้าบ้าน” ความขัดแย้งในบ้านเราก็ต้องแก้กันเอง ดันไปเอาต่างชาติมาช่วยแก้ นี่เป็นการเปิดช่อง “กวักมือ” เรียก “กองกำลังต่างชาติ” เข้ามาตั้ง “รัฐบาลหุ่น” ให้มหาอำนาจดีๆ นี่เอง ติมอร์ ลิเบีย อัฟกานิสถาน อิรัก และอื่นๆ ก็เป็นตัวอย่างที่ดีมาแล้ว ทำอย่างนี้เดี๋ยวมุสลิมแนวทางรุนแรงก็ต้องกระโจนเข้ามา มหาอำนาจจีนก็ต้องเข้ามา เดี๋ยวก็กลายเป็นสงครามของมหาอำนาจแบบเขมร 3 ฝ่าย วอนหาเรื่องจริงๆ!
4.มาตรการการพีอาร์ของทั้งเหลืองและแดงนั่นเลิกเสียเถิดครับ ยิ่งพีอาร์ไปยิ่งเข้าเนื้อตัวเอง พวกเหลืองยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ พีอาร์ไป “การเมือง” หายลงไปทุกวัน บอกแล้วว่า มาตรการที่ดีที่สุดในทางการเมืองก็คือมาตรการทางการเมือง ผมพูดจนปากจะฉีกก็ไม่รู้เรื่อง เหมือนชาล้นถ้วย เออ...มันติด “ชนชั้น” จริงๆ







