posttoday
ถึงเวลาที่สำนักงานประกันสังคมจะพัฒนาบริการทางการแพทย์ให้เป็นเลิศแล้วหรือยัง

ถึงเวลาที่สำนักงานประกันสังคมจะพัฒนาบริการทางการแพทย์ให้เป็นเลิศแล้วหรือยัง

22 กันยายน 2554

ถามว่าสำนักงานประกันสังคมพร้อมหรือยัง? ผมต้องขอตอบว่ามีความเป็นไปได้ครับ

ถามว่าสำนักงานประกันสังคมพร้อมหรือยัง? ผมต้องขอตอบว่ามีความเป็นไปได้ครับ

โดย...นพ.กำพล พลัสสินทร์

ถามว่าสำนักงานประกันสังคมพร้อมหรือยัง? ผมต้องขอตอบว่ามีความเป็นไปได้ครับ ขอให้ผู้บริหารสำนักงานประกันสังคม กล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจ ปิดช่องโหว่ข้อด้อยต่างๆ เพื่อให้ผู้ประกันตนได้ประโยชน์สูงสุด และใช้โอกาสนี้แสดงผลงานให้รัฐบาลของ ฯพณฯ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งมีนโยบายให้ประชาชนคนไทยกินดีอยู่ดี สุขภาพดี มีความสุข ประจวบกับรัฐมนตรีที่ดูแลกระทรวงนี้ก็มาจากพรรคเพื่อไทย

ระบบประกันสุขภาพของประเทศไทยในปัจจุบันมี 3 ระบบหลักๆ ได้แก่

ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า (30 บาท) เป็นระบบรัฐสวัสดิการดูแลประชาชน 45ล้านคน ซึ่งรับผิดชอบโดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

ระบบประกันสังคมดูแลผู้ประกันตน 9.5 ล้านคน ซึ่งรับผิดชอบโดยสำนักงานประกันสังคม (สปส.)

ระบบดูแลสุขภาพข้าราชการ 6.5 ล้านคน ซึ่งรับผิดชอบโดยกรมบัญชีกลาง

ทั้งสามระบบนี้รับผิดชอบสุขภาพคนไทยเกือบทั้งประเทศ ซึ่งพวกเราน่าจะภูมิใจที่มีรัฐธรรมนูญที่ให้ความสำคัญเรื่องสุขภาพของคนไทยเยี่ยงอารยประเทศทั้งหลาย ซึ่งเราใช้เวลาพัฒนามากว่า 20 ปี โดยส่วนตัวกระผมรู้สึกดีใจที่ทั้งสามระบบต่างคนต่างแยกกันดูแลรับผิดชอบ เพราะมีที่มาของทุนที่แตกต่างกัน ทำให้ต้องมีการพัฒนาเพื่อสร้างผลงานให้ประชาชนพึงพอใจ แต่ถ้าทั้งสามระบบมารวมกัน อาจจะเกิดการรวบอำนาจ ผูกขาด Monopoly ซึ่งอันตรายมาก ใครที่คิดจะรวม กระผมขอความกรุณาอย่าคิดเลย เพราะไม่เป็นผลดีกับประชาชนแน่นอน

ระบบประกันสังคมเป็นระบบที่ผู้ใช้แรงงาน 9.5 ล้านคน นายจ้างและรัฐบาลต้องจ่ายเงินสมทบกองทุนทุกเดือน และเงินส่วนหนึ่งก็กันไว้ใช้สำหรับกรณีเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพและตาย ส่วนอีก 2 ระบบใช้เงินจากงบประมาณแผ่นดินซึ่งเป็นเงินภาษี และเมื่อประมาณ 67 เดือนมานี้ได้มีรายงานของ นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี เปิดเผยข้อมูลเปรียบเทียบสิทธิประโยชน์ทางการแพทย์ พบว่าสิทธิประโยชน์ของโครงการ 30 บาท เหนือกว่าของระบบประกันสังคมทั้งสิ้น 12 รายการ ทำให้ สปส.อยู่นิ่งเฉยไม่ได้ และก่อให้เกิดคำถามว่า ทำไมผู้ประกันตนที่จ่ายเงินให้ สปส.ทุกเดือน จึงได้สิทธิประโยชน์ด้อยกว่าคนที่ไม่ต้องจ่ายอะไรเลย ต้องยอมรับว่า 45 ปีมานี้ สปส.มีการพัฒนาน้อย เมื่อเปรียบเทียบกับระบบอื่น สปส.จำเป็นต้องมีการปรับเป็นการเร่งด่วน ถ้าต้องการให้ผู้ประกันตนยอมรับจึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนโดยเฉพาะใน 3 เรื่องหลัก ได้แก่

สปส.จำเป็นต้องมีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ตั้งแต่ระดับรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเลขาธิการประกันสังคมต้องเข้าใจและสามารถตอบสนองความต้องการของลูกจ้าง นายจ้าง โดยจัดทำแผนยุทธศาสตร์กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน ดำเนินการภายในกรอบเวลาที่รวดเร็ว ฉับไว ทำงานเพื่อผู้ประกันตนอย่างแท้จริง

ปรับปรุงระบบบริหารให้กระชับ รวดเร็วฉับไว เน้นประสิทธิภาพและประสิทธิผล ต้องมีตัวชี้วัดผลงาน พัฒนาขบวนการที่เชื่องช้าอืดอาดโดยการนำระบบ Lean มาใช้เพื่อช่วยลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น

ต้องเร่งประกาศสิทธิประโยชน์ที่เป็นความจำเป็นให้ผู้ประกันตน แต่ขณะนี้ผมต้องขอบอกว่ายังช้าอยู่ครับ

ยกตัวอย่างเช่น เรื่องเพิ่มสิทธิรักษาโรคมะเร็ง ตอนนี้ก็เพิ่งประกาศมา 7 โรคเท่านั้นยังเหลือโรคมะเร็งอีกหลายโรคที่ยังรอพิจารณา เช่น มะเร็งเม็ดเลือด มะเร็งตับตับอ่อนถุงน้ำดี มะเร็งสมอง มะเร็งกระดูก และอื่นๆ อีก บัญชียา/จ2 เป็นกลุ่มยาพิเศษรักษาโรคบางโรค เช่น ตับอักเสบ มะเร็งบางชนิด โรคจอประสาทตา ยาต้านเชื้อราที่รุนแรง แต่ถึงวันนี้ยังไม่ประกาศให้ใช้ ทั้งที่ผ่านมติกรรมการแพทย์ประกันสังคมมานานแล้ว (โครงการ 30 บาทอนุมัติมานานแล้วเช่นกัน)

นอกจากนี้ยังมียาละลายลิ่มเลือดสำหรับโรคสมองขาดเลือด โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด สามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยได้ ซึ่งปัจจุบันนี้โครงการ 30 บาทก็อนุมัติแล้ว และควรเพิ่มวัคซีนป้องกันโรคสำหรับคนวัยทำงาน เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ วัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า Rabies Immunoglobulinซึ่งจะออกฤทธิ์เร็ว ซึ่งจำเป็นสำหรับผู้ป่วยบางประเภท การทำ Plasmapheresis และ Plasma Exchange รักษาโรค SLE และ Myasthenia Gravis หรือที่เรียกว่าโรคแพ้ภูมิตัวเอง ยาต้านไวรัส Aids Atazanavia ก็ยังไม่อนุมัติเสียที เรื่องทันตกรรมก็ให้งบน้อยเกินไป ไม่ส่งเสริมให้คนอยากทำฟัน

สิทธิประโยชน์ที่กล่าวมาข้างต้นนี้ ต้องขอบอกว่าโครงการ 30 บาทได้พัฒนาไปไกลมากแล้ว

ผมได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับท่านปลัดกระทรวงแรงงาน นพ.สมเกียรติฉายะศรีวงศ์ และผู้อำนวยการสำนักจัดระบบบริการทางการแพทย์ นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล ซึ่งทั้งสองท่านเพิ่งมาดูแลประกันสังคมนั้น ต้องการจะปรับเปลี่ยนวิธีการจ่ายค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยในจากระบบเหมาจ่ายเป็นระบบ DRG คล้ายกับโครงการ 30 บาท ต่างกันตรงที่จะมีการประกัน RW ต่อ 1 หน่วยน้ำหนักสัมพันธ์เป็นบาท ซึ่งเป็นอัตราที่ทุกโรงพยาบาลยอมรับว่าพออยู่ได้ทั้งภาครัฐและเอกชน ผมเชื่อว่าถ้าเริ่มใช้เมื่อไรก็จะเป็นระบบที่ไม่เป็นที่สองรองใคร เพราะจะทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการได้เร็ว ไม่ต้องรอคิวเหมือนเมื่อก่อน เพราะทุกโรงพยาบาลยินดีที่จะดูแล ผู้ป่วยก็พอใจ ผู้ป่วยอาจจะไปรับบริการที่โรงพยาบาลไหนก็ได้ การส่งต่อผู้ป่วยก็หมดปัญหา ทุกคนจะชื่นชมสรรเสริญสำนักงานประกันสังคม และที่สำคัญจะไม่พบปัญหาเตียงเต็มเหมือนผู้ป่วยโครงการ 30 บาทอีกต่อไป

ทั้งหมดที่กล่าวไว้ข้างต้น ผมเชื่อว่าถ้า สปส.มีความจริงใจที่จะเปลี่ยนเพื่อครองใจผู้ประกันตน และตั้งใจทำจริง ผมเชื่อว่าระบบประกันสังคมก็จะไม่เป็นที่สองรองใคร และจะอยู่ในใจของผู้ประกันตน 9.5 ล้านคนทั้งประเทศตลอดไปครับ  

 

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา