
ข้าวแห่งชาติ
หลายวันก่อน ผมมีโอกาสคุยกับพ่อค้าข้าวคนหนึ่ง นึกว่าเขาจะดีใจที่จะได้แอบตุนข้าวไว้ขายรัฐบาล
หลายวันก่อน ผมมีโอกาสคุยกับพ่อค้าข้าวคนหนึ่ง นึกว่าเขาจะดีใจที่จะได้แอบตุนข้าวไว้ขายรัฐบาล
โดย..อรุณ จิรชวาลา
แต่เขากลับบอกว่า ขอไม่ยุ่ง จะอยู่เฉยๆ รอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตลาดข้าวไทย
ผมถามว่า คิดว่าแนวโน้มจะเป็นอย่างไร เขาบอกว่า ตามรูปการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันต่อไปข้าวทุกเม็ดจะต้องผ่านมือรัฐบาล เพราะราคาต่างกันขนาดนี้ จะมีใครเสียสติพอที่จะไม่เอาไปขายให้
เขาบอกต่อไปว่า ตัวเขาเองไม่เป็นกังวลที่จะหมดอาชีพ อุปมาอุปไมยว่า หากฟ้าจะถล่มลงมา มันก็คงไม่ถล่มทับเขาคนเดียว แต่คงจะต้องมีการตายหมู่เกิดขึ้น
หลังจากวันนั้น พอถึงเวลารับประทานอาหาร และเห็นเม็ดข้าวในจานลอยอยู่ตรงหน้า ผมก็มักจะนึกถึง 2 เรื่อง คือ
หนึ่ง ต่อไปข้าวทุกเม็ดที่เรารับประทาน รัฐบาลอาจจะเป็นผู้จัดหาให้ ภายใต้สัญลักษณ์บริษัทข้าวแห่งชาติ หรือผ่านมือพ่อค้ามาอีกต่อหนึ่ง
สอง ไม่ทราบว่าข้าวทุกเม็ดจะยังเป็นข้าวไทยอยู่หรือไม่ หรือจะมีข้าวพม่า ข้าวเวียดนาม ข้าวเขมรปนมาด้วย ยิ่งเดี๋ยวนี้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเขมรแน่นแฟ้นกันมาก ถึงขนาดพี่ชายของนายกรัฐมนตรีประกาศตัวเป็นพี่เป็นน้องกับฮุนเซน โดยยอมรับนับถือฮุนเซนเป็นพี่ ซึ่งก็จะทำให้นายกรัฐมนตรีของเราเป็นน้องเล็กของฮุนเซนไปด้วยโดยปริยาย
เป็นน้องก็ต้องคอยระวังอย่าให้พี่ชักจูงไปในทางเสียหายนะครับ เพราะอยู่ในตำแหน่งสำคัญ หากวางตัวไม่ดีจะทำให้บ้านเมืองยุ่งเหยิงได้
กลับมาที่เรื่องโครงการข้าวแห่งชาติดีกว่าครับ เพราะเป็นแนวคิดทางเศรษฐกิจที่ค่อนข้างย้อนยุคและน่าเป็นห่วง
ก่อนอื่น ผมขอให้ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพตลาดข้าวทั้งในและต่างประเทศอย่างคร่าวๆ เพื่อให้มองเห็นภาพ ดังนี้
ปัจจุบันผลผลิตทั่วโลกสูงกว่าความต้องการบริโภค และคาดกันว่าผลผลิตปีนี้จะสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ คือ เกือบ 500 ล้านตันซึ่งก็จะทำให้ปริมาณข้าวในสต๊อกสูงที่สุดในรอบเกือบสิบปี
การผลิตข้าวส่วนใหญ่เป็นการสนองความต้องการบริโภคภายในประเทศ โดยปริมาณการค้าข้าวระหว่างประเทศมีไม่ถึงสิบเปอร์เซ็นต์ของผลผลิต ประเทศที่ผลิตเพื่อการส่งออกอย่างจริงจังมีไม่กี่ประเทศ ซึ่งเราก็เป็นหนึ่งในนั้น โดยเรามีส่วนแบ่งตลาดมากที่สุดคือประมาณ 30% คิดเป็นปริมาณส่งออกปีละประมาณ 10 ล้านตัน ตลอดจนเรามีประชากรที่ชีวิตความเป็นอยู่ผูกพันกับนาข้าวประมาณ 35%
ปริมาณการบริโภคข้าวเฉลี่ยต่อหัวกำลังอยู่ในช่วงขาลง เพราะกลุ่มประเทศที่บริโภคข้าวส่วนใหญ่อยู่ในภูมิภาคนี้ ซึ่งมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจโดยเฉลี่ยค่อนข้างสูง เมื่อรายได้ต่อหัวสูงขึ้น ก็มีแนวโน้มการเปลี่ยนอุปนิสัยการบริโภคจากอาหารประเภทแป้งไปเป็นโปรตีนมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีการเปลี่ยนไปบริโภคขนมปังมากขึ้นด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ทำจากข้าวสาลี
มองไปข้างหน้า ยังไม่เห็นโอกาสที่จะเกิดภาวะขาดแคลนข้าว
สำหรับโครงการรับจำนำที่ประกาศออกมา ราคารับจำนำข้าวขาวตันละ 1.5 หมื่นบาท ข้าวหอมมะลิตันละ 2 หมื่นบาท สูงกว่าราคาตลาดเกือบ 50% โดยโครงการนี้อาจจะต้องใช้เงินมากถึง 4 แสนล้านบาท
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลนี้ โดยรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ประกาศจะไปโรดโชว์ต่างประเทศ เพื่อไปอธิบายให้ผู้บริโภคในต่างประเทศเข้าใจและยอมรับในราคาที่สูงขึ้น โดยจะขอให้เขาเห็นอกเห็นใจชาวนาไทยที่ต้องเสียหยาดเหงื่อและแรงงานเป็นอันมาก กว่าจะผลิตส่งไปให้เขาบริโภค
ซึ่งหากท่านทำได้ผล ต่อไปก็คงต้องทำให้ชาวไร่มันสำปะหลังด้วย ทำให้ชาวสวนยางพาราด้วย ตลอดจนทำให้คนงานโรงงานทอผ้าที่กำลังจะได้ค่าแรงวันละ 300 บาทด้วย เจ้าของโรงงานจะได้ขายได้ในราคาสูงขึ้น จะได้มีเงินมาจ่ายค่าแรงที่แพงขึ้น
ต่อไปนอกจากโครงการข้าวแห่งชาติ เราก็อาจจะมีโครงการมันสำปะหลังแห่งชาติ โครงการยางพาราแห่งชาติ โครงการสิ่งทอและรองเท้าแห่งชาติ และอื่นๆ แห่งชาติตามมาอีกมากมาย
กลไกตลาดจะหมดความหมาย เพราะระบบตลาดมักจะแล้งน้ำใจ ไม่เห็นแก่ความเหนื่อยยากของผู้ที่อาบเหงื่อต่างน้ำ ไม่สงสารแม้แต่เด็กที่เป็นโรคขาดอาหารในแอฟริกาสู้ให้รัฐบาลของเราที่มาจากการเลือกตั้งเป็นผู้กำหนดราคาไม่ได้ พี่น้องไทยจะได้อยู่ดีกินดีกันถ้วนหน้า
ราคาตลาดโลกจะเป็นเท่าไรก็ไม่หวั่น เพราะหากยังขายไม่ได้ รัฐบาลก็จะรับซื้อไว้เองทั้งหมด แล้วจะส่งรัฐมนตรีเศรษฐกิจออกไปเจรจาให้ผู้ซื้อในต่างประเทศยอมรับราคาที่สูงขึ้น
ฟังแล้วเหลือเชื่อไหมครับ ใครจะไปนึกว่า ลัทธิคอมมิวนิสต์ หรือสังคมนิยมเต็มรูปแบบที่ล้มหายตายจากไปเกือบจะหมดโลกแล้ว อาจจะฟื้นคืนชีพกลับมารุ่งเรืองใหม่อีกครั้งในประเทศไทย
น่าแปลกที่ความคิดที่จะปฏิรูปเศรษฐกิจให้เป็นสังคมนิยมในครั้งนี้ไม่ได้มาจากชนชั้นกรรมาชีพ แต่มาจากพรรคการเมืองที่มีพื้นเพเป็นนายทุนเต็มตัว ทำให้ผมเกิดความไม่แน่ใจว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพราะท่านทั้งหลายในรัฐบาลนี้เป็นนายทุนกลับใจจริงๆ หรือกำลังทำสิ่งที่ตนเองก็ไม่เชื่อถือ ไม่ศรัทธา แค่หวังผลทางการเมืองหรือจำใจทำตามใบสั่งเท่านั้น
ยิ่งเห็นกระทรวงพลังงานบอกจะไปเจรจาแลกข้าวเป็นน้ำมัน ผมก็ยิ่งกังขามากขึ้น ตัวรัฐมนตรีมาจากภาคธุรกิจแท้ๆ ท่านไม่ทราบหรือว่า การแลกเปลี่ยนสินค้า เขามักจะทำกันระหว่างสินค้าที่ซื้อไม่ง่าย ขายไม่คล่องเท่านั้น ในกรณีนี้ ประเทศผู้ส่งออกน้ำมันจะมีแรงจูงใจอะไรให้อยากเอาน้ำมันมาแลกกับข้าวของเรา เว้นเสียแต่จะเป็นเงื่อนไขที่เขาเป็นฝ่ายได้เปรียบ และเราเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
ก่อนจบขอวกกลับไปเรื่องที่เกิดขึ้นในกรุงพนมเปญ ในงานเลี้ยงที่พี่ใหญ่ฮุนเซนเป็นเจ้าภาพให้ อยากจะบอกให้คนในพรรครัฐบาลทราบว่า ภาพที่ปรากฏออกมา ทำให้คนไทยจำนวนไม่น้อยเสียความรู้สึก







