
บิ๊กแป๊ะท้าสาบานไม่ได้ทำเพื่อทักษิณ
กระทรวงยุติธรรมนาทีนี้ต้องยอมรับมีประเด็นร้อนทางการเมืองรายวัน
กระทรวงยุติธรรมนาทีนี้ต้องยอมรับมีประเด็นร้อนทางการเมืองรายวัน
โดย...นิติพันธุ์ สุขอรุณ
กระทรวงยุติธรรมนาทีนี้ต้องยอมรับมีประเด็นร้อนทางการเมืองรายวัน เนื่องจากถูกมองว่าเร่งเสนอวาระซ่อนเร้นหวังช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้พ้นผิด
วาระแรก ประเดิมด้วยการเร่งกระบวนขอพระราชทานอภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ คนเสื้อแดงราว 3 ล้านคน เข้าชื่อร้องทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาไว้ล่วงหน้าแล้ว
ถัดมาโยกย้ายใหญ่ล้างบางข้าราชการในกระทรวงยุติธรรมในขั้วตรงกันข้าม แล้วดันคนใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณ ขึ้นมาคุมอำนาจแทน อาทิ การเปลี่ยนอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ซึ่งถูกมองว่าเพื่อปูทางไปสู่การให้ความเห็นในเรื่องการขอฎีกาอภัยโทษ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่งานนี้คนที่รับหน้าเสื่อในการชี้แจงสื่อมวลชนไม่ใช่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หรือ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม แต่เป็น “ถิรชัย วุฒิธรรม” เลขานุการ รมว.ยุติธรรม หรือบิ๊กแป๊ะ
การพลิกบทบาทของบิ๊กแป๊ะที่คนทั่วไปมักจะรู้จักกันในวงการฟุตบอล มาทำหน้าที่ในการชี้แจงประเด็นทางกฎหมายและการตอบโต้ทางการเมือง ในตำแหน่งเลขานุการ รมว.ยุติธรรม
“จริงๆ แล้วได้ทำงานทางการเมืองควบคู่กับงานด้านกีฬามาตลอด อีกทั้งได้เป็นรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในสมัย พิจิตต รัตตกุล เป็นผู้ว่าฯ กทม. จึงเข้าใจปัญหาทางการเมืองดี”บิ๊กแปะ กล่าว
สำหรับการเข้ามาเป็นเลขานุการ รมว.ยุติธรรม นั้น บิ๊กแปะ บอกว่า ไม่ได้เสนอตัวมาทำงานตรงนี้ แต่ทาง พล.ต.อ.ประชา ขอให้มาช่วยงาน เพราะรู้จักกันมานานแล้วตั้งแต่สมัยเป็น พ.ต.อ.ประชา เป็นผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และเคยอยู่ร่วมกันในพรรคเพื่อแผ่นดินด้วยกัน จึงเข้ามาช่วยงาน
บิ๊กแป๊ะยังได้บอกถึงความตั้งใจที่จะทำให้ความยุติธรรมเข้าถึงประชาชนให้มากที่สุด เพราะยุคสมัยนี้จะต้องเป็นยุคแห่งความยุติธรรมนำสันติสุข คนรากหญ้าจะต้องเข้าใจกฎหมายลงไปถึง ซึ่งความหนักใจที่มีตอนนี้ คือ ปัญหาของประชาชนที่ต้องเร่งเยียวยาจำนวนมาก เพราะจะเห็นว่ามีคนจนต้องเดินขึ้นศาลในคดีที่เขาไม่ได้รับความเป็นธรรม คนจนเดือดร้อนไม่มีค่าจ้างทนาย จะทำอย่างไรให้สามารถไกล่เกลี่ยคดีความได้ก่อน โดยเริ่มจากชุมชนยุติธรรมระดับจังหวัดจะมีบทบาททำอย่างไรได้บ้าง ซึ่งกระทรวงยุติธรรมจะต้องเข้าไปดูแลในส่วนนี้ ถือเป็นการช่วยเหลือให้เร็วที่สุด
หนักใจเรื่องการผลักดันวาระช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่ เพราะมีกระแสต้านเยอะ
เรื่องของ พ.ต.ท.ทักษิณ จึงไม่ได้เป็นเรื่องหนักอกหนักใจเลย เพราะแยกส่วนกัน เป็นเรื่องของอดีตนายกรัฐมนตรีที่เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2549 ต้องปล่อยให้คณะทำงานกลั่นกรองและตรวจสอบข้อเท็จจริงทำความเห็นอย่างอิสระ ส่วนการโยกย้ายข้าราชการ ก็เป็นไปตามความเหมาะสมตามฤดูกาล ต้องทำให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 30 ก.ย. เป็นการโยกย้ายตามคุณสมบัติเหมาะสม
มีใบสั่งให้สางความผิดให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หรือไม่
รัฐบาลก็ให้ใบสั่งมา คือ นโยบายของรัฐบาลที่ให้ไปทำเรื่องยาเสพติด เรื่องเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเมืองและสถานการณ์ความไม่สงบในชายแดนใต้ และการสร้างความปรองดอง ทั้งหมดถือเป็นใบสั่งจากพรรคเพื่อไทย
สำหรับเรื่องการตั้งคณะทำงานกลั่นกรองและตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีคณะบุคคลทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้เป็นใบสั่งจากพรรคเพื่อไทย แต่เป็นอำนาจของรัฐมนตรียุติธรรม พรรคเพื่อไทยไม่ได้เข้ามาก้าวล่วงในการบริหารราชการเลย แต่ก็ยอมรับว่ากรรมการบริหารพรรค สมาชิกพรรคก็ติดตามการทำงานอย่างใกล้ชิด โดยใช้นโยบายเป็นใบสั่ง ไม่ได้ใช้ใบสั่งนอกนโยบาย
การตั้งคณะทำงานกลั่นกรอง กรณีคนเสื้อแดงยื่นทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ ถูกมองว่าเป็นการเปิดประตูให้ พ.ต.ท.ทักษิณ พ้นผิด
คณะทำงานกลั่นกรองมีหลายหน้าที่ที่จะต้องพิจารณา เช่น ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา การยื่นทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาของคนเสื้อแดงถูกต้องตามขั้นตอนหรือไม่ และที่สำคัญมีหน้าที่เป็นคนกลางบอกกับประชาชนว่า เรื่องนี้จะต้องเสนอความเห็นหรือไม่ ทั้งหมดต้องรอคณะทำงานกลั่นกรอง ทำงานให้เสร็จสิ้นเสียก่อน โดยเราไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวใดๆ ทั้งสิ้น และให้เวลาเต็มที่ไม่มีกรอบกำหนด ต้องปล่อยให้เป็นอิสระ ไม่ได้เป็นเรื่องที่พรรคเพื่อไทยจะพยายามทำเพื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยใช้กระทรวงยุติธรรมเป็นเครื่องมือ เพราะยังมีอีกหลายแง่หลายมิติที่ยังเป็นประเด็นข้อสงสัย ส่วนผลจะออกมาอย่างไรก็เป็นพระราชอำนาจ
“จะให้ผมไปบนบานศาลกล่าวที่ไหนก็ได้ เพราะไม่ได้ทำเพื่อช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ คนที่รู้จักผมในวงการกีฬาจะรู้ดีว่า ผมไม่เคยมีวาระซ่อนเร้นใดๆ และยังไม่เคยถูกสั่งให้ดำเนินการใดๆ เรามีความสุจริตใจเป็นที่ตั้ง การทำงานเป็นสิ่งที่เราต้องปฏิบัติตามกฎหมายเป็นหลัก ไม่มีการทำอะไรที่ละเมิดกฎหมาย” บิ๊กแป๊ะ กล่าวทิ้งท้าย







