
โกวิทย้ำเด้งถวิลตามกม.รอบคอบ
โกวิท โบ้ย ย้าย ถวิล พ้น สมช. ตามข้อเสนอเลขาธิการนายกฯ ย้ำถูกต้องตามกฎหมายรอบคอบ
โกวิท โบ้ย ย้าย ถวิล พ้น สมช. ตามข้อเสนอเลขาธิการนายกฯ ย้ำถูกต้องตามกฎหมายรอบคอบ
นายอลงกรณ์ พลบุตร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งกระทู้ถามสด พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกฯ เรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการอย่างไม่เป็นธรรม ว่า มีการโยกย้ายข้าราชการ หลังเกิดรัฐบาลทำลายความเชื่อมั่นในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยเฉพาะกรณีของนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)ไปเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ฝ่ายข้าราชการประจำ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของ สมช.ที่ตั้งขึ้นปี2502ที่มีลูกหม้อไต่เต้าขึ้นมารับตำแหน่งระดับสูงแล้วโดนโยกย้าย จนนายถวิล ต้องไปร้องต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) ซึ่งไม่อยากเห็นรัฐบาลของคนไทยทำลายความคาดหวังของประชาชน เพราะการโยกย้ายนายถวิลถือเป็นวาระแรกของ ครม.ภายหลังจากแถลงนโยบายรัฐบาลเพียงไม่กี่วัน ซึ่งอยากถามว่าใครเป็นคนสั่งย้าย เพราะไม่ต้องการเห็น “เขมรโมเดล”มีนายกรัฐมนตรี 2-3คน นอกจากนี้ อยากทราบว่าตำแหน่งเลขาธิการ สมช.คนใหม่จะเป็นคนนอกหรือคนใน สมช. หรือจะเป็นการคืนตำแหน่งเดิมให้กับนายถวิล
พล.ต.อ.โกวิท ชี้แจงว่า ข้อกฎหมายตาม พ.ร.บ. ระเบียบพลเรือนปี 2551 มาตรา 57 ระบุถึงอำนาจหน้าที่และขั้นตอนการแต่งตั้งโยกย้ายไว้อย่างชัดเจน ซึ่งตนเองก็ยินยอมให้โยกย้าย เพราะตำแหน่งเลขาฯ สมช.ต้องเป็นผู้ประสานการปฏิบัติให้เกิดผลสำเร็จ และสถานการณ์ด้านความมั่นคงได้เปลี่ยนไปจากเดิมมาก ดังนั้น ผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวต้องเข้าใจนโยบาย และต้องเป็นคนที่รัฐบาลไว้ใจที่จะมอบภารกิจสำคัญ ซึ่งตำแหน่งที่ปรึกษานายกฯ ฝ่ายข้าราชการประจำก็เป็นสายงานเดิม ยังได้รับเงินเดือน เงินประจำตำแหน่งเหมือนที่สังกัดเดิมทุกอย่าง และลักษณะงานที่ปรึกษานายกฯ ฝ่ายข้าราชการประจำระดับสูงนั้น ก็มีหน้าที่ให้คำปรึกษา เสนอแนะนโยบายด้านความมั่นคงและประสานงานกับภาครัฐ และเอกชนเพื่อสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงของรัฐบาล
พล.ต.อ.โกวิท กล่าวว่า ซึ่งในการโยกย้ายนั้นเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอเรื่องมาที่ตนเอง เพื่อให้ตนเซ็นยินยอมย้ายนายถวิลให้ไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ซึ่งฐานเงินเดือนและตำแหน่งก็เท่าเดิมทุกอย่าง ขอยืนยันว่าทุกอย่างทำด้วยความรอบครอบ และเรื่องที่เกี่ยวกับตนก็มีเท่านี้สำหรับตำแหน่ง เลขาธิการ สมช. นั้นจะดำเนินการทุกอย่างตามกฎเกณฑ์ โดยคำนึงถึงความรู้ ความสามารถ ตลอดจนนโยบายรัฐบาลที่ได้ประกาศไว้ต่อสภาผู้แทนราษฎร และประชาชน ส่วนที่เป็นห่วงในเรื่องคุณธรรมนั้น โดยคุณธรรมก็เป็นเพียงนามธรรมที่ไม่มีรูปร่าง มองไม่เห็น ดังนั้นอาจมองไม่ตรงกัน ทั้งนี้รัฐบาลจะยึดกฎหมาย ซึ่งเป็นคุณธรรมอย่างหนึ่ง ที่สามารถตรวจสอบได้ว่าการโยกย้ายเป็นธรรมหรือไม่







