
เสื่อม!แย่งบิณฑบาตชกหน้า-ควักปืนขู่
พระลูกวัดบางขุนเทียนนอกแจ้งจับพระลูกวัดชกหน้า-ควักปืนขู่ หลังวิวาทเหตุเรื่องเส้นทางบิณฑบาต
พระลูกวัดบางขุนเทียนนอกแจ้งจับพระลูกวัดชกหน้า-ควักปืนขู่ หลังวิวาทเหตุเรื่องเส้นทางบิณฑบาต
ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พระจิรวัฒน์ ปสนโน อายุ 44 ปี พระลูกวัดบางขุนเทียนนอก ตั้งอยู่เลขที่ 1 ถนนวัจนะ หมู่ 7 แขวงและเขตจอมทอง กทม.เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.พัฒนพงศ์ ศิริเจริญนำ พงส.(สบ1) กก.1 บก.ป.เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับพระลูกวัดเดียวกัน 2 รูป ในข้อหาทำร้ายร่างกาย และข่มขู่โดยใช้อาวุธปืนทำให้เกิดความตกใจกลัว
พระจิรวัฒน์ ให้การว่า บวชและจำวัดอยู่ที่วัดบางขุนเทียนนอก มาประมาณ 3 ปี ไม่เคยมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกับพระรูปใดในวัดเลย กระทั่งมีพระอ้วน อายุประมาณ 50 ปี ซึ่งไม่ทราบชื่อและฉายา แต่ทราบเพียงว่าเป็นอดีตตำรวจเข้ามาจำวัดอยู่ด้วยเมื่อช่วงเดือนส.ค.ที่ผ่านมา ก็เริ่มมีปัญหากันโดยพระรูปนี้ต้องการจะออกบิณฑบาตในเส้นทางเลียบถนนวัจนะ ไปทะลุออกบริเวณศาลเจ้าแม่งู ถนนพระราม 2
"ถนนนี้เป็นเส้นทางที่อาตมาบิณฑบาตจากญาติโยมทุกเช้าเป็นประจำ และมีญาติโยมต้องการใส่บาตรกับอาตมา เนื่องจากเห็นว่าอาตมาร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง นอกจากนี้เส้นทางดังกล่าวก็มีญาติโยมถวายปัจจัยให้อย่างสม่ำเสมอทุกวัน จะได้ปัจจัยระหว่าง 300-600 บาท หากเป็นวันพระอาจได้เพิ่มถึง 1,000 บาท" พระจิรวัฒน์ กล่าว
ทั้งนี้ต่อมาเมื่อช่วงสายวันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา หลังกลับจากออกบิณฑบาตมาถึงวัดแล้ว พระอ้วน พร้อมกับพระโจ้ ซึ่งเป็นพระบวชใหม่อีกรูปหนึ่ง ได้ตรงเข้ามาหาเรื่องและต่อว่า ก่อนจะชกเข้าที่ใบหน้า
"อาตมาเลยต่อว่ากลับไปว่าทำไมต้องถึงขั้นลงไม้ลงมือกัน และบอกว่าจะนำเรื่องไปฟ้องเจ้าอาวาส และร้องเรียนต่อสำนักงานพระพุทธศาสนาถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม จึงถูกข่มขู่โดยพระอ้วน บอกว่า พูดมากนักเดี๋ยวยิงซะเลย พร้อมกันนั้นก็ชักปืนออกมา ทำให้อาตมาและพระลูกวัดที่เห็นเหตุการณ์ตกใจรีบเข้าห้าม"พระจิรวัฒน์ กล่าว
นอกจากนี้ตั้งแต่เกิดเหตุเมื่ออาตมาออกบิณฑบาตก็ถูกพระอ้วน ตามราวีไม่เลิกรา แถมขู่ด้วยว่ารู้จักกับตำรวจทุกโรงพักในละแวกนั้นไม่ต้องไปแจ้งความให้เสียเวลา รวมทั้งถูกให้คนมาพาตัวขึ้นรถไปทั้งที่ๆ อาตมายังเดินบิณฑบาตอยู่ วันนี้ต้องหนีไปจำวัดอีกแห่งหนึ่งที่มหาชัย จ.สมุทรสาคร
ด้าน ร.ต.ท.พัฒนพงศ์ กล่าวว่า ในเบื้องต้นได้รับเรื่องและสอบปากคำผู้ร้องทุกข์ไว้แล้ว ก่อนนำเรื่องเสนอให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาส่งสำนวนคดีกลับไปให้ตำรวจท้องที่เกิดเหตุดำเนินการต่อไป ส่วนความผิดที่เกิดขึ้นอาจเข้าข่ายความผิดฐาน ทำร้ายร่ากายและข่มขู่ให้เกิดความตกใจกลัว ส่วนความผิดอื่นๆ นั้น คงต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงประกอบ เช่น ที่มาของอาวุธปืน เจตนาการใช้อาวุธประกอบกับพฤติกรรมของพระคู่กรณี ซึ่งเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนท้องที่เกิดเหตุในการดำเนินการต่อไป







