
ปูขีดเส้น1ปีลดยาเสพติด
นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเผาทำลายยาเสพติดน้ำหนัก 821 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 2,450 ล้านบาท ระบุรัฐบาลเอาจริงปราบปราม พร้อม ตั้งเป้า 1 ปี ลดจำนวนยาเสพติด
นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเผาทำลายยาเสพติดน้ำหนัก 821 กิโลกรัม กว่า 2,450 ล้านบาท ระบุรัฐบาลเอาจริงปราบปราม พร้อม ตั้งเป้า 1 ปี ลดจำนวนยาเสพติด
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานพิธีเผาทำลายยาเสพติดให้โทษของกลางครั้งที่ 40 ตามแผนปฏิบัติการวาระแห่งชาติ พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด ที่ศูนย์บริหารสาธารณูปโภคและสิ่งแวดล้อม นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเผาทำลายยาเสพติดครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 2 ของปี น้ำหนักรวม 821 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 2,450 ล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนมีความจริงจังในการแก้ปัญหายาเสพติด เนื่องจากขณะนี้ปัญหายาเสพติด เป็นปัญหาสำคัญที่ประชาชนต้องการให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาอย่างจริงจัง พร้อมระบุว่า รัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายในการแก้ไขปัญหายาเสพติดให้ลดจำนวนลงมากที่สุดภายในเวลา 1 ปี
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า ตนเองรู้สึกใจหายที่ทราบว่า ขณะนี้มีคดียาเสพติดกว่า 130,000 คดี ซึ่งเป็นบ่อนทำลายเยาวชนไทย รัฐบาลจึงจะร่วมมือกับทุกภาคส่วน และทุกประเทศในการแก้ปัญหายาเสพติด ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานเผายาเสพติดด้วยวิธีไพโรไลติก อินซิเนอะเรชั่น โดยใช้เตาเผาที่มีอุณหภูมิความร้อนสูงกว่า 850 องศาเซลเซียส เพื่อไม่ให้สามารถนำไปใช้ได้อีก และลดปัญหามลพิษในอากาศ
นอกจากนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวถึงความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นมีความสะสมมานานและมีความอ่อนไหว ซึ่งจะต้องลงไปศึกษาในรายละเอียด ขณะที่วันนี้ (17 ก.ย.54) ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่เพื่อแก้ปัญหา ขณะที่ในช่วงบ่ายของวันนี้ จะได้หารือกับ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ถึงแนวทางการทำงานในพื้นที่ ว่าจะมีการป้องกัน และเจรจาอย่างไร เพื่อให้เกิดความสงบสุข พร้อมย้ำว่า จะใช้แนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างสันติวิธี
นายกรัฐมนตรี ยังปฏิเสธแสดงความคิดเห็นว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้น จะเป็นความต้องการพิสูจน์การทำงานของรัฐบาลหรือไม่ เพราะอาจทำให้เป็นชนวนเหตุให้เกิดความขัดแย้งได้ อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรี เชื่อว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้นั้น เกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ และรัฐบาลก็ได้ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหา
นอกจากนี้ ยังระบุ ไม่ทราบว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและพี่ชาย เดินทางถึงกัมพูชาแล้ว







