
มีแต่ปรับเปลี่ยนวิธีคิดวิธีทำเท่านั้น
ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม
ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม
โดย..วิฑูรย์ สิมะโชคดี
เมื่อทำงานมากขึ้นๆ เราอาจจะลืมนึกถึง “ศักยภาพ” หรือ “ความเก่ง” ของเราก็ได้ เพราะทำทุกอย่างไปตามความเคยชิน เมื่อมีปัญหาก็หาวิธีแก้ไขปรับปรุง หลายครั้งก็ไม่ได้ใช้ความคิดอ่านอะไรมากมาย แต่อาศัย “ความเคยชิน” หรือใช้วิธีการเดิมๆ แก้ปัญหาไปเรื่อยๆ ส่วนใหญ่ก็ผ่านไปได้
แต่ “ความเคยชิน” หรือ “วิธีการเดิมๆ” อาจจะใช้ได้ผลน้อยลงทุกที เพราะใครๆ ก็ทำกันแบบนี้ทั้งนั้น
วันนี้ จะมีก็แต่การปรับเปลี่ยนวิธีคิดวิธีทำให้แปลกใหม่แตกต่างจากเดิมเท่านั้น จึงจะอยู่รอดและมีอนาคต คือมีโอกาส “อยู่รอด คงอยู่ และยั่งยืน”
เราลองดูวิธีคิดใหม่ทำใหม่ของผู้บริหารทั้งสามท่านต่อไปนี้ดู
(1) “การต่อยอดอย่างลงตัว” จากมุมมองของผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (อาจารย์ธเนตร นรภูมิพิภัชน์)
อาจารย์ธเนตร เล่าว่า มีผู้ประกอบการ SMEs จำนวนไม่น้อยที่ต่อยอดผลิตภัณฑ์ต่างๆ ด้วย “ความสามารถของคนไทย” ซึ่งเป็นการต่อยอดด้วยการประดิษฐ์ประดอยอย่างลงตัวจากผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ เช่น แกงมัสมั่น ที่เราได้รับรางวัลที่ 1 ของสุดยอดอาหารโลก ทั้งที่แกงมัสมั่นไม่ใช่ของคนไทยแต่เดิม แต่เราก็สามารถต่อยอดประดิษฐ์ประดอยแกงมัสมั่นจนรูปแบบและรสชาติเป็นแบบไทยๆ และคว้ารางวัลที่ 1 ได้ในที่สุด เช่นเดียวกับสุกี้ร้านดังของไทยก็เป็นการปรับแต่งต่อยอดเป็นแบบไทยๆ
นอกจากนี้ ความสามารถของแรงงานไทยในเรื่องของการใช้ประสาทสัมผัสต่างๆ ร่วมกันได้ดีกว่าแรงงานชาติอื่นๆ ในสายตานายจ้างต่างประเทศ เช่น การใช้ตา มือ และสมองร่วมกันอย่างลงตัวในการขึ้นรูปเหล็กหรือเครื่องมือช่างต่างๆ คุณสมบัติของแรงงานไทยในวันนี้จึงทิ้งห่างจากแรงงานรอบบ้านเรา
(2) “คุณภาพสำคัญกว่าปริมาณ” จากมุมมองของ คุณชนินท์ ว่องกุศลกิจ
กลุ่มบ้านปูได้เริ่มดำเนินธุรกิจถ่านหินเป็นครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปี 2526 แต่หลังจากสำรวจพบว่าปริมาณถ่านหินในประเทศไทยมีน้อยมาก จึงเริ่มเข้าไปสำรวจและพัฒนาแหล่งถ่านหินครั้งแรกในประเทศอินโดนีเซีย บนเกาะสุมาตราในปี 2534
แต่การจะเข้าไปลงทุนทำเหมืองถ่านหินในอินโดนีเซียได้นั้น ต้องผ่านขั้นตอนมากมาย ทั้งการขอใบอนุญาตและการตรวจสอบคุณภาพจากหน่วยงานภาครัฐทั้งส่วนกลางและท้องถิ่น ขณะเดียวกันต้องมีการจัดการด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมร่วมกับชุมชนด้วย
คุณชนินท์ย้ำว่า “เราไม่เน้นเรื่องปริมาณการผลิต แต่จะเน้นเรื่องคุณภาพ เพราะมีปัญหาในการขอใบอนุญาต ต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย”
(3) “การวิจัยและพัฒนา” จากมุมมองของ คุณกานต์ ตระกูลฮุน
การวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เป็นหนึ่งในโรดแมปที่จะแก้ไขจุดอ่อนของประเทศไทย ตามการเสนอแนะจากสถาบันพัฒนาการบริหารจัดการระหว่างประเทศ (ไอเอ็มดี) แห่งสวิตเซอร์แลนด์ เมื่ออันดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทยลดลง ภาครัฐต้องให้ความสำคัญต่อการพัฒนาและวิจัย และมีหน่วยงานดูแลด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพราะจากนี้ไป 1020 ปี ขีดความสามารถของประเทศจะแข่งกันด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม
สิ่งสำคัญในมุมมองของคุณกานต์ก็คือ “นโยบายของรัฐบาลและองค์กร” (Government Policy and Organization) ผู้มีหน้าที่กำหนดนโยบายจะต้องเปลี่ยนความคิดอย่างจริงจังว่า การพัฒนาและวิจัยเป็นเรื่องสำคัญของประเทศที่นำมาใช้ได้จริง ไม่ใช่เก็บไว้บนหิ้งเท่านั้น
มุมมองและแง่คิดของทั้งสามท่านข้างต้น จึงเป็นตัวอย่างที่ดีของการคิดใหม่ทำใหม่ เพื่อสร้าง “ความแตกต่าง” อันเป็นคุณสมบัติที่สำคัญยิ่งของการบริหารจัดการธุรกิจอุตสาหกรรม (โดยเฉพาะ SMEs) ในปัจจุบัน
จึงมีก็แต่การ (กล้า) ปรับเปลี่ยนวิธีคิด วิธีทำงานใหม่เพื่อผลิต “สินค้าหรือบริการ” ให้เป็นที่ยอมรับของลูกค้าเท่านั้น ที่จะสร้าง “มูลค่าเพิ่ม” ครับผม







