
ปู เยือนเขมรส่อเสียเที่ยว ฮุนเซนไม่ปล่อยวีระ-ราตรี
การเดินทางเยือนประเทศกัมพูชาอย่างเป็นทางการของ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี
การเดินทางเยือนประเทศกัมพูชาอย่างเป็นทางการของ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี
ในวันที่ 15 ก.ย. ถูกจับจ้องเป็นกรณีพิเศษ ทั้งเรื่องของการฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเรื่องการเจรจาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลในเรื่องพลังงาน รวมถึงการเจรจาขอปล่อยตัว วีระ สมความคิด และราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ สองแกนนำกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติที่ถูกจำคุกในคดีสายลับ
ทั้งนี้ ล่าสุดกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาออกแถลงยืนยันไม่ปล่อยตัว วีระ และราตรี เพราะต้องได้รับโทษ 2 ใน 3 ก่อนจึงจะได้รับการขออภัยโทษได้
“อำนาจการปล่อยตัวอยู่ที่ทางการรัฐบาลกัมพูชา ดิฉันในฐานะรัฐบาลไทยก็มีความห่วงใยคนไทยทุกคน ซึ่งก็คงจะไปหารือว่าจะมีแนวทางช่วยเหลือคุณวีระและคุณราตรีอย่างไร” ยิ่งลักษณ์ กล่าว เมื่อถูกถามว่าทางกัมพูชาเตรียมส่งวีระ และราตรีกลับมาพร้อมนายกรัฐมนตรีหลังการเยือนประเทศกัมพูชาอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 ก.ย. หรือไม่
สำหรับจะถือโอกาสหารือปูทางในเรื่องของพลังงานหรือไม่ ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ครั้งแรกคงจะเป็นเรื่องของการไปเชื่อมและฟื้นความสัมพันธ์ก่อน แล้วจึงค่อยดูบรรยากาศอีกครั้งหนึ่งว่าจะไปคุยกันในส่วนของรายละเอียดอย่างไร เพราะบางครั้งอะไรที่เป็นประเด็นอ่อนไหว เราก็จะต้องใช้ลักษณะการเจรจาทางการทูต และค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งต้องดูหลังจากการเยือนครั้งนี้ก่อน
นอกจากนี้ ยิ่งลักษณ์ ยังได้ปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะเดินทางไปประเทศกัมพูชาในวันที่ 19 ก.ย.
“เป็นเรื่องส่วนตัวของท่าน ซึ่งปกติตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ก็จะเดินทางไปไหนมาไหนอยู่แล้ว และก็จะไม่ทราบในรายละเอียด สำหรับดิฉันก็ต้องทำหน้าที่ในส่วนของรัฐบาลที่จะเดินทางไปพบนายกรัฐมนตรีแต่ละประเทศในกลุ่มอาเซียน” ยิ่งลักษณ์ กล่าว
สำหรับวาระการไปเยือนกัมพูชาของนายกฯ นั้น จะมีการหารือถึงการส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือที่ใกล้ชิดกัมพูชา พร้อมทั้งมีกำหนดการหารือข้อราชการกับผู้นำกัมพูชา ก่อนเดินทางไปเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี พระมหากษัตริย์กัมพูชา ณ พระราชวัง เขมรินทร์ และร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำที่ผู้นำกัมพูชาเป็นเจ้าภาพ ณ สำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชา และเดินทางกลับถึงประเทศไทยในวันเดียวกัน
ขณะที่ กษิต ภิรมย์ อดีต รมว.ต่างประเทศ ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การเดินทางไปกัมพูชาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า เป็นหน้าที่ที่สถานทูตไทยในกรุงพนมเปญจะต้องรายงานผลมายังกระทรวงการต่างประเทศไทย เพื่อแจ้งความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่มีหมายจับผู้ร้ายข้ามแดนจากประเทศไทย ซึ่งรัฐบาลจะต้องทำหนังสือประสานไปยังรัฐบาลกัมพูชาเพื่อขอความร่วมมือ และกัมพูชาจะต้องเคารพศักดิ์ศรี เกียรติภูมิในกระบวนการยุติธรรมของไทย ขณะที่ไทยก็ไม่ต้องการให้ใครมาย่ำยีกฎหมายไทย
“รัฐบาลนี้ควรจะดำเนินการตามหลักการดังกล่าว โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีที่ย้ำมาตลอดว่าจะไม่ใช้ตำแหน่งช่วยเหลือพี่ชาย ดังนั้นควรที่จะแยกแยะและพูดจริงทำจริง หากรัฐบาลไม่ทำถือว่าไม่ถูกต้อง และเป็นการละเว้นการทำหน้าที่ โดยเฉพาะหาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ นายกฯ ได้เข้าหารือกับนายฮุนเซน ก็ควรใช้โอกาสนี้ขอตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยด้วย” กษิต กล่าว
วันเดียวกัน ศาลอาญาได้มีคำสั่งอนุญาตให้แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เดินทางออกนอกราชอาณาจักรไทยไปยังประเทศกัมพูชาเพื่อแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตรในวันที่ 24 ก.ย.
ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แกนนำคนเสื้อแดง บอกว่า ยังไม่ได้หารือกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่าจะไปร่วมเตะฟุตบอลกระชับมิตรหรือไม่ แต่ทราบจากกำหนดการว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางออกจากประเทศกัมพูชาก่อนที่จะมีการเตะฟุตบอลนัดดังกล่าว เบื้องต้นคงไม่ได้เข้าร่วมแข่งขันแต่อย่างใด ส่วน อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำ นปช. ยืนยันว่าไม่เข้าร่วมอย่างแน่นอน แต่คงจะติดตามข่าวความเคลื่อนไหวอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลในละแวกนี้
“การเดินทางไปเตะฟุตบอลครั้งนี้ หากประสบความสำเร็จก็จะสร้างประโยชน์ให้กับคนไทยทั้งชาติ และจะใช้เป็นโมเดลกระชับความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน โดยอาจจะขยายการเตะฟุตบอลไปเตะกับลาวหรือเวียดนามต่อไป พรรคประชาธิปัตย์จึงควรออกจากกะลาครอบเพื่อดูโลกกว้างเสียบ้าง” ณัฐวุฒิ กล่าว







