
น้ำท่วมยิ่งลักษณ์
เริ่มออกสตาร์ตแบบน่าเป็นห่วงกับรัฐบาล“ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร”
เริ่มออกสตาร์ตแบบน่าเป็นห่วงกับรัฐบาล“ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร”
โดย...ทีมข่าวการเมือง
เริ่มออกสตาร์ตแบบน่าเป็นห่วงกับรัฐบาล“ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ที่บริหารงานได้ไม่เท่าไหร่ ก็ต้องมาสำลัก “น้ำท่วม” ฉุด “ภาวะผู้นำ” ให้ดำดิ่งไปเรื่อยๆ
เมื่อหลายต่อหลายนโยบายเร่งด่วนที่ควรจะออกมาเรียกคะแนน ไม่ว่าจะเป็นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท เงินเดือนคนจบปริญญาตรี 1.5 หมื่นบาท แจกแท็บเล็ตพีซีเด็กนักเรียน
กลับถูกเรื่อง “อภัยโทษ” ปูทางให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กลับบ้าน แย่งซีนกลบผลงานต่างๆ ที่จนถึงวันนี้ยังไม่มีความคืบหน้าเป็นรูปเป็นร่างให้จับต้องได้ จนถูกตั้งฉายา “ดีแต่โม้”
ที่สำคัญ “ยิ่งลักษณ์” ยังไม่อาจลบภาพ “โคลนนิง” ก้าวพ้นเงาของ “พี่ชาย” นโยบายต่างๆ ที่ออกมาถูกจับจ้องว่าเป็นเรื่องที่ทำเพื่อคนคนเดียวมากกว่าประชาชนคนไทยทุกคน
ทั้งเรื่องการยื่นฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษถูกนำกลับมาปัดฝุ่นเร่งดำเนินการอย่างรวดเร็ว สอดรับพอเหมาะพอเจาะกับเรื่องการเยือนกัมพูชาของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ รวมไปถึงการเยือนกัมพูชาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไปจนถึงเรื่องการเตะฟุตบอลของกลุ่ม สส.เพื่อไทย กับกัมพูชา
ไปจนถึงเรื่องการโยกย้าย “ล้างบาง” ข้าราชการ ไล่มาตั้งแต่ตำแหน่ง ผบ.ตร. จนถึงข้าราชการกระทรวงการคลัง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และล่าสุดกระทรวงยุติธรรม โดยเฉพาะตำแหน่งอธิบดีกรมราชทัณฑ์ผุดไอเดีย “คุกการเมือง”
สวนทางกับวาทะ “แก้ไข ไม่แก้แค้น” อย่างเห็นได้ชัด
ยิ่งในภาวะ “น้ำท่วม” ที่หลายต่อหลายฝ่ายคาดหวังกับการเดินหน้าแก้ปัญหา บรรเทาทุกข์ให้พี่น้องประชาชน ซึ่ง “ยิ่งลักษณ์” น่าจะได้พลิกวิกฤตเป็นโอกาส สร้างผลงานเรียกคะแนนแต่เอาเข้าจริงกับฉุดให้ภาพลักษณ์รัฐบาลย่ำแย่ลงไป
การทำงานแก้ปัญหายังติดกรอบตามระบบราชการที่ยังล่าช้า ไม่ทั่วถึง จนฝ่ายค้านนำมาเป็นประเด็นขย่มซ้ำ ถึงขั้นเปรียบเทียบกับการทำงานในยุคที่ผ่านมา
แรกเริ่มเดิมที “ยิ่งลักษณ์” เคยออกตัวแรงแสดงความฟิตลงพื้นที่ จ.พิษณุโลก หลังรับตำแหน่งนายกฯ ได้ไม่นาน พร้อมผุดวาทกรรม “บางระกำโมเดล” ออกมาเรียกความหวือหวา
ชวนให้เคลิ้มด้วยรายละเอียดการดำเนินการ 2 พี 2 อาร์ เตรียมความพร้อม ป้องกันปัญหาระยะยาว แก้ปัญหารวดเร็ว และเยียวยาผู้ประสบภัย ซึ่งเอาเข้าจริงก็แค่แผนงานตามปกติ ไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่แต่อย่างไร
ทว่า แนวทางการแก้ปัญหาน้ำท่วมจะสะดุดหยุดลงอยู่แค่นั้น...
นอกจากการตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัยดินโคลนถล่ม (ศอส.) ที่มอบให้ “ยงยุทธ วิชัยดิษฐ” รมว.มหาดไทย เป็นประธานดูแลรับผิดชอบกลไกต่างๆ แทบจะไม่มีความแปลกใหม่ให้เป็นที่คาดหวังได้
มาตรการให้ความช่วยเหลือเยียวยาของรัฐบาลเพื่อไทยถูกโจมตีว่าเป็นแค่เกมการเมืองที่ออกมาบลัฟมาตรการเมื่อครั้งพรรคประชาธิปัตย์ในแง่เงินช่วยเหลือเยียวยา
จากเดิมที่ประชาธิปัตย์เคยชดเชยพื้นที่การเกษตรที่เสียหายไร่ละ 2,000 บาท เพื่อไทยได้เสนอเพิ่มเป็น 2,222 บาทต่อไร่ ขณะที่เงินช่วยเหลือเยียวยาบ้านเรือนที่น้ำท่วมครัวเรือนละ 5,000 บาท รัฐบาลนี้เตรียมขยับขึ้นมาเป็น 5,555 บาท แต่สุดท้ายมติ ครม.ก็กลับไปเคาะสุดท้ายที่ 5,000 บาท
ความล่าช้าดังกล่าว “เพื่อไทย” พยายามโยนให้เป็นความผิดของรัฐบาลประชาธิปัตย์ ซึ่งถลุงงบกลางไปจนหมด ไม่เหลือให้นำมาใช้บรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบภัย
ก่อนถูกโต้กลับด้วยข้อมูลที่ทางฝั่ง “ประชาธิปัตย์” งัดมาโต้ว่า “งบกลาง” ยังเหลืออีกกว่า 3,000 ล้านบาท ที่สามารถนำไปใช้เยียวยาความเดือดร้อนได้ในช่วงปีงบประมาณที่เหลืออีกแค่ไม่ถึงเดือน
ต้องยอมรับว่าปัญหาน้ำท่วมครั้งนี้ดูจะเป็นอีกงานหินที่ท้าทายนายกฯ มือใหม่ เพราะมีถึง 102 อำเภอ ใน 21 จังหวัด ที่ประสบภัยน้ำท่วมครั้งนี้ มีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 87 คน พื้นที่การเกษตรเสียหายไปแล้วกว่า 17 ล้านไร่
แต่การแก้ปัญหาของนายกฯ หญิงกลับไม่สามารถสร้างความมั่นใจให้ประชาชน การลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ประสบภัยระยะหลังดูจะกลายเป็นพิธีกรรมที่ไม่ได้ช่วยเสริมสร้างภาวะผู้นำ แถมกำลังจะเริ่มถูกแย่งซีนจากสื่อมวลชนที่เริ่มลงพื้นที่ ไม่ต่างจากสมัยรัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เคยโดนโจมตี
ที่สำคัญภาวะผู้นำของ “ยิ่งลักษณ์” ดูจะถดถอยมากยิ่งขึ้น เมื่อปรากฏชัดว่าหลบเลี่ยงการไล่บี้ของฝ่ายค้านผ่านการตั้งกระทู้ถามสดในสภาผู้แทนราษฎร สอบถามถึงรายละเอียดการให้ความช่วยเหลือในส่วนที่ยังไม่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเงินชดเชยครัวเรือนละ 5,000 บาท จากเดิมที่รัฐบาลตั้งท่าจะให้ 5,555 บาท ไปจนถึงการสอบถามเรื่องเงินส่วนต่างประกันราคาที่จะให้เกษตรกรที่ประสบปัญหาน้ำท่วมที่รัฐบาลจะหันไปใช้โครงการจำนำสินค้าเกษตร
ลำพังแค่คำชี้แจงรายละเอียดผ่านการตอบกระทู้ถามสดของ สส.เพื่อไทย ชงให้ “ยิ่งลักษณ์” ได้โชว์ผลงานการบริหารงานแก้ปัญหาน้ำท่วม ดูจะไม่สามารถล้างภาพลักษณ์ดูดีขึ้นมา
แรงกดดันครั้งนี้ทำให้ ครม.เมื่อวันที่ 13 ก.ย. ต้องแบ่งงานกระจายความรับผิดชอบ มอบหมายให้รัฐมนตรีแต่ละคนรับผิดชอบดูแลพื้นที่น้ำท่วม รวมถึงพื้นที่น้ำลดซึ่งอยู่ระหว่างการฟื้นฟู
นอกเหนือจากงบประมาณที่ ครม.อนุมัติให้ความช่วยเหลือเยียวยาซ่อมแซมความเสียหาย 327 ล้านบาท ในพื้นที่จังหวัดต่างๆ
สุดท้ายก็จัดงาน “รวมพลังไทย ช่วยภัยน้ำท่วม” เปิดรับบริจาคให้ความช่วยเหลือถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ในค่ำวันที่ 14 ก.ย. ให้ “ยิ่งลักษณ์” เป็นประธาน
งานนี้ก็หนีไม่พ้นรูปแบบเก่าๆ
กระตุ้นภาพลักษณ์ขึ้นมาอีกรอบก่อนที่จะจมหายไปกับวิกฤตน้ำท่วมรอบนี้







