
กทม.ลุ้นน้ำเจ้าพระยาขึ้นสูง2เมตร
กทม.ลุ้นน้ำขึ้นสูงสุด 2 เมตร ระดมเจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง 24 ชม. ศอส.เตือนจังหวัดริมฝั่งเจ้าพระยาเสริมคันกั้นน้ำรับมือน้ำท่วม
กทม.ลุ้นน้ำขึ้นสูงสุด 2 เมตร ระดมเจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง 24 ชม. ศอส.เตือนจังหวัดริมฝั่งเจ้าพระยาเสริมคันกั้นน้ำรับมือน้ำท่วม
นายสัญญา ชีนิมิตร ผู้อำนวยการสำนักระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในพื้นที่ กทม. ขณะนี้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่ที่ 1.97 ม.จากระดับน้ำทะเลปานกลาง (รทก.) โดยในคืนวันที่ 14 ก.ย. ระดับน้ำจะขึ้นสูงถึง 2 ม.จากระดับน้ำทะเลปานกลาง โดยพื้นที่ กทม.จะเริ่มได้รับผลกระทบจากมวลน้ำก้อนใหญ่ตั้งแต่วันที่ 14 ก.ย.เป็นต้นไป
สำหรับปริมาณน้ำวัดจากเขื่อนเจ้าพระยาและเขื่อนพระราม 6 มีปริมาณ 3,927 ลบ.ม./วินาที ขณะที่ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยาวัดได้ที่ประตูระบายน้ำบางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา อยู่ที่ 3,266 ลบ.ม./วินาที ซึ่งอยู่ในระดับที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ตาม กทม.ได้มีมาตรการพร่องน้ำในคลองต่างๆ และแก้มลิงทั้ง 21 แห่ง เพื่อรองรับปริมาณน้ำฝนที่อาจตกลงมาเพิ่มเติมในพื้นที่ และเปิดเดินเครื่องเครื่องสูบน้ำตลอดเวลาในบางจุด โดยมีเจ้าหน้าที่ประจำสถานีสูบน้ำตลอด 24 ชม.
ทั้งนี้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. ได้มอบนโยบายในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ กทม.ฝั่งตะวันออกและตะวันตกซึ่งเป็นพื้นที่ทางน้ำไหลผ่าน โดยสั่งการให้แต่ละสำนักงานเขตเร่งสำรวจว่ามีพื้นที่ใดบ้างที่ประสบภัยน้ำท่วม พร้อมทั้งรวบรวมความต้องการจากทุกชุมชน เพื่อนำมากำหนดเป็นกลยุทธ์ในการแก้ไขปัญหาในปีต่อๆ ไป และให้ประสานกับสำนักการระบายน้ำเพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาระยาว เช่น การถมเส้นทางสัญจรให้สูงขึ้น และการสร้างแนวคันกั้นน้ำเพิ่มเติม
เตือนจังหวัดใต้เขื่อนเจ้าพระยารับมือน้ำล้นตลิ่ง
นายชนม์ชื่น บุญญานุสาสน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์สนับสนุนการอำนวยการและการบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศอส.) กล่าวว่า ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 23 จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สระบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม ปทุมธานี นนทบุรี อุบลราชธานี ยโสธร ฉะเชิงเทรา จันทบุรี ตราด ตรัง สตูล สุราษฎร์ธานี และตาก รวม 105 อำเภอ 680 ตำบล 3,847 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 240,208 ครัวเรือน 763,150 คน ผู้เสียชีวิต 83 ราย สูญหาย 3 ราย
สำหรับสถานการณ์ภาวะน้ำล้นตลิ่งที่แม่น้ำเจ้าพระยาในนครสวรรค์เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับมีปริมาณน้ำจากแม่น้ำสะแกกรังไหลมาสมทบกับแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ทำให้มีปริมาณน้ำที่ไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้น ตามไปด้วย
ทั้งนี้ คาดว่าเขื่อนเจ้าพระยาจะมีปริมาณน้ำไหลผ่านสูงสุดในเกณฑ์ประมาณ 3,900 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีในช่วงวันที่ 19-20 ก.ย. 54 จึงส่งผลให้พื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณตั้งแต่ด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาลงมาในเขตจังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพมหานคร มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 10 – 15 เซนติเมตรต่อเนื่องหลายวัน โดยจะมีระดับน้ำสูงใกล้เคียงกับปี 2553
"ขอเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่จังหวัดดังกล่าว ควรเสริมแนวคันกั้นน้ำให้สูงขึ้นไม่ต่ำกว่าหรือเท่ากับปี พ.ศ. 2553 รวมทั้งให้ขนย้ายสิ่งของมีค่าขึ้นที่สูง และติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด"นายชนม์ชื่นกล่าว







