
ทบทวนใช้ไฟฟรีส่อเหลือ65หน่วย
เรกูเลเตอร์ เสนอแนวทางทบทวนต่ออายุใช้ไฟฟรี วันที่ 16 ก.ย. เหลือให้ใช้แค่ 65 หน่วยต่อเดือน
เรกูเลเตอร์ เสนอแนวทางทบทวนต่ออายุใช้ไฟฟรี วันที่ 16 ก.ย. เหลือให้ใช้แค่ 65 หน่วยต่อเดือน
นายดิเรก ลาวัณย์ศิริ ประธานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) เปิดเผยว่า ในวันที่ 16 ก.ย. จะเข้าหารือกับ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พลังงาน ถึงแนวทางทบทวนมาตรการใช้ไฟฟ้าฟรี 90 หน่วยต่อเดือน เพราะกระทบผู้ประกอบการอุตสาหกรรมต้องรับภาระชดเชยค่าไฟฟรีตามโครงสร้างไฟฟ้าใหม่ที่เริ่มใช้ตั้งแต่เดือน ก.ค.ที่ผ่านมา
เบื้องต้นได้ศึกษาความเหมาะสมจำนวนไฟฟ้าฟรีที่ควรจะได้รับ บนพื้นฐานจากรายได้ต่อเดือนไว้ 3 รูปแบบ 1.ใช้ไฟฟ้าฟรี 90 หน่วยต่อเดือน จะต้องเป็นผู้ที่มีรายได้ระดับไม่เกิน 1 หมื่นบาท 2.ใช้ไฟฟ้าฟรี 65 หน่วยต่อเดือน สำหรับผู้มีรายได้ไม่เกิน 5,000 บาท และ 3.ใช้ไฟฟ้าฟรี 45 หน่วย สำหรับผู้มีรายได้ไม่เกิน 3,000 บาท
“การทบทวนโครงสร้างค่าไฟใหม่ โดยเฉพาะประเด็นภาระของภาคเอกชน จะมาดูว่าสามารถเปลี่ยนแปลงได้แค่ไหน ทั้งหมดต้องขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาล เพื่อขอความชัดเจน ก่อนนำไปปฏิบัติ” นายดิเรก กล่าว
แหล่งข่าวจากสำนักคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) เปิดเผยว่า ตามข้อมูลของ สำนักงานสถิติแห่งชาติ และ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้สำรวจระดับความยากจน พบว่า ผู้ด้อยโอกาสจะมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 5,000 บาทต่อเดือน
ดังนั้น แนวทางการทบทวนมาตรการใช้ไฟฟ้าฟรีที่เหมาะสมน่าจะอยู่ที่เดือนละไม่เกิน 65 หน่วย โดยเหตุผลของการทบทวนมาตรการครั้งนี้ เพราะเห็นว่า การกำหนดให้ใช้ไฟฟ้าฟรีไม่เกิน 90 หน่วย กลับทำให้มีปริมาณการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ไม่เกิดการประหยัด
นอกจากนี้ หากเลือกจำนวนใช้ไฟฟ้าฟรีที่เหมาะสมได้แล้ว จะเสนอวิธีการบริหารภาระชดเชยค่าไฟฟ้าฟรีด้วย ซึ่งกำหนดไว้ 4 แนวทางคือ 1.ผู้ใช้ไฟฟ้าทุกคนร่วมกันรับภาระ คำนวณในค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ 2.ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมช่วยรับภาระในค่าเอฟที 3.จัดสรรงบประมาณรัฐเข้าไปชดเชย และ 4.มอบให้ 3 การไฟฟ้าเข้ามาร่วมรับภาระ
อย่างไรก็ตาม วิธีที่ดีที่สุดน่าจะเป็นการจัดสรรงบประมาณรัฐเข้ามารับภาระชดเชยค่าไฟฟ้าฟรีที่เกิดขึ้น ไม่ควรจะโยนภาระไปให้กลุ่มอื่นๆ ซึ่งตามมาตรการใช้ไฟฟ้าฟรี 90 หน่วยต่อเดือน ครอบคลุมผู้ใช้ 7.9 ล้านครัวเรือน ส่งผลให้เกิดภาระการชดเชยปีละ 1.2 หมื่นล้านบาท แต่หากเลือกวิธีลดจำนวนการใช้ไฟฟ้าฟรีลงเหลือ 65 หน่วยต่อเดือน จะช่วยลดภาระได้ 30%







