posttoday
รับเครือข่ายเอชไอวีร่วมวงกก.สิทธิบัตร

รับเครือข่ายเอชไอวีร่วมวงกก.สิทธิบัตร

13 กันยายน 2554

เปิดทางรับตัวแทนเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวีร่วมวงรัฐ จัดทำคู่มือตรวจสอบสิทธิบัตรยา พร้อมร่วมคณะกรรมการสิทธิบัตร

เปิดทางรับตัวแทนเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวีร่วมวงรัฐ จัดทำคู่มือตรวจสอบสิทธิบัตรยา พร้อมร่วมคณะกรรมการสิทธิบัตร

นางปัจฉิมา ธนสันติ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า วันที่ 13 ก.ย. ตัวแทนเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย จะเข้าพบเพื่อหารือประเด็นการจัดทำคู่มือตรวจสอบสิทธิบัตร เพราะกังวลในส่วนของคำขอรับสิทธิบัตรที่มีลักษณะเป็นการปรับเปลี่ยนรายละเอียดสิ่งประดิษฐ์เพียงเล็กน้อย เพื่อขอรับการคุ้มครองต่อเนื่องที่ไม่มีที่สิ้นสุด หรือเอเวอร์กรีนนิง เพเทนต์ ซึ่งกรมพร้อมรับข้อเสนอแนะไปประกอบการจัดทำคู่มือ และหากได้ข้อยุติแล้วก็จะเสนอให้คณะกรรมการสิทธิบัตรพิจารณาให้ความเห็นชอบ

ขณะเดียวกันข้อเสนอของเครือข่ายที่ให้ตั้ง นายอนันต์ เมืองมูลไชย ตัวแทนของเครือข่ายเข้าไปเป็นอนุกรรมการพัฒนากฎหมายสิทธิบัตร กรมได้ดำเนินการแต่งตั้งตามที่เครือข่ายเสนอเข้ามาแล้ว เพราะเป็นอำนาจที่สามารถทำได้ จะทำให้การปรับปรุง แก้ไข กฎหมายสิทธิบัตร มีตัวแทนจากเครือข่ายเข้ามามีส่วนร่วม และกรมเชื่อว่าจะทำให้การปรับปรุงกฎหมายได้รับการยอมรับมากขึ้น

ด้านข้อเสนอของตัวแทนของเครือข่ายที่ต้องการให้มีตัวแทนเข้ามาเป็นกรรมการในคณะกรรมการสิทธิบัตรแทนชุดเดิมที่หมดอายุตั้งแต่เดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยเสนอเข้ามา 3 รายชื่อ ได้แก่ นายชำนาญ ภัตรพาณิช ภญ.จิราพร ลิ้มปานานนท์ และนายวิทยา กุลสมบูรณ์ ทั้ง 3 คนเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาเภสัชศาสตร์ กรมได้รับแล้วจะนำรายชื่อทั้ง 3 คนเสนอให้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ พิจารณาคัดเลือก อาจคัดเหลือเพียง 1 รายชื่อ เพราะตามกฎหมายต้องมีตัวแทนจากสาขาอื่นๆ เข้ามาร่วมด้วย

สำหรับคณะกรรมการสิทธิบัตร มีกรรมการทั้งสิ้น 12 คน โดยมีปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นประธานกรรมการ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ อุตสาหกรรม การออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เกษตรศาสตร์ เภสัชศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และนิติศาสตร์ อีกไม่เกิน 12 คน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง โดยในจำนวนนี้ให้แต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิภาคเอกชนไม่น้อยกว่า 6 คน โดยคณะกรรมการจะแต่งตั้งบุคคลใดเป็นเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการก็ได้

นายอภิวัฒน์ กวางแก้ว ประธานเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวีเอดส์ กล่าวว่า จากการเจรจาภายใน กรมทรัพย์สินทางปัญญารับปากที่จะแต่งตั้งตัวแทนเครือข่ายผู้ป่วยเข้าไปเพิ่มเติม จึงได้เสนอชื่อ นายอนันต์ เมืองมูลไชย กรรมการมูลนิธิเครือข่ายผู้ติดเชื้อฯ และต้องการให้นำเนื้อหาร่าง พรบ.สิทธิบัตรฉบับภาคประชาชนเป็นตัวตั้งในการพิจารณาแก้ไข เพราะเนื้อหาที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาเคยหยิบยกขึ้นมานั้น ส่วนใหญ่แก้ไขกฎหมายที่เกินไปกว่าความตกลงทริปส์ซึ่งจะสร้างภาระกับประเทศ และส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงยาของประชาชน โดยเฉพาะการตัดสิทธิการคัดค้านก่อนการออกสิทธิบัตร ที่จะยิ่งทำให้สิทธิบัตรด้อยคุณภาพ ผูกขาดกำไรเกินควร

นายเฉลิมศักดิ์ กิตติตระกูล มูลนิธิเข้าถึงเอดส์ กล่าวว่า วันนี้ ทางเครือข่ายคนทำงานด้านเอดส์และเครือข่ายผู้ติดเชื้อฯได้เชิญนักวิจัยมานำเสนอเรื่องสิทธิบัตรที่ไม่มีที่สิ้นสุด (Evergreening Patent) แล้ว ค่อนข้างตกใจกับข้อค้นพบที่ว่า มีคำขอรับสิทธิบัตรในรอบ 10 ที่ผ่านเข้าข่ายสิทธิบัตรไม่มีที่สิ้นสุดถึง 96% ยิ่งรวมกับความพยายามของกรมทรัพย์สินทางปัญญาที่จะตัดกลไกคัดค้านก่อนการออกสิทธิบัตรออกไปนั่นเท่ากับว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญกับการผูกขาดของอุตสาหกรรมยาข้ามชาติที่หนักหน่วงที่สุด ดังนั้น ในการหารือกับอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาในวันพรุ่งนี้ (13) เราจะขอให้ทางกรมฯรับคู่มือที่นักวิจัยพัฒนาขึ้นไปปฏิบัติเพื่อป้องกันสิทธิบัตรที่ไม่มีที่สิ้นสุด, ในการแก้ พรบ.จะต้องขยายเวลาการคัดค้านไปเป็น 1 ปีจาก 90 วันแทนกฎหมายเดิม, ต้องมีตัวแทน อย. หรือ สปสช.เข้าไปอยู่ในคณะอนุกรรมการเคมี ในคณะกรรมการสิทธิบัตรเพื่อช่วยพิจารณาการให้สิทธิบัตร และที่สำคัญคือ การพัฒนาฐานข้อมูลสิทธิบัตรเพื่อให้สามารถสืบค้นได้ง่าย

“ขณะนี้มีงานวิชาการยืนยันชัดเจนถึงปัญหาของสิทธิบัตรที่ไม่มีที่สิ้นสุด กรมทรัพย์สินฯต้องตอบให้ได้ว่า คู่มือที่กำลังจะประกาศใช้จะแก้ปัญหา evergreening เช่นนี้อย่างไร มีประสิทธิภาพแค่ไหนโดยเฉพาะคำขอเรื่องการใช้และข้อบ่งใช้ที่ 2, สูตรตำรับและส่วนประกอบ, ตำรับยาสูตรผสม และขนาด/ปริมาณการใช้ หากทางกรมฯให้คำตอบที่ชัดเจนไม่ได้ หรือยังยืนยันจะปล่อยให้เป็นวินิจฉัยของผู้ตรวจสอบเช่นที่ผ่านมา เราคงต้องขอหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์”

ทั้งนี้ ข้อมูลจากงานวิจัยสิทธิบัตรยาที่จัดเป็นสิทธิบัตรไม่มีที่สิ้นสุด ในประเทศไทยและการคาดประมาณผลกระทบที่เกิดขึ้น คณะผู้วิจัยได้ทำการตรวจสอบคำขอรับสิทธิบัตรที่เกี่ยวกับสิ่งประดิษฐ์ทางยา ในระหว่าง ปี พ.ศ. 2543-2553 จำนวน 2,034 ฉบับ พบว่า มีคำขอรับสิทธิบัตร ร้อยละ 96 ที่มีลักษณะอยู่ในเงื่อนไขที่เป็น evergreening patent โดยพบว่าปัญหาส่วนใหญ่คือ คำขอรับสิทธิบัตร "ข้อบ่งใช้/การใช้" ร้อยละ 73.7 สูตรตำรับและส่วนประกอบ ร้อยละ 36.4 และ Markush Claim ร้อยละ 34.7 ซึ่งทางสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขได้ทำหนังสือถึงกรมทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อนำเสนอผลการวิจัยในฐานะที่เป้นองค์กรร่วมสนับสนุนการวิจัย และมีข้อเสนอแนะให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาควรจะพิจารณาคู่มือที่คณะผู้วิจัยพัฒนาขึ้นนำไปใช้ในการปรับปรุงระบบการตรวจสอบคำขอรับสิทธิบัตรซึ่งกรมฯกำลังดำเนินการพัฒนาระบบอยู่ในปัจจุบัน รวมทั้งการพัฒนาแก้ไข พรบ.สิทธิบัตรให้มีความเป็นธรรมมากขึ้นตามยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบยาแห่งชาติ

&<2288;



 

 

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา