
จับตารัฐเตะถ่วงแผนหวั่นศก.ปลายปีทรุด
เอกชนห่วงเศรษฐกิจปลายปีรับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก
เอกชนห่วงเศรษฐกิจปลายปีรับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก
และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเริ่มเปลี่ยนทำไตรมาส 4 ซบ
นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ภาคเอกชนเริ่มกังวลถึงสถานการณ์เศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 4 เพราะจากตัวเลขทางเศรษฐกิจในช่วงนี้ สะท้อนให้เห็นว่าความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและผู้ประกอบการปรับลดลง
ทั้งนี้ เป็นผลมาจากปัญหาเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่คลี่คลายจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย และนโยบายหลายอย่างของรัฐบาลเริ่มชะลอหรือเปลี่ยนแปลงไปจากที่ประกาศไว้ในช่วงหาเสียง
สำหรับเศรษฐกิจไทยหลังจากนี้จะต้องขับเคลื่อนจากการบริโภคในประเทศเป็นหลัก เนื่องจากเศรษฐกิจโลกมีปัญหา ทำให้หลายฝ่ายให้ความสนใจกับนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลว่าจะไปทางไหน ทั้งเรื่องค่าจ้างแรงงาน โครงการรับจำนำพืชผลทางการเกษตร นโยบายรถยนต์และบ้านหลังแรก ฯลฯ เพราะจะสร้างกำลังซื้อให้คนในประเทศบริโภคมากขึ้น ขณะที่ทำให้ต้นทุนผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นด้วย
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจทั้งปีของไทย จะยังอยู่ที่ระดับ 4.1-4.2% เพราะการส่งออกยังขยายตัวได้ดี โดยตลาดรอง เช่น จีน อาเซียนยังเติบโตสูง
ขณะที่สถานการณ์ทางการเมืองของรัฐบาลชุดนี้ค่อนข้างมีเสถียรภาพมาก ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองจึงน่าจะลดลง ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และการท่องเที่ยวน่าจะขยายตัวได้ดี ส่งผลให้เศรษฐกิจในปีนี้จึงยังขยายตัวต่อได้
“อานิสงส์ส่วนหนึ่งที่ทำให้เศรษฐกิจยังขยายตัวอยู่เป็นผลจากรัฐบาลชุดที่แล้ว เพราะรัฐบาลชุดนี้ยังจัดงบประมาณไม่เสร็จ ทำให้การลงทุนจากรัฐยังไม่เห็นผลชัดเจน” นายธนิต กล่าว
ด้านการพัฒนาโครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมชายฝั่งอันดามันอ่าวไทย (แลนด์บริดจ์) ต้องทำอย่างครบวงจร ไม่ใช่เลือกเชื่อมต่อเฉพาะระบบพลังงานหรือท่อน้ำมันเท่านั้น แต่ต้องมีอุตสาหกรรมต่อเนื่องหรืออุตสาหกรรมต้นน้ำ เช่น ปิโตรเคมีจะคุ้มค่าต่อการลงทุนมากกว่า







