
ภาคีฯต้านคอร์รัปชั่นจุดความหวังไทย
ปัญหาคอร์รัปชันฉ้อราษฎร์บังหลวง เป็นปัญหาใหญ่ของประเทศที่ฝังรากลึก
ปัญหาคอร์รัปชันฉ้อราษฎร์บังหลวง เป็นปัญหาใหญ่ของประเทศที่ฝังรากลึก
อย่างยาวนานอยู่ในสังคมไทย เป็นเรื่องยากที่จะแก้ไข และที่สำคัญกลับถูกมองเป็นเรื่องปกติธรรมดาและยอมรับได้ในสังคมไทย ดังเห็นได้จากผลวิจัยว่าคนไทยยอมรับได้กับคนโกง แต่ขอให้ทำงาน ซึ่งความคิดเช่นนี้เป็นอันตรายต่อความมั่นคงในทุกๆ ด้านของประเทศ
การจะแก้ไขปัญหาระดับชาตินี้ จึงไม่ใช่เรื่องของคนใดคนหนึ่งหรือองค์กรใดองค์กรหนึ่ง ทุกภาคส่วนในสังคมต้องร่วมมือกัน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน
หอการค้าไทยตระหนักถึงความสำคัญและผลกระทบของปัญหาดังกล่าวเป็นอย่างมาก และเห็นว่าหากปล่อยให้ภาครัฐหรือองค์กรอิสระต่างๆ ทำหน้าที่ตามภารกิจที่กฎหมายกำหนดไปตามปกติ ปัญหาก็จะไม่สามารถแก้ไขได้ และนับวันก็จะยิ่งมีปริมาณที่มากขึ้น
ดังนั้น หอการค้าไทยจึงมีแนวคิดป้องกันและปราบปรามคอร์รัปชันในระดับต่างๆ อย่างจริงจัง โดยอาศัยเครือข่ายที่มีอยู่ ทั้งหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย หอการค้าจังหวัด สมาคมการค้า หอการค้าต่างประเทศในประเทศไทย และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ร่วมกันดำเนินการ แต่การดำเนินงานดังกล่าวทุกภาคส่วนจำเป็นต้องร่วมมือกัน จึงได้เห็นชอบให้มีการขยายเครือข่ายในการต่อต้านคอร์รัปชันให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น โดยกระจายเครือข่ายออกไปยังองค์กรต่างๆ ที่มีแนวความคิดเดียวกัน และทนไม่ได้กับพฤติกรรมการคอร์รัปชัน
ในวันที่ 1 มิ.ย. 2554 ทางหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นำโดย ดุสิต นนทะนาคร ในฐานะประธานคณะกรรมการเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น ร่วมกับองค์กรภาคีเครือข่าย 23 องค์กร ได้จัดงานสัมมนา “ต่อต้านคอร์รัปชั่น...จุดเปลี่ยนประเทศไทย” ขึ้น เพื่อประกาศเจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการต่อต้านคอร์รัปชัน และพร้อมที่จะตรวจสอบ ปราบปรามการโกงกินให้ลดลงหรือหายไปจากสังคมไทย
ในฐานะของภาคเอกชน ดุสิต ได้ประกาศชัดเจนที่จะให้ภาคเอกชนเลิกเป็นส่วนหนึ่งของการคอร์รัปชัน โดยจะหยุดจ่ายเงินใต้โต๊ะทุกรูปแบบ เพราะแต่เดิมภาคเอกชนก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งในการก่อให้เกิดขบวนการจ่ายเงินใต้โต๊ะ เพื่อให้ได้งานประมูลของรัฐ ให้ได้สัมปทาน หรือสิทธิพิเศษอื่นๆ แม้จะรู้ว่าไม่ถูกต้องก็ตาม
รวมทั้งขณะนี้สถานการณ์ทุจริตคอร์รัปชันเลวร้ายมาก มีการจ่ายใต้โต๊ะให้กับผู้มีอำนาจ เพื่อให้ได้งานหรือสิทธิประโยชน์มากถึง 50% ของโครงการประมูล เพิ่มจากในอดีตช่วง 20-30 ปีที่จ่ายใต้โต๊ะแค่ 2-3% และเพิ่มมากเป็น 30-40% ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา หากไม่รีบหยุดวงจรอุบาทว์ดังกล่าว การจ่ายเงินก็จะเพิ่มมากขึ้นต่อไปในอนาคต ด้วยอัตราการจ่ายที่มากกว่าครึ่งหนึ่งของมูลค่าโครงการและเพิ่มรวดเร็วภายในไม่กี่ปี
ทั้งนี้ ได้มีการจัดทำดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชันไทยขึ้น เพื่อเป็นตัวชี้วัดการดำเนินงานและความคืบหน้ากิจกรรมของภาคีเครือ ข่าย รวมถึงเป็นตัวแสดงให้สังคมรับทราบถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน โดยมีแผนจะรายงานดัชนีสถานการณ์ คอร์รัปชันทุก 6 เดือน
นอกจากนี้ ภาคีฯ ยังร่วมมือกับหน่วยงานตรวจสอบต่างๆ ทั้ง ป.ป.ช. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และกำลังจะจับมือร่วมกับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เพื่อตรวจสอบและปราบปรามคอร์รัปชันให้ลดลง นอกจากบทบาทในการตรวจสอบแล้ว ภาคีฯ ยังทำกิจกรรมในเชิงสังคม โดยเตรียมจะจัดกิจกรรมเดินรวมพลังต่อต้านคอร์รัปชัน เพื่อรณรงค์ให้สังคมรับทราบ
อีกทั้งนำบทเรียนจากการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันทั่วโลกมาใช้เป็นต้นแบบประยุกต์ใช้ปราบคอร์รัปชันในเมืองไทย ซึ่งหนึ่งในหลายต้นแบบจากทั่วโลก ทางภาคีฯ ได้นำต้นแบบจากฮ่องกง หรือฮ่องกงโมเดล มาเสนอให้สังคมได้รู้ว่าคอร์รัปชันในฮ่องกงฝังรากมากว่า 20 ปี มีการทุจริตอย่างกว้างขวางและหนักถึงขนาดที่ในโรงพยาบาลยังไร้มนุษยธรรม หากผู้ป่วยอยากได้น้ำดื่ม ต้องจ่ายเงินใต้โต๊ะให้เจ้าหน้าที่ถึงจะได้น้ำมาดื่ม
แม้วันนี้จะไร้ผู้นำภาคีฯ อย่างดุสิตที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับ มาต่อสู้กับปัญหาใหญ่ระดับชาติ และทุกคนอยู่ในช่วงเวลาที่เศร้าเสียใจ โดยมีสารแสดงความเสียใจมากมายจากผู้ที่เคยทำงานร่วมกับดุสิต เช่น จากนายทานาดะ เคียวอิจิ ประธานหอการค้าญี่ปุ่น ที่แสดงความเสียใจเข้ามา เพราะตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาหลายปี ดุสิตไม่เพียงแต่จะเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันและมีส่วนร่วมในการส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังได้ทุ่มเททั้งกำลังกายและกำลังใจในการส่งเสริมความเข้มแข็งด้านความสัมพันธ์กับหน่วยงานและองค์กรของประเทศต่างๆ ที่ดำเนินธุรกิจอยู่ในประเทศไทยมาโดยตลอด แม้กระทั่งในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ประเทศญี่ปุ่นประสบกับเหตุการณ์ภัยพิบัติสึนามิครั้งใหญ่ ก็ได้ให้ความสนับสนุนอย่างอบอุ่นเต็มที่
จึงเชื่อได้ว่า เครือข่ายทั้ง 23 องค์กร รวมถึงนักธุรกิจต่างชาติ และที่จะมีเพิ่มขึ้นอีกในอนาคตจะยังคงสานต่อความตั้งใจของดุสิตต่อไป เพื่อให้สังคมไทยปราศจากคอร์รัปชัน







