
ชาวนาสะอึ้น...รับกรรมน้ำท่วมแทนคนกรุง
ฉับพลันที่รัฐบาลเตรียมจะผันน้ำเหนือเข้าทุ่งนาในพื้นที่ภาคกลาง 9 จังหวัด
โดย...ทีมข่าวภูมิภาค
ฉับพลันที่รัฐบาลเตรียมจะผันน้ำเหนือเข้าทุ่งนาในพื้นที่ภาคกลาง 9 จังหวัด คือ นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี สุพรรณบุรี และ ลพบุรี เพื่อป้องกันน้ำท่วมพื้นที่เขตเศรษฐกิจหลักอย่างกรุงเทพมหานคร ทำให้ชาวนาถึงกับพูดไม่ได้คายไม่ออกได้แต่นอนกายหน้าฝากน้ำตาอาบแก้พร้อมส่งเสียงครวญผ่านลำคอว่า ปีนี้ยังคงต้องแบกรับภาระน้ำท่วมแทนคนเมืองหลวงอีกแล้วหรือนี่...?
วันชัย สุริยะวงษ์ อยู่บ้านเลขที่ 38/1 ชุมชนบ้านโรง ม.4 ต.สะพานไท อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นอีกหมู่บ้านกลางทุ่งนาและอยู่ในพื้นที่ที่ถูกระบุจะใช้เป็นพื้นที่โครงการแก้มลิงบางบาล บอกว่า ชาวบ้านส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ที่นี่ต่างก็ไม่รู้จะทำอย่างไร รู้แต่ว่าจะต้องเผชิญกับชะตากรรมทุกข์แสนเข็นเนื่องจากรัฐบาลจะนำพื้นที่ทุ่งนารับน้ำเหนือ ชาวบ้านตาดำๆก็ทำอะไรไม่ได้หรอก เพราะนี่คือสิ่งที่คนจนถูกเลือกปฎิบัติมาตลอดหลายปีแล้ว
วันชัย บอกด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจว่าชาวบ้านไม่มีทางออก ไม่มีทางเลือก ช้ำยังไม่หน่วยงานใดเข้ามาแนะนำให้ชาวบ้านเตรียมพร้อมรับมือ ชาวบ้านทำได้ตอนนี้คือยกบ้านให้ใต้ถุนสูงกว่า 2 เมตรขึ้นไป เพราะทุกปีที่ผ่านๆมาชาวบ้านต้องรับกรรมน้ำท่วมแทนคนกรุงเทพฯซึ่งวมสูงมากนาน 3-4 เดือน โดยกว่าน้ำจะแห้งก็หลังเทศกาลลอยกระทงไปแล้ว เงินที่รัฐช่วยเหลือครอบครัวละ 5,000 บาท แทบไม่พอยาไส้ เพราะชาวบ้านที่นี่ส่วนใหญ่ทำการเกษตรและมีอาชีพรับจ้าง เมื่อประสบปัญหาน้ำท่วมนานหลายเดือนจากรัฐบาลผันน้ำเข้าทุ่ง นอกจากชาวบ้านขาดรายได้แล้วยังต้องอยู่ด้วยความยากลำบาก
“น้ำท่วมเพราะการผันน้ำเข้าทุ่ง สิ่งของในบ้านท่วมเสียหายหมด เพราะน้ำมามากกว่าธรรมชาติ เป็นการดันน้ำเข้าทุ่ง บ้านที่ยกใต้ถุนสูง 2 เมตร ก็ยังไม่พ้นถูกน้ำท่วมสูงในตัวบ้านอีก 1 เมตร ข้าวของที่หนุนหนีน้ำไว้พังเสียหายจำนวนมาก หลังน้ำลดรอแล้วรอเล่าเพื่อหวังจะหน่วยงานเข้าเข้ามาช่วยเหลือ แต่ได้แค่ฝัน”วันชัยระบายอารมณ์ให้ฟังด้วยความคับแค้นใจ
ขณะที เสรี มีเศรษฐี ประธานชุมชนหมู่บ้านโรง บอกว่า ชุมชนแห่งนี้มีอยู่กว่า 40 หลังคาเรือนเป็นชุมชนเก่าแก่ ในเมื่อรัฐบาลกำหนดเป็นพื้นที่แก้มลิงขอบอกตามตรงว่าชาวบ้านไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่เมื่อรัฐบาลจะทำให้ได้ก็ต้องยอมเท่านั้น ชาวบ้านไม่สามารถขัดขืนได้ น้ำผันเข้าทุ่งไม่ใช่เป็นการท่วมตามธรรมชาติ ปกติหากน้ำท่วมธรรมชาติจะสูงไม่ถึง 2 เมตร บ้านใต้ถุนสูง หรือบ้านที่ถ่มไว้แล้ว น้ำจะไม่ท่วมเข้าไปในตัวบ้าน ซึ่งหากเป็นแบบนั้น ชาวบ้านก็อยู่ได้แต่การผันน้ำเข้าทุ่งทำให้น้ำท่วมสูง 3 เมตร เป็นแบบนี้มาหลายครั้ง เช่น ปี 2549 และ ปี 2553
“ที่ผ่านมารัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ยึดนโยบายเดียวกันคือชาวบ้านที่นี่ได้รับเงินช่วยเหลือเท่ากับที่อื่นเหมือนกันทั่วประเทศ เช่น ปี 2553 รัฐบาลมอบเงินช่วยเหลือให้ครอบครัวละ 5,000 บาท ทั้งๆที่ชาวบ้านได้รับผลกระทบสาหัสสากรรจ์และมีความเสียหายมากกว่า รัฐบาลน่าจะเห็นใจชาวบ้านที่ยอมเสียสละเพื่อไม่ให้น้ำท่วมเมืองหลวงด้วยการให้เงินช่วยเหลือมากกว่านี้ แต่ที่พูดก็เป็นเพียงการพูดจากอารมณ์ที่น้อยใจเท่านั้น ไม่คิดจะเรียกร้องเพื่อให้ได้ แต่อยากให้รัฐบาลเห็นใจชาวบ้านบ้าง”เสรี บอกถึงความรู้สึก
ขณะที่ อรัญญา ยินดีทรัพย์ ชาวนาต.บางหลวงโดด อ.บางบาล บอกว่า เพื่อนบ้านต่างพากันเร่งระดมเก็บเกี่ยวข้าวให้เสร็จเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้นาข้าวตอนนี้ยังไม่ถึงกำหนดเก็บเกี่ยวผลผลิตแต่ก็ต้องจำใจทำเพื่อหนีน้ำท่วม เนื่องจากเป็นอีกพื้นที่ที่จะถูกผันน้ำเหนือเข้าทุ่ง จะปล่อยให้นาข้าวจมตายไปต่อหน้าต่อตาก็ทำใจไม่ได้ ซึ่งปัจจุบันข้าวนาปรังที่ยังไม่ถึงกำหนดเก็บเกี่ยวกว่า 4,000 ไร่ ชาวนาทำได้แค่ทำใจเท่านั้น
รัฐบาลจ่ายเงินชดเชยให้ไร่ละ 2,222 บาทถือว่าไม่คุ้มกับต้นทุนการผลิต แต่จะไปเรียกร้องไปกว่านี้ก็ไม่ได้เพราะชาวบ้านไม่มีอำนาจต่อรองทำได้แต่ยอมรับชะตากรรมเท่านั้นเอง
&<2288;







