
เชื่อมั่นผู้บริโภคส.ค.ร่วงรอบ4เดือน
คนยังไม่เชื่อใจรัฐทำได้ตามที่โม้ชี้ศก.ทั้งปีโต4%
คนยังไม่เชื่อใจรัฐทำได้ตามที่โม้ชี้ศก.ทั้งปีโต4%
ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ส.ค. ลดครั้งแรกในรอบ 4 เดือน จากไม่มั่นใจการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล ปัญหาน้ำท่วม เศรษฐกิจโลก
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือน ส.ค. 2554 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคอยู่ที่ระดับ 83.4 ปรับลดลงจากเดือน ก.ค. ดัชนีอยู่ที่ 84.1 ซึ่งเป็นการลดครั้งแรกในรอบ 4 เดือน โดยเป็นผลมาจากความไม่มั่นใจในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล ในการเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม แม้ว่ารัฐบาลได้ดำเนินการปรับลดราคาน้ำมันดีเซลและเบนซิน เพื่อลดค่าครองชีพให้กับประชาชนแล้วก็ตาม
รวมทั้งประชาชนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในหลายพื้นที่โดยเฉพาะภาคอีสานและภาคเหนือ ซึ่งทำให้พืชผลทางการเกษตรเสียหาย เกษตรกรรายได้ลดลง และความไม่มั่นใจในความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย เพราะเกรงว่าปัญหาจากเศรษฐกิจโลกจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกและการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ชะลอตัวลง
ทั้งนี้ ค่าดัชนีความเชื่อมั่นทุกรายการปรับตัวลงเหมือนกันหมด ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมลดลงจาก 74.4 มาอยู่ที่ 73.8 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำลดลงจาก 74.9 มาอยู่ที่ 74.4 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตลดลงจาก 102.8 มาอยู่ที่ 102.1
นอกจากนี้ ดัชนีความเหมาะสมการซื้อบ้านหลังใหม่ในปัจจุบันปรับลดจาก 87.2 เหลือ 85.2 และดัชนีความเหมาะสมในการซื้อรถยนต์คันใหม่ปัจจุบันลดจาก 109.8 เหลือ 108.3 เนื่องจากผู้บริโภครอความชัดเจนของนโยบายลดภาษีสำหรับรถยนต์คันแรก และนโยบายดอกเบี้ย 0% บ้านหลังแรกของรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม ดัชนีภาวะค่าครองชีพในปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 60.1 เป็นระดับที่ดีที่สุดในรอบ 52 เดือน เนื่องจากประชาชนเห็นว่าการขับเคลื่อนการลดค่าครองชีพ เช่น การลดราคาน้ำมัน การลดราคาสินค้า เป็นต้น ของรัฐบาลเริ่มดำเนินการแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยบวกต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค โดยประชาชนหวังว่าค่าครองชีพจะสอดคล้องกับรายได้
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า ขณะนี้ทิศทางเศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยง ทั้งจากผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก ที่ขณะนี้มีความเสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะถดถอย โดยเศรษฐกิจของ 6 ประเทศใหญ่จะขยายตัวในระดับ 0% และมีโอกาสติดลบส่งผลให้โอกาสที่การส่งออก และการท่องเที่ยวของไทยจะขยายตัวไม่สูง ดังนั้น การขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากรัฐบาลจะมีความสำคัญมาก โดยรัฐบาลต้องดูปัญหาน้ำท่วมให้ดี เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นประชาชน
“ยังเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ 44.5% ถ้ารัฐบาลมีนโยบายเศรษฐกิจที่ดี ซึ่งการที่รัฐบาลเปิดช่องให้ใช้รายจ่ายขาดดุล น่าจะมีโอกาสให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ดีขึ้น 0.3-0.5%” นายธนวรรธน์ กล่าว







