posttoday
นิรโทษกรรม-ล้างบาง ขรก. อุปสรรค 'ปรองดอง'

นิรโทษกรรม-ล้างบาง ขรก. อุปสรรค 'ปรองดอง'

09 กันยายน 2554

แค่เริ่มต้นออกตัวก็ส่อแววยากที่รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะเดินหน้าสู่ถนนสมานฉันท์

โดย... ทีมข่าวการเมือง

แค่เริ่มต้นออกตัวก็ส่อแววยากที่รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะเดินหน้าสู่ถนนสมานฉันท์ สร้างกระบวนการปรองดองให้เกิดขึ้นในสังคมที่แบ่งฝักแบ่งฝ่ายแตกแยกรุนแรงได้อย่างที่เคยประกาศชัดเป็นนโยบาย “แก้ไขไม่แก้แค้น”

เอาแค่เดือนกว่าในตำแหน่งนายกฯ หลายต่อหลายนโยบายที่เคยออกมาซื้อใจรากหญ้า จนเป็นส่วนหนึ่งที่นำมาสู่ชัยชนะอันถล่มทลายของพรรคเพื่อไทย กลับยังไม่เห็นความชัดเจนว่าจะเดินหน้าต่อไปจนสำเร็จเป็นรูปธรรม หลายไอเดียร้อนที่ถอดมาจากแพ็กเกจของ “นายห้างดูไบห่อ” มาถึงวันนี้ดูจะเป็นเพียงแค่ความหวือเรียกคะแนน แต่ยากมาสู่การปฏิบัติ จนเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงทำให้ท่าทีของรัฐบาลกลับไปกลับมาเปลี่ยนแปลงทุกครั้งที่ถูกไล่จี้

ตอกย้ำสิ่งที่ อัมมาร สยามวาลา ออกมาตั้งฉายารัฐบาล “ดีแต่โม้”

ผลงานที่จับต้องได้ชัดเจนเวลานี้คือความพยายามเดินหน้าผลักดันกระบวนการนิรโทษกรรม ปูทางกลับบ้านให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จนเสมือนกลายเป็นนโยบายเร่งด่วน ซึ่งรัฐบาลไม่ได้เขียนชัดไว้เป็นนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภาก็ตาม

ในขณะที่เด็กนักเรียน ป.1 กำลังตั้งตารอแท็บเล็ต ซึ่งรัฐบาลระบุว่าจะได้เฉพาะโรงเรียนนำร่องบางโรงเรียน หรือในขณะที่ค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท ถูกพลิกพลิ้วเป็นรายได้ขั้นต่ำ หรือวันที่เงินเดือนปริญญาตรี 1.5 หมื่นล้านบาท ยังไม่มีรายละเอียดชัดเจน

นิรโทษกรรม-ล้างบาง ขรก. อุปสรรค 'ปรองดอง'

แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับได้รับการประสานเป็นพิเศษจากรัฐบาลไทยให้สามารถเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นได้เป็นกรณีพิเศษ

ยังไม่รวมกับการปัดฝุ่นนำเรื่องที่เสื้อแดงกว่า 3 ล้านคน รวมตัวยื่นทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาของพระราชทานอภัยโทษตั้งแต่สมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ขึ้นมาเป็นเรื่องเร่งด่วน ที่วิตกว่าการเดินหน้าเรื่องนี้จะนำมาสู่ความขัดแย้งรุนแรงภายในสังคม

อย่างไรก็ตาม คนในรัฐบาลต่างพร้อมใจกันออกมาตบเท้าเคลียร์ข้อเท็จจริงในแง่มุมทางกฎหมายถึงความเป็นไปได้ เมื่อยังมีข้อกังขาในเรื่องกระบวนการตามขั้นตอนตามกฎหมายที่ถกเถียงกันกว้างขวางว่าจะต้องมีการรับโทษก่อนที่จะขอพระราชทานอภัยโทษหรือไม่

งานนี้ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ส่งสัญญาณเดินหน้าเต็มสูบ ตั้งคณะทำงานกลั่นกรองและตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่มี วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นประธาน

ไล่ดูรายชื่อกรรมการชุดนี้ น่าจะเห็นทิศทางคร่าวๆ ว่าผลสรุปจะออกมาอย่างไร เมื่อมีทั้งชื่อของ “จุมพล ณ สงขลา” อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมากที่ตัดสินให้ พ.ต.ท.ทักษิณ หลุดคดีซุกหุ้น “ธงทอง จันทรางศุ” เลขาธิการสภาการศึกษา “นัทธี จิตสว่าง” อดีตอธิบดีกรมราชทัณฑ์

การเร่งรัดเดินหน้าทำเรื่อง “อภัยโทษ” พ.ต.ท.ทักษิณ แต่เพียงผู้เดียว แบบไม่สนใจท่าที ความรู้สึกของสังคมเช่นนี้ ยังขัดแย้งกับสิ่งที่ “ยิ่งลักษณ์” เคยประกาศว่าทุกอย่างจะทำเพื่อความถูกต้องในภาพรวม ไม่หวังผลเฉพาะเจาะจงเพียงใครคนใดคนหนึ่ง

ประเด็นนี้จึงกลายเป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่ที่กำลังจะถูกจุดชนวนในไม่ช้า และความรุนแรงจะส่งผลถึงขั้นทำให้สังคมแตกแยกอย่างรุนแรงอีกรอบ และฉุดให้รัฐบาลต้องเผชิญกับแรงเสียดทานซ้ำเติมสถานการณ์

ยังไม่รวมกับประเด็นเรื่องการโยกย้ายข้าราชการเวลานี้ ที่กลายเป็นการ “ล้างบาง” ตัด “มือไม้” ในกระทรวง ทบวง กรม ต่างๆ ที่เติบโตขึ้นในยุคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล

ดังจะเห็นท่าทีตั้งแต่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เคยประกาศล้างบาง โดยเฉพาะในกระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่ช่วงเดินสายหาเสียง ว่าจะโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดนับ 20 จังหวัด มาจนถึงความพยายามโยกย้าย พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี พ้นเก้าอี้ ผบ.ตร. เปิดทางให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์

เริ่มต้นเห็นผลจากที่ ถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ถูกย้ายไปตบยุงเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี จนนำมาสู่การยื่นฟ้องต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) ทวงถามความเป็นธรรมที่ถูกฝ่ายการเมืองเข้ามาแทรกแซง

ทั้งกระทรวง “การคลัง” ที่เห็นได้ชัดว่าคนที่เคยมีบทบาทในเรื่องร้องเรียนต่างๆ ทั้งเรื่องหุ้น เรื่องภาษี ถูกดันกลับมามีบทบาทสำคัญ กระทรวงมหาดไทยกำลังจะถูกล้างบางยกใหญ่ ไล่มาตั้งแต่ปลัดไปจนถึงอธิบดี

มาถึง “กองทัพ” ที่ยังดูจะเป็นหอกข้างแคร่ จนพรรคเพื่อไทยไม่อาจไว้วางใจ จนพยายามจะจัดวางคนที่ไว้วางใจได้เข้าไปอยู่ในหน่วยคุมกำลังหลักต่างๆ แต่ยังไม่อาจเข้าไปล้วงลูก เนื่องจากติดข้อจำกัดเรื่อง พ.ร.บ.จัดระเบียบกระทรวงกลาโหม 2551

ความพยายามยังมีต่อเนื่อง ยังอยู่ที่การผลักดันตำแหน่ง “ปลัดกระทรวงกลาโหม” แทน พล.อ.กิตติพงษ์ เกษโกวิท ที่จะเกษียณอายุราชการในเดือน ก.ย. ซึ่งจะได้เห็นการวัดพลังกันยกแรก ระหว่างการผลักดัน พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ และ “พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์”

ปัจจัยทั้งเรื่อง “อภัยโทษ” และ “ล้างบางข้าราชการ” ในเวลานี้จึงมีแต่จะฉุดรั้งแนวทางสมานฉันท์ของรัฐบาลที่พยายามบอกว่าจะทำให้สำเร็จ

ยิ่งในวันที่เสียงสะท้อนจากกลุ่ม “เสื้อแดง” ที่อยู่ในเพื่อไทย ยังไม่อาจปล่อยวางเรื่องในอดีต เดินหน้าสู่ความปรองดอง โอกาสที่รัฐบาลภายใต้การนำของนายกฯ หญิง จะนำพาประเทศไปสู่ความสมานฉันท์ ตามนโยบายที่เคยแถลงต่อรัฐสภา จึงดูจะเป็นไปได้ยากขึ้นทุกที

 

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้