
ปธ.สภาการนสพ.เสียใจมติชนลาออก
"ปราโมทย์"เสียใจเครือมติชนลาออกสมาชิกสภาการนสพ. ชี้หากไม่เห็นด้วยกับผลสอบก็อุทธรณ์ได้
"ปราโมทย์"เสียใจเครือมติชนลาออกสมาชิกสภาการนสพ. ชี้หากไม่เห็นด้วยกับผลสอบก็อุทธรณ์ได้
นายปราโมทย์ ฝ่ายอุประ ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แ ห่งชาติ ได้โพสข้อความบนหน้าเฟซบุ๊กส่วนตัว (Pramote Faiupara)ถึงเรื่องเครือมติชน ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกของสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติว่า ผมเสียใจครับที่หนังสือพิมพ์มติชน ข่าวสดและประชาชาติธุระกิจได้ขอลาออกจากการเป็นสมาชิกของสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ
ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาหนังสือพิมพ์ทั้ง 3 ฉบับก็ปฎิบัติอยู่ในกรอบจริยธรรมด้วยดีมาตลอด ไม่เคยกระทำใดๆขัดต่อกรอบจริยธรรมแห่งวิชาชีพ
เรื่องอีเมลของนายวิม รุ่งวัฒนะจินดา ที่กลายเป็นข้อพิพาทและถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากมายนั้นผมขอสรุปให้ฟังว่าเมื่ออีเมลฉบับดังกล่าวได้ถูกนำออกมาเผยแพร่ระบุว่าได้ใช้เงินดูแลสื่อแห่งละ 2 หมื่นบาทเพื่อให้สนับสนุนพรรคเพื่อไทยในช่วงระยะเวลาของการหาเสียงเลือกตั้ง มีนักหนังสือพิมพ์จากหนังสือพิมพ์หลายฉบับได้รับผลประโยชน์นี้
แม้นายวิม จะออกมาปฎิเสธว่าไม่ได้เขียนอีเมลดังกล่าวและไม่เป็นความจริง
แต่เมื่ออีเมลได้ถูกเผยแพร่ออกไป ทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ที่ถูกกล่าวหาและวงการสื่อเป็นอย่างมาก
ผมเองในฐานะที่เป็นประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติและมีชื่อถูกระบุในอีเมลว่าได้รับผลประโยชน์เพื่อสนับสนุนพรรคเพื่อไทยด้วย
ทำให้เกิดความเสื่อมเสียแก่ตัวผมเอง เกิดกับหนังสือพิมพ์ไทยรัฐที่ผมสังกัดอยู่ เกิดกับสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติททำหน้าทควบคุมดูแลจริยธรรมของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อหนังสือพิมพ์ที่ผู้เป็นประธานถูกกล่าวหาเสียเอง
ผมจึงเห็นว่าจำเป็นจะต้องมีการตรวจสอบเรื่องนี้ ต้องทำความจริงให้ปรากฎโดยเร็ว
การจะสอบข้อเท็จจริง ถ้าจะใช้อนุกรรมการตรวจสอบของสภาการหนังสือพิมพ์ฯก็จะไม่เป็นที่น่าเชื่อถือของสังคม ผมจึงได้เสนอต่อที่ประชุมของสภาการหนังสือพิมพ์ฯขอให้ใช้คนนอกมาทำหน้าที่สอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้
ที่ประชุมของสภาการหนังสือพิมพ์ฯจึงได้เสนอให้ตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะเรื่องขึ้นมา มีนายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน์ เป็นประธาน
ผมต้องขอขอบคุณคณะอนุกรรมการทุกท่านที่เสียสละเข้ามาทำหน้าที่นี้ ซึ่งทุกท่านทราบดีว่าเรื่องที่ตรวจสอบนั้นเป็นเรี่องละเอียดอ่อน มีเรื่องของความขัดแย้งทางการเมืองรวมอยู่ด้วย
เมื่อผลสอบออกมา ได้มีการแถลงต่อสาธารณะ ได้สร้างความขัดแย้งไม่เข้าใจกันเกิดขึ้นระหว่างสื่อหนังสือพิมพ์กับอนุกรรมการสอบข้อเท็จจริง
ส่วนตัวผมเองนั้นผมยอมรับผลการสอบครั้งนี้ แม้มีบางเรื่องจะมีความเห็นต่างก็ตาม
วันนี้มีความขัดแย้งเกิดขึ้น ยังไม่เป็นข้อยุติที่จะเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย
ผมเห็นว่าสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติที่ก่อตั้งขึ้นมาจากองค์กรหนังสือพิมพ์ฉบับต่างๆ ซึ่งเวลานี้มีสมาชิกอยู่ทั่วประเทศให้มาควบคุมดูแลจริยธรรมของผู้ประกอบวิชาชีพหนังสือพิมพ์ ด้วยความสมัครใจ มีระเบียบ มีข้อบังคับ มีวิธีปฎิบัติ
ถ้าผลการสอบ ผู้ที่ถูกกล่าวหาไม่เห็นด้วยก็สามารถอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการสภาการหนังสือพิมพ์ฯได้
ถ้าทุกฝ่ายปฎิบัติตามข้อบังคับนี้ ก็จะยุติได้ด้วยดี
หนังสือพิมพ์นั้นก็ไม่ต่างจากองค์กรอื่นๆ เมื่อตรวจสอบผู้อื่นได้ ก็ถูกผู้อื่นตรวจสอบได้เช่นกัน ถ้าเห็นว่าการตรวจสอบนั้นไม่ถูกต้องก็สามารถชี้แจงข้อกล่าวหาได้
สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติที่คนหนังสือพิมพ์ร่วมมือร่วมใจกันก่อตั้งมา 14 ปีแล้ว ให้ทำหน้าที่ควบคุมดูแลจริยธรรมของคนหนังสือพิมพ์ ด้วยความสมัครใจ
ถ้าสภาการหนังสือพิมพ์ฯไม่สามารถควบคุมกันเองได้ ไม่เป็นที่ยอมรับขององค์กรสมาชิก
อนาคตของสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติก็ขึ้นอยู่กับคนหนังสือพิมพ์ที่จะต้องตัดสินใจ
ด้านกรรมการสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ กล่าวว่า รู้สึกเสียดายที่เครือมติชนได้ยื่นหนังสือลาออกก่อนที่คณะกรรมการฯจะประชุมเพื่อวินิจฉัยผลการศึกษาของคณะอนุกรรมการเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับอีเมลฉาวในวันที่ 20 ก.ย.นี้







