
โยนกฤษฎีกาตรวจข้อกม.ทูลเกล้าฯกสทช.
"ยิ่งลักษณ์"ให้เลขาครม.-กฤษฏีกาดูข้อกฎหมายทูลเกล้าฯ รายชื่อกสทช. มาร์คชี้ถ้ายังไม่ทูลเกล้าฯต้องมีคำอธิบาย
"ยิ่งลักษณ์"ให้เลขาครม.-กฤษฏีกาดูข้อกฎหมายทูลเกล้าฯ รายชื่อกสทช. มาร์คชี้ถ้ายังไม่ทูลเกล้าฯต้องมีคำอธิบาย
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลังจากที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) รับเรื่องการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) ไม่โปร่งใสเอาไว้พิจารณาเป็นคดีพิเศษ ตอนนี้ยังไม่ได้รับรายชื่อ ผู้ที่ได้รับการสรรหา แต่ตามกระบวนการได้มอบให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) ศึกษาขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งงานระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายหริหารจะต้องแยกกัน ตนเองมีหน้าที่ในการนำรายชื่อส่งไปแต่ถ้ามีเรื่องการตรวจสอบเข้ามาก็ต้องหารือในเชิงข้อกฎหมายกับสำนักงานกฤษฎีกา ที่เป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า นายกฯมีหน้าที่นำรายชื่อส่ง ซึ่งทั้งหมดจะให้เลขาธิการครม.ศึกษาและเร่งทำให้ถูกขั้นตอนต่อไป ซึ่งถ้าเห็นว่าสามารถนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯได้ก็จะดำเนินการเลย แต่ตอนนี้ตนเองยังไม่ได้รับรายชื่อ คงต้องให้เขาส่งชื่อมาก่อน
เมื่อถามว่า จะต้องมีการเลือกประธาน และรองประธานกสทช.ก่อน จึงจะมีการส่งรายชื่อทั้งหมดมาให้นายกรัฐมนตรีหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า ไม่ทราบ แต่ถ้ามีการส่งรายชื่อมา และดูแล้วเป็นไปตามกฎหมาย ก็จะดำเนินการต่อไป
ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า เรื่องนี้ ขั้นตอนของการทำงานของกสทช.ต่อไปคือผู้ที่ได้รับเลือกเป็นกสทช.จะต้องไปประชุมเพื่อเลือกประธาน รองประธานกันเอง จากนั้นจะแจ้งให้นายกรัฐมนตรีทราบ นายกฯก็จะนำชื่อขึ้นทูลเกล้า การที่ดีเอสไอ รับเรื่องเอาไว้พิจารณาก็อยู่ที่นายกรัฐมนตรีจะดำเนินการ โดยในส่วนวุฒิสภาก็ถือว่าได้เสร็จสิ้นไปแล้วตามเงื่อนไขของกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ถ้านายกฯ ไม่นำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ นายกฯ ต้องมีคำอธิบาย เพราะในกฎหมายไม่ได้เขียนไว้ว่า เมื่อดีเอสไอรับเรื่องไปแล้วจะไม่สามารถยื่นได้ แต่กฎหมาย เขียนไว้เพียงว่าเมื่อวุฒิสภาได้คัดเลือกเสร็จแล้วผู้ที่ได้รับการคัดเลือกก็จะต้องไปเลือกประธาน รองประธาน และแจ้งให้นายกรัฐมนตรีทราบภายใน 15 วัน และให้นำชื่อขึ้นทูลเกล้า กฎหมายเขียนไว้แค่นี้







