
ผันน้ำเข้าที่นา9จ.แก้น้ำท่วม
ภายหลังเรียกผู้ว่าราชการจังหวัดภาคกลาง 9 จังหวัดประชุมหารือกับหน่วยงานฝ่ายปกครอง
ภายหลังเรียกผู้ว่าราชการจังหวัดภาคกลาง 9 จังหวัดประชุมหารือกับหน่วยงานฝ่ายปกครอง
โดย...ทีมข่าวภูมิภาค
ภายหลังเรียกผู้ว่าราชการจังหวัดภาคกลาง 9 จังหวัดประชุมหารือกับหน่วยงานฝ่ายปกครอง หน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หน่วยงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งหน่วยงานชลประทานในเขตภาคกลางที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา เป็นที่แน่นอนแล้วว่า ปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รมว.ทรัพยากรฯ จะให้พื้นที่ในเขต 9 จังหวัดภาคกลาง คือ จ.นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี สุพรรณบุรี และลพบุรี
ทั้งนี้ โดยเฉพาะพื้นที่ทุ่งนาให้เป็นพื้นที่รับน้ำเหนือหลากและทำอย่างไรจะให้น้ำไม่ท่วมกรุงเทพมหานคร เพราะช่วงนี้ประเมินแล้วว่าปริมาณน้ำ 3 ก้อนใหญ่ไหลมารวมกัน คือ น้ำเหนือหลากมาจำนวนมากที่สุด ตามด้วยภาวะน้ำทะเลหนุนสูง และน้ำฝนที่ตกหนัก
ขณะเดียวกัน รมว.ทรัพยากรฯ ยังได้ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 9 แห่งไปสำรวจพื้นที่โดยเฉพาะพื้นที่ทุ่งนาว่ามีจำนวนพื้นที่เท่าใด ใครจะได้รับผลกระทบ และจะกระทบอย่างไร และทำความเข้าใจกับชาวบ้านเพื่อหาข้อสรุปเพื่อจ่ายเงินชดเชยหากจะดันน้ำเข้าทุ่งนาในเขตภาคกลาง 9 จังหวัดดังกล่าว
ด้าน วิเชียร พวงลำเจียก อุปนายกสมาคมชาวนาไทย บอกว่า แนวคิดใช้พื้นที่ทุ่งนารับน้ำแทนคนกรุงเทพฯ นั้น พบว่าทุกรัฐบาลและทุกผู้บริหารประเทศที่ผ่านมาก็ใช้แนวคิดเดียวกัน เพราะมองว่าพื้นที่ทุ่งนาต้องรับน้ำแทนคนกรุงเทพฯ มาตลอดและก็ปฏิบัติมาแบบนี้ทุกปี ถึงแม้ชาวบ้านและชาวนาจะยินยอมหรือจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม
“พวกเราถูกกระทำมาตลอด และก็ต้องยอมรับสภาพ พวกเราเป็นคนบ้านนอกเขาก็ต้องป้องกันเมืองหลวงก่อน แต่สิ่งที่อยากจะบอกคือ หากนำน้ำเข้าทุ่งนาเพื่อรับน้ำแทนแล้ว ก็ต้องให้เกี่ยวข้าวนาปรังไปก่อน ซึ่งคาดว่าจะเสร็จช่วงกลางเดือนนี้ และในส่วนของพื้นที่เกษตรอื่นรวมถึงนาปี ก็ต้องมีการจ่ายเงินชดเชยที่เป็นธรรม” วิเชียร ระบุ
อุปนายกสมาคมชาวนาไทย บอกต่อว่า ในส่วนการช่วยเหลือด้วยการเยียวยาจิตใจชาวบ้านนั้น ชาวกรุงเทพฯ เองก็ต้องบริจาคนำสิ่งของบรรเทาทุกข์มาแจกจ่ายชาวบ้านและชาวนาบ้างโดยเฉพาะสภากรุงเทพมหานครควรมาดูแลผู้ประสบภัยน้ำท่วมเป็นพิเศษด้วย
“เมื่อน้ำเหนือหลากชาวนาเสียสละให้ใช้พื้นที่รับน้ำแทนแล้ว พอพ้นช่วงน้ำท่วมไปแล้วรัฐบาลควรบริหารจัดการน้ำให้เราทำนาปรังได้ปีละ 2 ครั้ง มิใช่พอพ้นช่วงน้ำท่วมไปแล้วก็เข้าสู่ภัยแล้งและมาประกาศห้ามทำนาปรังเพราะว่าภัยแล้ง หากเป็นเช่นนี้คือน้ำเหนือหลากมาเอาน้ำเข้าท่วมทุ่งนาเสียหาย พอหน้าแล้งกลับประกาศห้ามทำนาเพราะขาดน้ำ หากบริหารจัดการแบบนี้ชาวนาตายอย่างเดียว” วิเชียร ย้ำ
ขณะสถานการณ์น้ำท่วมยังหนักสุดใน 12 จังหวัด คือ จ.สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก นครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ชัยนาท อุบลราชธานี สิงห์บุรี นครปฐม สุพรรณบุรี และนนทบุรี รวม 62 อำเภอ 429 ตำบล 2,367 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 146,542 ครัวเรือน 460,191 คน







