
สตง.เสนอแนะปิดจุดรั่วไหลโครงการรับจำนำข้าว
จากรายงานของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)
จากรายงานของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)
ในการตรวจสอบการดำเนินงานโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี การผลิต 2548/2549 และ 2549/2550 ซึ่งเป็นโครงการจำนำข้าวในรัฐบาลพรรคไทยรักไทย โดย สตง.พบว่ามีจุดรั่วไหลทุกจุด เริ่มตั้งแต่การลงทะเบียนเกษตรกรจนถึงขั้นตอนสุดท้ายของการรับจำนำ
พิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส รองผู้ว่าการ สตง. ในฐานะรักษาราชการแทนผู้ว่าการ สตง. กล่าวว่า หลังจากพบว่ามีการดำเนินการไม่รัดกุมในโครงการรับจำนำข้าวแล้ว สตง.ได้เสนอแนะวิธีการแก้ไขเพื่อป้องกันไม่ให้โครงการรับจำนำข้าวเปลือกรอบใหม่ที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยกำลังจะนำกลับมาใช้ในรูปแบบเดียวกัน
สตง.พบว่า โรงสีที่เข้าร่วมโครงการวางเงินค้ำประกันไม่ครบตามเกณฑ์ที่กำหนด คือ 20 % ของมูลค่าข้าวเปลือก ซึ่งพบว่าโรงสีส่วนใหญ่รับจำนำข้าวเปลือกสูงเกินกว่ามูลค่าหลักประกัน เพราะหากเกิดความเสียหายรัฐไม่สามารถยึดเงินประกันได้คุ้มกับข้าวที่จำนำไว้
อีกทั้งยังพบว่าระบบการควบคุมและติดตามยุ้งฉางขาดความรัดกุม โดยพบว่ามีข้าวเปลือกขาดบัญชี เพราะเกษตรกรลักลอบนำข้าวไปขาย หรือบริโภคเอง รวมทั้งพบว่าข้อมูลผลการดำเนินงานของหน่วยงานหลักไม่สัมพันธ์กัน ทั้งข้อมูลจำนวนเกษตรกร และปริมาณข้าวเปลือกของ อคส. ที่มีการออกใบประทวนสินค้า กับข้อมูลหลักฐานการจ่ายเงินกู้ของ ธ.ก.ส.
ทั้งนี้ สตง. ได้เสนอแนะมาตรการกำกับดูแลการรับจำนำข้าวให้กับรัฐบาลเพื่อเป็นข้อเสนอแนะในการทำโครงการรับจำนำข้าวฤดูกาลผลิตปี 2554 /55 ที่กำลังจะมาถึง โดยมีข้อเสนอแนะในระดับนโยบายที่ สตง.นำเสนอ คือ การปรับปรุงแก้ไขแนวทางการรับจำนำ ทบทวนบทบาทหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดนโยบายที่เหมาะสม หากรัฐบาลเห็นชอบให้ยึดแนวทางการรับจำนำแบบเดิมก็ควรกำหนดกรอบการทำงานของแต่ละขั้นตอน เช่น การประกาศรับสมัครโรงสี การตรวจสอบโรงสี การออกใบรับรองเกษตรกร กรอบระยะเวลาระบายข้าว มีการตรวจสอบข้าวที่ฝากไว้ในโรงสีและคลังสินค้ากลางโดยผู้ที่มีประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และให้มีกระบวนการติดตามประเมินผลอย่างเคร่งครัดสม่ำเสมอ
กรณีที่พบความเสียหาย เช่น ข้าวเปลือก ข้าวสาร สูญหายจากโรงสีหรือคลังสินค้า หรือมีการวางเงินประกันไม่ครบถ้วน ต้องรายงานผลและหาผู้รับผิดชอบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย
ที่สำคัญต้องพัฒนาทางด้านการผลิต คือ การลดต้นทุน การป้องกันความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ และการพัฒนาด้านการตลาด เพื่อแก้ปัญหาการถูกกดราคารับซื้อ ปัญหาการปลอมปนข้าว และความรับจำนำข้าวตามคุณภาพของข้าว เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรปรับปรุงคุณภาพให้เป็นไปตามความต้องการของตลาด







